จากการดูแลตัวเองสู่เศรษฐกิจเวลเนส ทำไมสุขภาพกลายเป็นเกมลงทุนใหม่
เศรษฐกิจเวลเนส คือระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมผลิตภัณฑ์ บริการ เทคโนโลยี และประสบการณ์ซึ่งช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพกาย ใจ และสังคมที่ดีแบบองค์รวม ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การดูแลตัวเอง ไลฟ์สไตล์สุขภาพ ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบริการทางการแพทย์เชิงรุก ที่สร้างทั้งคุณค่าชีวิตและมูลค่าทางธุรกิจพร้อมกัน
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่สุขภาพกำลังถูกมองจากต้นทุนไปเป็นสินทรัพย์ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคหันจากการซื้อสินค้าไปสู่การเลือกไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนคุณภาพชีวิตและตัวตน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ การตรวจเชิงลึก และ HealthTech ทำให้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและแบบเฉพาะบุคคลเติบโตอย่างรวดเร็ว ผลคือสุขภาพไม่ใช่แค่ประเด็นส่วนตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นตลาดการลงทุนใหม่ที่นักการเงิน ภาครัฐ และธุรกิจแถวหน้ากำลังรีบจองพื้นที่
กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า อุตสาหกรรมเศรษฐกิจเวลเนสระดับโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และตลาดเวลเนสของประเทศหนึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 10.1 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเช่นนี้ทำให้ใครที่มองสุขภาพเป็นแค่ต้นทุนค่ารักษา กำลังหลุดขบวนเศรษฐกิจชุดใหม่อย่างชัดเจน
เมื่อเงินทุนไหลสู่การลงทุนสุขภาพ เกมใหม่ของนักการเงินและ CVC
การลงทุนสุขภาพกำลังขยายจากโรงพยาบาลและประกันไปสู่สตาร์ทอัพ Wellness และ HealthTech ที่เน้นการป้องกันและยืดอายุสุขภาพดี Krungsri Finnovate ใช้โมเดล Corporate Venture Capital เชื่อมเงินทุน นวัตกรรม และ Ecosystem เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ Healthcare และ Wellness พร้อมจัดงาน Future Wellness Economy Forum ภายใต้แนวคิด WHERE HEALTH CREATES WEALTH ณ โรงแรมในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569
ในเวทีเสวนา ผู้บริหาร Krungsri Finnovate ย้ำว่าสุขภาพที่ดีไม่ได้สร้างเพียงคุณภาพชีวิต แต่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจระยะยาวได้ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวลเนสต้องอาศัย Ecosystem ที่เชื่อม Healthcare เทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนเข้าด้วยกัน จุดแข็งของ CVC แบบนี้คือไม่ใช่แค่ลงเงิน แต่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมสตาร์ทอัพกับพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ ให้การวิจัยและเทคโนโลยีด้านสุขภาพถูกต่อยอดสู่ตลาดจริง
ทิศทางนี้สะท้อนชัดว่า สุขภาพกำลังกลายเป็นคลาสสินทรัพย์ใหม่ของนักลงทุน ใครที่มองเห็นสุขภาพในมิติของ Productivity การลดต้นทุนการรักษาระยะยาว และการสร้างบริการใหม่ จะได้เปรียบในเกมเศรษฐกิจรอบนี้ เพราะกำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่สินค้าแฟชั่นชั่วคราว
Health for Wealth และสัมมิตเวลเนสโลก ยุทธศาสตร์ผลักสุขภาพสู่ New S-Curve
ภาครัฐกำลังใช้สุขภาพเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ผ่านยุทธศาสตร์ Health for Wealth โดยปรับภาพการรักษาพยาบาลจากภาระงบประมาณไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าเพิ่มจากทุนทางสุขภาพ สมุนไพร และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อแข่งขันในตลาดโลก นี่ไม่ใช่เพียงนโยบายสวยหรู แต่คือการประกาศว่าจะใช้สุขภาพเป็น New S-Curve ทางเศรษฐกิจ
หมุดหมายสำคัญคือการเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit ครั้งที่ 20 ที่จะจัดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10 ถึง 13 พฤศจิกายน 2569 โดยคาดว่าจะต้อนรับผู้นำธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญกว่า 600 คนจากกว่า 30 ประเทศ เวทีนี้ตั้งใจยกระดับโรงแรมและรีสอร์ต สปาและนวดไทย ศูนย์สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้เป็นสี่อุตสาหกรรมหลักของพื้นที่
รัฐบาลต้องการใช้ GWS 2026 เป็นสปริงบอร์ดผลักดันแบรนด์ Wellness สู่เวทีสากล พร้อมดัน Soft Power จากนวดไทยและสมุนไพรเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ โดยตั้งเป้าให้เม็ดเงินจากตลาดสุขภาพโลกไหลลงสู่เกษตรกร ชุมชนฐานราก และผู้ให้บริการนวดและสปา หากทำได้จริง เศรษฐกิจเวลเนสจะไม่ใช่แค่กราฟเติบโตในรายงาน แต่คือรายได้ที่สัมผัสได้ในระดับชุมชน

THINK THAILAND และการต่อยอดภูมิปัญญา สู่ผลิตภัณฑ์เวลเนสในตลาดโลก
ด้านการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเดินหน้าแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL เพื่อยก Wellness ให้เป็นเสาหลักการส่งออก ภายใต้แนวคิด Thai to Global — From Local Value to Global Vision มุ่งสร้างภาพลักษณ์สินค้าและบริการที่เชื่อมโยงกับวิถีสุขภาวะ โดยผสานภูมิปัญญา วัฒนธรรม การบริการ และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน
ตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์ Wellness และสมุนไพรต้องรับแรงกดดันจากตลาดหลักเดิมที่เริ่มชะลอตัว ทั้งญี่ปุ่นที่หดตัว 15.56 เปอร์เซ็นต์ ออสเตรเลียลดลง 22.25 เปอร์เซ็นต์ และจีนที่เติบโตเพียง 1.05 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับพบโอกาสใหม่ในอาเซียนและตะวันออกกลาง ที่มองว่าสินค้าเป็น Affordable Luxury และให้ความนิยมเครื่องหอมกับน้ำมันหอมระเหย
สาระสำคัญคือ ผู้ประกอบการไม่สามารถเน้นขายปริมาณแบบเดิม ต้องเร่งใส่นวัตกรรม ยกระดับภูมิปัญญาด้วยวิทยาศาสตร์ ปรับดีไซน์และมาตรฐานให้สอดคล้องตลาดโลก ใครที่ยังมองสมุนไพรและสปาเป็นแค่ของพื้นบ้าน กำลังพลาดตลาดที่พร้อมจ่ายเพื่อสินค้าที่ผสมทั้งเรื่องราว ความปลอดภัย และประสบการณ์สุขภาพในแพ็กเดียว
วัตสันและค้าปลีกสุขภาพ 6 เสาหลักที่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค
บนแนวหน้าใกล้ตัวผู้บริโภค ค้าปลีกสุขภาพและความงามกำลังทำให้เศรษฐกิจเวลเนสจับต้องได้ วัตสันเผยทิศทางธุรกิจประจำปี 2568 ด้วย 6 กลยุทธ์หลัก ภายใต้แนวคิด Health is Beauty, Beauty is Health มุ่งขยายเครือข่าย สร้างนวัตกรรม แตกไลน์สินค้า เสริมบริการสุขภาพ และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้นำ Smart Beauty & Wellness
บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ 55 แห่งภายในปี 2568 บนฐานสาขามากกว่า 750 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด เสริมด้วยเภสัชกรกว่า 300 คนและโครงการอบรม Health Care Intelligence Training ปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้คำแนะนำด้านสุขภาพและความงามเชิงลึก เมื่อรวมกับกลยุทธ์ O+O ที่ผสานหน้าร้านกับออนไลน์ และบริการ Click and Collect ที่ให้ลูกค้าสั่งออนไลน์แล้วรับสินค้าที่สาขาใกล้บ้าน ช่วยทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นเรื่องสะดวกในชีวิตประจำวัน
การพัฒนาไลน์สินค้า Smart Wellness ใต้แบรนด์ของตัวเอง เช่น Dayvita สำหรับวัย 30 40 และ 50 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเวชสำอางสำหรับผิวแพ้ง่าย แสดงให้เห็นว่าค้าปลีกไม่ได้ขายแค่ของ แต่กำลังออกแบบระบบนิเวศการดูแลตัวเองครบวงจร ใครที่มองสุขภาพเป็นเรื่องไกลตัวจะถูกดึงเข้ามาอยู่ในเศรษฐกิจเวลเนสผ่านการชอปปิงประจำวันทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
บทสรุป สุขภาพคือสมรภูมิแข่งขันเศรษฐกิจรอบใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป
เมื่อรัฐเดินเกม Health for Wealth นักลงทุนหันมองสุขภาพเป็นคลาสสินทรัพย์ และค้าปลีกผลักดันสุขภาพเข้าชีวิตประจำวัน สุขภาพจึงกลายเป็นสมรภูมิแข่งขันเศรษฐกิจรอบใหม่เต็มตัว เศรษฐกิจเวลเนสไม่ใช่เทรนด์สั้น แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังถูกวางใหม่ ตั้งแต่ระดับนโยบาย สตาร์ทอัพ เทคโนโลยี ไปจนถึงร้านใกล้บ้าน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเศรษฐกิจเวลเนสจะมาไหม แต่คือใครจะได้ประโยชน์มากที่สุด ผู้ประกอบการที่ยอมลงทุนในคุณภาพ นวัตกรรม และมาตรฐาน ผู้กำหนดนโยบายที่กล้าเชื่อมสุขภาพกับรายได้ฐานราก และผู้บริโภคที่เปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง คือกลุ่มที่จะเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากคลื่นนี้ หากยังมองสุขภาพเป็นเรื่องส่วนตัวและค่าใช้จ่ายจำเป็นขั้นต่ำ ก็เท่ากับกำลังละทิ้งโอกาสทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดคลื่นหนึ่งของยุคนี้ไปอย่างน่าเสียดาย






