ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

วิเคราะห์ข้อมูลวิกฤตจากเครือข่ายสื่อสาร เผยรูปแบบการโทรยามน้ำท่วม

วิเคราะห์ข้อมูลวิกฤตจากเครือข่ายสื่อสาร เผยรูปแบบการโทรยามน้ำท่วม
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

เมื่อวิกฤตน้ำท่วมเกิดขึ้น ข้อมูลการสื่อสารกลายเป็นหน้าต่างดูพฤติกรรมคนไทย

การวิเคราะห์ข้อมูลวิกฤตจากเครือข่ายโทรคมนาคมคือการนำข้อมูลการสื่อสารทั้งการโทรด้วยเสียง ดาต้ามือถือ และอินเทอร์เน็ตบ้านมาวัดและตีความ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมคนไทยฉุกเฉินเชิงปริมาณ ตั้งแต่รูปแบบการติดต่อ การขอความช่วยเหลือ ไปจนถึงการส่งภาพและข่าวสารออกจากพื้นที่ภัยพิบัติ ข้อมูลการสื่อสารเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าผู้คนให้ความสำคัญกับช่องทางใดในช่วงเวลาเสี่ยง ตลอดจนเป็นฐานในการวางแผนโครงข่ายให้รองรับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้ดีขึ้น ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ทรู คอร์ปอเรชั่นเปิดแพลตฟอร์ม ทรู Data Insight วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานบนเครือข่าย TRUE 5G และ True Online ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหนัก โดยเน้นดูการเปลี่ยนแปลงของทราฟฟิกการโทรด้วยเสียง ดาต้ามือถือ และทราฟฟิกแอปสื่อสารในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การตัดสินใจใช้เสียงโทรกลับมาเด่นชัด ทั้งที่ในภาวะปกติคนส่วนใหญ่หันไปพึ่งแชตและโซเชียลเป็นหลัก ภาพนี้สะท้อนว่าในยามคับขัน ความมั่นใจว่า “อีกฝั่งรับสายและได้ยินกันทันที” สำคัญกว่าฟีเจอร์ดิจิทัลใดๆ

เสียงโทรพุ่งกว่า 600% เหตุผลที่คนยังเลือกยกหูเมื่อชีวิตไม่ปลอดภัย

ข้อมูลการใช้งานโทรด้วยเสียงวันที่ 26 กันยายน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แสดงให้เห็นว่าคนไม่เคยทอดทิ้งโทรศัพท์แบบเดิมในยามฉุกเฉิน Voice Traffic ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มขึ้นชัดเจน ปทุมธานีเพิ่มขึ้น 60% กรุงเทพฯ 58% สมุทรปราการ 58% นนทบุรี 51% ขณะที่ชลบุรีเพิ่มขึ้น 29% ในเคหะร่มเกล้าเพิ่มขึ้น 222% และเคหะคลองจั่น 169% ก่อนจะพุ่งสูงสุดช่วง 09.00–10.00 น. ที่ร่มเกล้า 632% และคลองจั่น 311% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ก่อน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงกราฟสวยบนแดชบอร์ด แต่คือเสียงสะท้อนความกลัวและความห่วงใย คนต้องการยืนยันว่าครอบครัวปลอดภัย ต้องคุยกับคนใกล้ตัวแบบได้ยินเสียงจริง และต้องประสานงานกับหน่วยงานช่วยเหลือโดยตรง การส่งข้อความอาจเร็ว แต่ในสถานการณ์เร่งด่วน ความชัดเจนแบบเรียลไทม์ที่เสียงโทรให้ได้ยังแทนที่ไม่ได้ นี่คือสัญญาณสำคัญว่าการออกแบบโครงข่ายรับมือภัยพิบัติต้องกันพื้นที่เสียงโทรไว้เป็นลำดับแรก

วิเคราะห์ข้อมูลวิกฤตจากเครือข่ายสื่อสาร เผยรูปแบบการโทรยามน้ำท่วม

ดาต้าไม่ได้นิ่ง Upload พุ่ง ชี้คนในพื้นที่กำลังส่งเสียงออกสู่โลกออนไลน์

แม้เสียงโทรจะกลับมาเป็นตัวเอก แต่ดาต้ามือถือก็แสดงบทบาทที่ต่างไปจากวันปกติอย่างชัดเจน ทรู Data Insight พบว่าปริมาณ Upload บน TRUE 5G ในพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มขึ้นมากกว่าปริมาณ Download หลายเท่า เคหะร่มเกล้าในวันที่ 25–26 กันยายนมี Upload เพิ่มขึ้น 61% เทียบกับ Download ที่เพิ่มขึ้นเพียง 4% ส่วนเคหะคลองจั่น Upload เพิ่ม 44% เทียบกับ Download 6% เมื่อเจาะช่วงพีค ร่มเกล้าช่วง 18.00–19.00 น. Upload พุ่งขึ้นถึง 178% ขณะที่ Download เพิ่ม 28% และคลองจั่นช่วง 20.00–21.00 น. Upload เพิ่ม 94% เทียบกับ Download 30% นี่คือรูปแบบใหม่ของการสื่อสารยามวิกฤต คนในพื้นที่ไม่ได้แค่รับข่าว แต่กำลังเป็นผู้ส่งข้อมูลหลัก ทั้งการโพสต์ภาพน้ำท่วม แชร์วิดีโอสถานการณ์สด ส่งไฟล์รายงาน หรือวิดีโอคอลเพื่อยืนยันสภาพพื้นที่ให้ญาติและระบบช่วยเหลือเห็นตรงหน้า พฤติกรรมนี้ทำให้โทรศัพท์มือถือเปลี่ยนสถานะจากเครื่องรับข้อมูล เป็น “เครื่องกระจายหลักฐาน” ที่ทำให้เสียงของผู้ประสบภัยดังกว่าที่เคย

จาก LINE ถึงเน็ตบ้าน เครือข่ายทั้งหมดต้องพร้อมรับมือพฤติกรรมฉุกเฉินแบบใหม่

เมื่อวิเคราะห์ Mobile App Traffic ในสัปดาห์น้ำท่วม พบว่าแอปสื่อสารยังเป็นช่องทางหลักในการติดต่อ โดย LINE มีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นสูงสุด 22% ตามด้วย Messenger 13% Facebook 10% Netflix 9% และ FaceTime 8% ชุดตัวเลขนี้ยืนยันว่าคนยังอยากส่งข้อความ รูป และโทรผ่านแพลตฟอร์มที่คุ้นเคย แต่เมื่อสถานการณ์ตึงเครียด พวกเขาจะยกระดับไปใช้เสียงโทรในเครือข่ายมือถือเพื่อความมั่นใจว่าติดต่อถึงปลายทางแน่นอน ด้านอินเทอร์เน็ตบ้าน ข้อมูลจาก True Online ณ วันที่ 26 กันยายน เทียบกับสัปดาห์ก่อน แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบมีการใช้งานเพิ่มขึ้น ภาคตะวันออกมีปริมาณใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มเฉลี่ย 8% โดยตราดเพิ่มขึ้นถึง 21% กรุงเทพฯ และปริมณฑลเฉลี่ย 5% ขณะที่ภาคกลางตะวันตกเฉลี่ย 3% ราชบุรีเพิ่มสูงสุด 6% ส่วนภูมิภาคอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบหลักมีการเติบโต แต่ต่ำกว่า เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลี่ย 1% ภาคใต้ 0.6% และภาคเหนือเฉลี่ยคงที่ 0% นี่สะท้อนว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมดิจิทัลในวิกฤตเกิดขึ้นทั้งบนมือถือและเน็ตบ้านไปพร้อมกัน

บทเรียนจากทรู Data Insight สู่การออกแบบเครือข่ายที่เข้าใจมนุษย์ในวันภัยพิบัติ

เมื่อเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด ทรู Data Insight แสดงให้เห็นชัดว่าพฤติกรรมคนไทยฉุกเฉินมีรูปแบบร่วมคือ เสียงโทรถูกเลือกเป็นช่องทางสื่อสารหลักในช่วงนาทีวิกฤต ขณะเดียวกันดาต้ามือถือถูกใช้เพื่อส่งภาพและข้อมูลออกจากพื้นที่มากกว่าการรับ และอินเทอร์เน็ตบ้านในจังหวัดที่น้ำท่วมมีการใช้งานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการทำงาน การติดตามข่าว และการติดต่อทางไกล สำคัญกว่านั้น ทรู คอร์ปอเรชั่นได้นำชุดข้อมูลพฤติกรรมการสื่อสารในสถานการณ์ฉุกเฉินมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการวางแผนและบริหารเครือข่าย ให้ตอบสนองความต้องการสื่อสารในสถานการณ์ไม่คาดคิดได้ดีขึ้น พร้อมนำข้อมูล Data Insight ไปใช้พัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป และตอบโจทย์ลูกค้าในทุกสถานการณ์ บทเรียนนี้ควรถูกขยายไปยังทุกหน่วยงาน ทั้งด้านภัยพิบัติและนโยบายสาธารณะ เพราะหากเราเข้าใจว่าคนสื่อสารอย่างไรในวันที่กลัว การออกแบบระบบช่วยเหลือก็จะเข้าใกล้ชีวิตจริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่บนกระดาษ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!