Vietnamese Week กับแผนลงทุนเวียดนาม 1.16 แสนล้านคืออะไร
กลยุทธ์เวียดนามของกลุ่มเซ็นทรัลคือการใช้การลงทุนรีเทล ศูนย์การค้าเวียดนาม โรงแรม และงาน Vietnamese Week เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจจับคู่และการค้าข้ามพรมแดน เชื่อมผู้ประกอบการเวียดนามเข้ากับอีโคซิสเต็มรีเทลของกลุ่มตน พร้อมปั้นแลนด์มาร์กด้านไลฟ์สไตล์และท่องเที่ยวให้รองรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นและเปิดรับโมเดิร์นรีเทลมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตทั้งยอดขายและบทบาทการเป็นประตูการค้าในภูมิภาค ประเด็นสำคัญคือการทุ่มเงินลงทุนเพิ่มในเวียดนามรวมกว่า 116,000 ล้านบาทในอนาคตตามแผนของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งต่อยอดจากเม็ดเงินลงทุนเดิมผ่านเซ็นทรัล รีเทลที่สะสมมากว่า 49,000 ล้านบาทแล้ว ถ้าเรามองให้ลึก นี่ไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่คือการวางตัวเองเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการค้าปลีกและการท่องเที่ยวระยะยาวในตลาดที่โตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน

อ่านเกมเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม จากสัญญาณผู้บริโภคและเศรษฐกิจโตแรง
รากฐานของแผนลงทุนไม่ใช่ความรู้สึก แต่คือการอ่านสัญญาณตลาดอย่างจริงจัง กลุ่มเซ็นทรัลเห็นชัดว่ามูลค่าเศรษฐกิจเวียดนามโตโดดเด่น คาด GDP เติบโตมากกว่า 8% และมีประชากรกว่า 100 ล้านคนที่เปิดรับสินค้าและบริการใหม่ๆ เมื่อชนกับภาพผู้บริโภคที่ขยับจากตลาดดั้งเดิมไปหาช่องทางโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ โอกาสของเซ็นทรัล รีเทล เวียดนามจึงเปิดกว้าง ผู้บริหารเซ็นทรัล รีเทล เวียดนามสะท้อนว่าพฤติกรรมคนเวียดนามวันนี้ไม่ได้มองแค่ความคุ้มค่า แต่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีขึ้น จึงเร่งขยายทั้งกลุ่มฟู้ดอย่าง GO Hypermarket TOPS Market mini go และ Lan Chi Mart รวมถึงกลุ่มนอนฟู้ดและไลฟ์สไตล์แบรนด์ต่างๆ พร้อมยึดวิสัยทัศน์ Better for Vietnam ที่ทำให้สินค้ากว่า 90% มาจากผู้ผลิตในประเทศและทำงานกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นกว่า 2,000 ราย มุมนี้สะท้อนว่าเซ็นทรัลไม่ได้แค่ขายของ แต่กำลังฝังตัวในโครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนาม

Vietnamese Week เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจจับคู่และการค้าข้ามพรมแดนอย่างไร
ถ้าไม่ดูให้ดี งานแฟร์อย่าง Vietnamese Week อาจถูกมองว่าเป็นงานโปรโมตสินค้า แต่ในความเป็นจริงนี่คือเครื่องมือธุรกิจจับคู่ชั้นดี งานนี้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 จากความร่วมมือของเซ็นทรัล รีเทล กลุ่มเซ็นทรัล และหน่วยงานรัฐของเวียดนาม มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 รายและต้อนรับผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคน ปีนี้มีผู้ประกอบการเวียดนามกว่า 60 รายร่วมออกบูธโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเวที Business Matching ให้เจรจาการค้ากับหน่วยธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อเปิดทางเข้าสู่ระบบค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่ทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ แก่นของงานจึงเป็นการสร้างสองผลลัพธ์ในคราวเดียว หนึ่ง โปรโมตสินค้าเวียดนามให้ผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวรู้จักผ่านประสบการณ์ช้อป ชิม และการแสดงเชิงวัฒนธรรม สอง เปิดประตูให้แบรนด์เวียดนามเข้าถึงตลาดไทยโดยตรงและรับฟีดแบ็กจริง เพื่อนำไปปรับสินค้าก่อนเข้าสเกลในอีโคซิสเต็มเซ็นทรัล รีเทล เวียดนามและเครือข่ายค้าปลีกของกลุ่มในภูมิภาค

ศูนย์การค้าเวียดนาม โรงแรม และระบบจ่ายเงินดิจิทัล สร้างโครงสร้างค้าข้ามพรมแดน
อีกมิติที่น่าสนใจคือการลงทุนในศูนย์การค้าเวียดนามและมิกซ์ยูส จากแผนของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเซ็นทรัลที่จะลงทุน 1,500 ล้านดอลลาร์ในเวียดนาม และมีการลงนาม MOU กับ Sun Group เพื่อศึกษาโอกาสพัฒนาโครงการร่วมกัน ต่อมาแผนระยะ 10–15 ปีถูกขยายเป็นเม็ดเงินลงทุน 2,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาโครงการ Retail Led Mixed Use ในเมืองยุทธศาสตร์อย่างดานัง โฮจิมินห์ซิตี้ และฟู้โกว๊ก ขนานไปกับการปักหมุดโรงแรมเซ็นทารา ทั้ง Centara Mirage Resort Mui Ne ที่เปิดแล้ว และโครงการใหม่อีก 2 แห่งที่จังหวัด Quảng Ninh ซึ่งตั้งเป้าเปิดภายในสิ้นปี 2569 เมื่อเสริมด้วยการลงนาม MOU ระหว่างเซ็นทรัล รีเทล NAPAS และ VietinBank เพื่อส่งเสริมการชำระเงินข้ามแดนผ่าน VietQR Global รองรับการค้าและการท่องเที่ยวของสองประเทศ ภาพใหญ่จึงชัดว่า กลุ่มเซ็นทรัลกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านรีเทล มิกซ์ยูส ท่องเที่ยว และระบบจ่ายเงินดิจิทัล ให้ตนเองกลายเป็นทางผ่านสำคัญของการค้าข้ามพรมแดนในภูมิภาค

บทเรียนสำหรับธุรกิจไทยจากเกมบุกเวียดนามของเซ็นทรัล
เมื่อรวมแผนลงทุนของเซ็นทรัล รีเทลและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มเซ็นทรัลเตรียมเงินลงทุนในเวียดนามเพิ่มเติมประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 110,000 ล้านบาท คำถามคือธุรกิจไทยควรอ่านเกมนี้อย่างไร คำตอบคือ ต้องเห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการเปิดสาขาอย่างรวดเร็ว แต่จากการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมลูกค้า คู่ค้า เมือง และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน Vietnamese Week ทำหน้าที่เป็นสนามทดลองสินค้าและตลาดต่างประเทศให้ผู้ประกอบการเวียดนามในวงกว้าง ขณะที่การพัฒนาโครงการ Retail Led Mixed Use และโรงแรมเซ็นทาราสร้างปลายทางใช้ชีวิตและท่องเที่ยวที่ตอกย้ำอำนาจต่อรองของกลุ่มเซ็นทรัลในระยะยาว สิ่งที่ธุรกิจไทยควรเรียนรู้คือ การใช้การค้าข้ามพรมแดนและแพลตฟอร์มธุรกิจจับคู่เป็นเครื่องมือสำคัญ ไม่ใช่กิจกรรมเสริม และการอ่านพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างจริงจังเพื่อออกแบบแบรนด์และอีโคซิสเต็มให้ตอบโจทย์ทั้งตลาดหลักและตลาดรองในประเทศเป้าหมาย







