คลื่นรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของเพลงป็อปไทย ซิงเกิลใหม่คือสนามทดลองตัวตน
กระแสศิลปินไทยซิงเกิลใหม่ในช่วงนี้คือการใช้เพลงป็อปไทยป็อปใหม่เป็นพื้นที่ทดลองตัวตนและภาพลักษณ์ทางดนตรีอย่างชัดเจน ศิลปินไม่เพียงเปลี่ยนแนวเสียงหรือจังหวะ แต่ยังออกแบบคอนเซ็ปต์ เวที และภาพลักษณ์ให้สอดรับกันเพื่อสร้างเอกลักษณ์ใหม่ทั้งหมด การคัมแบ็กหรือการออกงานเดี่ยวจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ มากกว่าจะเป็นแค่การปล่อยเพลงอีกหนึ่งแทร็ก แนวคิดเรื่อง electro-pop ไทยและการผสมผสานสไตล์ระดับโลกกับรสนิยมคนฟังในประเทศกำลังผลักให้ศิลปินกล้าทำสิ่งที่ต่างจากสูตรสำเร็จเดิมอย่างเห็นได้ชัด
กรณีของ NOWZ ที่กลับมากับ Achilles ในรูปแบบ Digital Single แนว Electro-pop Dance ผสมกลิ่น Funk และ Disco แบบ Retro จึงไม่ใช่แค่การทดลองซาวด์ใหม่ แต่คือการประกาศว่าวงพร้อมเติบโตไปอีกขั้น ขณะเดียวกัน BLUE PONGTIWAT ใช้ KISS, COME KISS เป็นพื้นที่เปิดลุคใหม่ที่ดาเมจแรงและภาพจำต่างจากเดิมชัดเจน ส่วน TuiChayatorn สมาชิก LYKN เลือกซิงเกิลเดี่ยว ปล่อยใจ Bloom เพื่อสะท้อนตัวตนด้านดนตรีของตัวเองผ่านบทบาทโปรดิวเซอร์เต็มตัวในอัลบั้ม REFLEXION ทั้งสามเคสจึงรวมกันเป็นสัญญาณว่าซิงเกิลใหม่กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่” สำหรับศิลปินมากกว่าจะเป็นเพียงผลงานตามคิว

NOWZ กับ Achilles การก้าวสู่ภาพลักษณ์โตขึ้นผ่าน electro-pop และเพอร์ฟอร์แมนซ์ใหญ่
Achilles ของ NOWZ แสดงให้เห็นว่าซิงเกิลหนึ่งเพลงสามารถเขย่าภาพจำของทั้งวงได้อย่างไร เพลงเล่าเรื่องแรงดึงดูดเมื่อหลงรักตั้งแต่แรกเห็น ผ่านดนตรี Electro-pop Dance ที่ผสมกลิ่น Funk และ Disco แบบ Retro ที่มี Groove และ Rhythm ชัดเจน ทางดนตรี เพลงนี้เดินห่างจากงานเดิมของวงอย่างตั้งใจ โดยเน้นซาวด์สังเคราะห์และจังหวะเต้นที่ชวนคนฟังปล่อยตัวไปกับเพลงมากขึ้น สมาชิกพูดเองว่าคอนเซ็ปต์ของ Achilles มีความเซ็กซี่ สุขุม และโตขึ้นกว่าสิ่งที่เคยนำเสนอ ทำให้แฟนได้เห็นอีกด้านที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
สิ่งที่น่าสนใจคือ NOWZ ให้ความสำคัญกับ Performance อย่างสุดทาง ทั้ง Visual และ Choreography ถูกออกแบบให้ชวน “ว้าว” เพื่อขยายตัวตนใหม่ให้ชัดเจนบนเวที การฝึกซ้อมและพูดคุยเรื่องคอนเซ็ปต์ใช้เวลามาก เพราะเป็นสิ่งที่วงไม่เคยลอง ทำให้การคัมแบ็กครั้งนี้ไม่ใช่การทำเพลงตามเทรนด์ แต่เป็นการสร้างร่างใหม่ของวงที่ตั้งใจเต็มที่ ฝั่งคนฟัง ผลคือเราได้เห็น electro-pop ไทยในเวอร์ชันที่ผสมบรรยากาศ Retro เข้ากับความโมเดิร์นแบบมีสไตล์ และมีท่าเต้นที่พร้อมให้แฟนสนุกไปกับโชว์สดตามที่สมาชิกหวังเอาไว้

KISS, COME KISS ของ BLUE PONGTIWAT เมื่อการเปลี่ยนลุคแรงคือกลยุทธ์ดันตัวตน
ฝั่ง BLUE PONGTIWAT การปล่อย KISS, COME KISS คือการเดิมพันสูงด้านภาพลักษณ์ เพลงนี้ใช้สไตล์ Afrobeat จังหวะชวนโยก ผสมกับน้ำเสียงที่มีมิติและความขี้เล่น จนกลายเป็นเพลงเย้ายวน ดึงดูด และชวนให้ขยับเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว จุดสำคัญคือเขาไม่กลับมาในภาพจำเดิม แต่เลือกเปิดลุคใหม่ที่ดาเมจแรง ตั้งแต่การแต่งตัว ไปจนถึงโทนท่าทางที่เน้นเสน่ห์และความเป็นธรรมชาติ ทำให้ศิลปินเปลี่ยนลุคไม่ใช่เพียงเรื่องสไตล์แฟชั่น แต่เป็นการเล่าอีกด้านของตัวตนให้แฟนได้รู้จักมากขึ้น
เพลงนี้ยังได้ร่วมงานกับ tobii ศิลปินและโปรดิวเซอร์สาย Hip-Hop รุ่นใหม่ตั้งแต่ขั้นเนื้อร้อง เมโลดี้ ไปจนถึงบีท ก่อนหลอมรวมเป็นซาวด์ที่มีเอกลักษณ์ของ KISS, COME KISS การดึงตัวผู้สร้างเสียงจากต่างแนวมาเสริม ทำให้ซาวด์ Afrobeat ของเพลงไม่เพียงแค่ตามเทรนด์ แต่มีดีเอ็นเอเฉพาะที่ต่างจากงานเดิมของ BLUE อย่างชัดเจน ที่สำคัญ MV ถูกออกแบบให้ยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรง ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของเพลงผ่านสายตา สีหน้า และมูฟเมนต์ที่เข้ากับจังหวะอย่างลงตัว สำหรับคนฟัง นี่คือคำชวนให้ลองสัมผัส “New Era” ของ BLUE ที่ตั้งใจตกคนดูด้วยภาพลักษณ์ใหม่เต็มแม็กซ์ และกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของศิลปินเปลี่ยนลุคที่ใช้ทุกองค์ประกอบผลักตัวเองไปอีกระดับ

Bloom ของ TuiChayatorn เส้นทางเดี่ยวที่ยังเชื่อมโยงกับตัวตนวง LYKN
ต่างจากการคัมแบ็กและการเปลี่ยนลุคแรงของสองเคสแรก TuiChayatorn สมาชิกวง LYKN เลือกเส้นทางงานเดี่ยวที่ยังเชื่อมโยงกับตัวตนวงผ่านซิงเกิล ปล่อยใจ Bloom จากอัลบั้ม REFLEXION โดยเขารับหน้าที่โปรดิวเซอร์และร่วมสร้างสรรค์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่แนวคิดเนื้อร้อง ทำนอง ไปจนถึงกระบวนการผลิต เพื่อสะท้อนตัวตนด้านดนตรีอย่างชัดเจน เพลงนำเสนอสไตล์ Pop R&B จังหวะมีกรูฟที่เหมาะกับการโชว์สด เนื้อหาเล่าช่วงเวลาการพบคนที่ประทับใจและอยากชวนเปิดใจทำความรู้จัก ซึ่งสอดคล้องกับชื่อ Bloom ที่สื่อถึงการเบ่งบานของความสัมพันธ์
ในมิวสิกวิดีโอ TuiChayatorn ดึงนักแสดงและนางแบบ จิงจิง ยู มาร่วมแสดง มีฉากเต้นร่วมกันและใช้โลเคชันทะเลให้เข้ากับบรรยากาศผ่อนคลายและเปิดใจตามเนื้อเพลง น่าสังเกตว่าการออกซิงเกิลเดี่ยวครั้งนี้ไม่ได้ตัดขาดจากวง LYKN แต่เผยแพร่ผ่านช่อง YouTube ของ LYKN และค่าย RISER MUSIC รวมถึงทุกบริการสตรีมมิง ทำให้แฟนวงยังสัมผัสได้ถึงความต่อเนื่องของตัวตนกลุ่ม ขณะเดียวกันก็เห็นเสียงทางศิลปะส่วนตัวของ Tui ชัดขึ้น จุดยืนแบบนี้สะท้อนว่าการทดลองแนวเพลงและตัวตนส่วนบุคคลไม่จำเป็นต้องทิ้งอัตลักษณ์กลุ่ม หากออกแบบการเล่าเรื่องให้เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว

ภาพใหญ่ของเพลงป็อปใหม่ การข้ามแนวและรีแบรนด์คือทางรอดมากกว่าทางเลือก
เมื่อพิจารณาไปพร้อมกัน ทั้ง Achilles ของ NOWZ KISS, COME KISS ของ BLUE PONGTIWAT และ Bloom ของ TuiChayatorn ล้วนสะท้อนว่าศิลปินป็อปยุคนี้ไม่พอใจกับกรอบเดิม พวกเขากำลังทดลองข้ามแนว ทั้ง Electro-pop Dance ผสม Funk และ Disco แบบ Retro Afrobeat ผสานความเป็น Hip-Hop รุ่นใหม่ ไปจนถึง Pop R&B ที่ใช้กรูฟแทนความดราม่า การย้ายไปอยู่ตรงกลางของหลายแนว ทำให้ซาวด์เพลงไม่จำเจ และเปิดโอกาสให้แต่ละคนสร้าง “ลายเซ็นเสียง” ของตัวเองชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของ electro-pop ไทย และเพลงป็อปไทยป็อปใหม่ที่คนฟังเริ่มคาดหวังว่าจะต้องมีเอกลักษณ์โดดเด่น
ในระดับภาพลักษณ์ การเปลี่ยนลุคไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก แต่เป็นยุทธศาสตร์การสร้างแบรนด์ส่วนตัวที่สำคัญ NOWZ ใช้คอนเซ็ปต์โตขึ้น เซ็กซี่ สุขุม เพื่อขยับฐานแฟนและยืนยันว่าพร้อมก้าวอีกขั้น BLUE สร้าง New Era ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนและความขี้เล่น ส่วน TuiChayatorn ยืนยันตัวตนด้านดนตรีผ่านบทบาทโปรดิวเซอร์และงานเดี่ยวควบคู่ไปกับอัตลักษณ์วง LYKN สำหรับคนฟัง ผลคือเราได้วงการที่กล้าทดลองมากขึ้น ซิงเกิลใหม่จึงไม่ใช่แค่เพลงให้สตรีม แต่เป็นจุดเปิดบทใหม่ของศิลปินไทยซิงเกิลใหม่ ที่พร้อมบอกกับแฟนว่า “ฉันกำลังเปลี่ยน และอยากให้คุณตามไปดูด้วย”







