ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

แรงกดดันเศรษฐกิจกดราคาหลุดตลาดหรู เขย่าตลาดสินค้าหรูมือสองและมูลค่าแบรนด์

แรงกดดันเศรษฐกิจกดราคาหลุดตลาดหรู เขย่าตลาดสินค้าหรูมือสองและมูลค่าแบรนด์
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

ตลาดสินค้าหรูมือสองคืออะไร และกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างไร

ตลาดสินค้าหรูมือสองคือระบบซื้อขายสินค้าฟแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่ถูกใช้แล้วแต่ยังมีสภาพดี โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลและร้านเฉพาะทางทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของสินค้าที่ต้องการปล่อยของและผู้ซื้อที่มองหาสินค้าหรูในราคาย่อมเยากว่าช่องทางปกติ ตลาดลักษณะนี้พึ่งพาความเชื่อมั่นในแบรนด์ ความโปร่งใสเรื่องสภาพสินค้า และการรับรองของแท้เป็นหลัก พร้อมสะท้อนทั้งรสนิยม การลงทุน และพฤติกรรมการบริโภคอย่างยั่งยืนในเวลาเดียวกัน

ช่วงที่ผ่านมา ตลาดสินค้าหรูมือสองเคยถูกมองว่าเป็นสมรภูมิที่ราคาขึ้นได้ไม่ต่างจากสินทรัพย์ลงทุน แต่ในรอบไม่กี่เดือนสัญญาณกลับพลิกไปคนละทิศ เมื่อแพลตฟอร์มรายใหญ่รายงานตรงกันว่าราคากระเป๋าหรูในตลาดรองเริ่มชะลอตัวและลดลงต่อเนื่อง การปรับฐานนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความต้องการที่ลดลง หากยังสะท้อนการทบทวนคุณค่าของแบรนด์หรูในสายตาผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ระมัดระวังกระเป๋าสตางค์มากขึ้น

แรงกดดันเศรษฐกิจกดราคาหลุดตลาดหรู เขย่าตลาดสินค้าหรูมือสองและมูลค่าแบรนด์

ราคาหลุดตลาดหรูบนแพลตฟอร์มมือสอง สัญญาณเตือนจากกระเป๋าแบรนด์เนม

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรูมือสองรายใหญ่ชี้ชัดว่า ช่วง 90 วันที่ผ่านมา ราคากระเป๋าหรูที่ประกาศขายบนแพลตฟอร์มลดลงแทบทุกแบรนด์ นี่ไม่ใช่การลดราคาชั่วคราวแบบโปรโมชัน แต่คือการขยับฐานราคาใหม่ของตลาดมือสองที่สะท้อนแรงกดดันเศรษฐกิจโดยตรง เพราะเมื่อรายได้ไม่แน่นอน ผู้บริโภคก็ไม่ยอมจ่ายราคาเดิมที่เคยยอมในช่วงเศรษฐกิจดี

แบรนด์ที่ได้รับผลชัดเจนที่สุดคือ Louis Vuitton ที่ราคาบนตลาดรองร่วงสูงสุดถึง 20% ขณะที่ Gucci ลดลง 17% Hermes 10% และ Chanel 9% โดยเฉลี่ยในช่วง 6 เดือน ราคาสินค้าหรูกลุ่มนี้ลดลงราว 5% คำกล่าวที่ว่ากระเป๋าแบรนด์ดังคือสินทรัพย์ที่ราคาขึ้นเสมอจึงถูกท้าทายอย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันต้องจับตาว่าสมมติฐานเดิมที่คาดว่าตลาดนี้จะเติบโตจากมูลค่าที่เคยอยู่ระดับหนึ่งไปอีกระดับภายในไม่กี่ปี จะยังเป็นจริงหรือกลายเป็นความฝันที่ยืดเยื้อ

แรงกดดันเศรษฐกิจกดราคาหลุดตลาดหรู เขย่าตลาดสินค้าหรูมือสองและมูลค่าแบรนด์

พิษเลย์ออฟและวิกฤตเศรษฐกิจแบรนด์ เมื่อกระแสจิตวิทยาผู้บริโภคหรูเปลี่ยน

ราคาหลุดตลาดหรูไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เชื่อมโยงกับการปลดพนักงานครั้งใหญ่ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ปลดคนรวมกันราว 60,000 คนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อแรงงานรายได้สูงต้องเผชิญความไม่แน่นอน การใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยย่อมเป็นรายการแรกที่ถูกหั่นออก ผลคือทั้งตลาดสินค้าหรูใหม่และตลาดสินค้าหรูมือสองถูกกระทบพร้อมกัน

ผู้เล่นในตลาดรายงานชัดว่า ผู้บริโภคไม่ต้องการจ่ายราคากระเป๋าหรูในระดับเดียวกับปี 2022 อีกต่อไป นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาที่สำคัญ เพราะสินค้าหรูพึ่งพาไม่ใช่เพียงกำลังซื้อ แต่พึ่งพาความรู้สึกดี การเฉลิมฉลอง และความมั่นใจในอนาคต เมื่อบรรยากาศเศรษฐกิจหดหู่ วิกฤตเศรษฐกิจแบรนด์ก็เริ่มชัดเจนขึ้น แบรนด์ที่เคยใช้กลยุทธ์ขึ้นราคาและจำกัดอุปทานเพื่อรักษาความพรีเมียมกำลังเผชิญคำถามว่าเส้นนี้จะตึงไปหรือไม่จนผู้บริโภครู้สึกว่า “ไม่คุ้ม” อีกแล้ว

ภาพใหญ่ของตลาดหรูและแรงสั่นสะเทือนต่อยักษ์ใหญ่

ในมุมภาพรวม ข้อมูลคาดการณ์ล่าสุดชี้ว่า ยอดขายสินค้าหรูทั่วโลกในปี 2025 จะอยู่ที่ระดับหนึ่งซึ่งลดลง 2% จากปี 2024 และนับเป็นการหดตัวติดต่อกัน 2 ปีครั้งแรกนับจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 และ 2009 การชะลอตัวต่อเนื่องเช่นนี้กดดันความสามารถทำกำไรของแบรนด์หรู เพราะโครงสร้างต้นทุน การลงทุนด้านภาพลักษณ์ และเครือข่ายร้านสาขายังคงสูง แต่ยอดขายมีแนวโน้มอืดลง

ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดสินค้าหรูมือสองที่เคยถูกคาดหวังว่าจะขยายจากมูลค่าเดิมไปสู่ระดับที่สูงกว่ามากภายในปี 2026 ก็เริ่มถูกตั้งคำถามว่าการเติบโตตามแผนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ที่หันมาซื้อสินค้าแฟชั่นมือสองมากขึ้น โดยมีตัวเลขหนึ่งระบุว่ากลุ่มตัวอย่าง Gen Y ถึง 69% ตั้งใจซื้อแฟชั่นมือสองเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสินค้าหรูใหม่กับมือสองเบลอมากขึ้น แบรนด์ใหญ่จึงไม่อาจพึ่งตลาดปฐมภูมิอย่างเดียวอีกต่อไป

แรงกดดันเศรษฐกิจกดราคาหลุดตลาดหรู เขย่าตลาดสินค้าหรูมือสองและมูลค่าแบรนด์

อนาคตตลาดสินค้าหรูมือสอง เมื่อความรู้สึกดีแพงกว่าป้ายราคา

คำถามใหญ่ไม่ใช่ว่าตลาดสินค้าหรูมือสองจะหายไปหรือไม่ แต่คือจะปรับตัวอย่างไรท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค หากความรู้สึกดีหรือ feelgood factor คือเชื้อเพลิงหลักของสินค้าหรู วันนี้เชื้อเพลิงนั้นเริ่มราคาแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อ หลายคนจึงย้ายจากการซื้อของใหม่ไปหาตลาดรอง หรือหยุดซื้อไปเลยจนกว่าจะมั่นใจในรายได้อีกครั้ง

สำหรับแบรนด์หรูและกลุ่มยักษ์ใหญ่ การจะรอให้เศรษฐกิจฟื้นแล้วทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิมอาจเป็นความเสี่ยงเกินไป เพราะผู้บริโภคกำลังเรียนรู้ว่าคุณค่าของสินค้าหรูไม่ได้ผูกกับการซื้อของใหม่เสมอไป แต่ผูกกับเรื่องราว ความหายาก และความรู้สึกเมื่อตัวเองใช้มากกว่า หากแบรนด์ไม่เข้าไปมีบทบาทในตลาดรอง ปล่อยให้ราคาหลุดตลาดหรูบนแพลตฟอร์มมือสองกำหนดภาพลักษณ์แทน สุดท้ายไม่เพียงยอดขายที่หาย แต่มูลค่าทางจิตใจของแบรนด์ก็จะสึกกร่อนตามไปด้วย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!