Makro HORECA Champion คืออะไร และทำไมเวทีนี้สำคัญต่อ Soft Power อาหาร
Makro HORECA Champion คือเวทีการแข่งขันเชฟและมิกโซโลจิสต์ที่มุ่งค้นหา พัฒนา และต่อยอดศักยภาพเชฟรุ่นใหม่จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านโจทย์การปรุงอาหารและสร้างสรรค์เครื่องดื่มจากวัตถุดิบปริศนา ภายใต้มาตรฐานการตัดสินที่รับรองโดยสมาคมเชฟโลก Worldchefs เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงฝีมือ การเล่าเรื่อง และการยกระดับวัตถุดิบให้มีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ HORECA เพื่อผลักดัน Gastronomy ไทยให้กลายเป็น Soft Power อาหารที่มีบทบาทบนเวทีโลก Makro HORECA Champion 2026 ถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางสร้าง Talent ด้านอาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับภูมิภาคจนถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศในงานมหกรรมธุรกิจอาหารครั้งใหญ่

สนามแจ้งวัฒนะ จุดสตาร์ตการแข่งขันเชฟภาคกลางที่ดุเดือด
จุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันเชฟครั้งนี้เกิดขึ้นที่สนามแรกภาคกลาง ณ แม็คโคร แจ้งวัฒนะ ระหว่างวันที่ 3–4 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นรอบชิงแชมป์ภูมิภาคเพื่อคัดเลือกตัวแทนเข้าสู่เวทีระดับประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและความคึกคัก เชฟรุ่นใหม่ต้องรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบปริศนาให้ตอบทั้งโจทย์รสชาติ เทคนิค การจัดการวัตถุดิบ สุขอนามัย และการนำเสนอ ภายใต้มาตรฐาน Worldchefs ที่ย้ำว่าการเป็นเชฟยุคใหม่ไม่ใช่แค่ทำอาหารอร่อย แต่ต้องคิดเป็นระบบ เล่าเรื่องผ่านจาน และคำนึงถึงคุณค่าของวัตถุดิบในทุกส่วน เวทีนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันเชฟ แต่เป็นสนามฝึกหัดแนวคิดของคนทำอาหารอาชีพ ถ้าเชฟรุ่นใหม่ผ่านด่านภาคกลางได้ เขากำลังเดินสู่จุดที่สามารถยืนเคียงข้างเชฟจากทั่วโลกในฐานะตัวแทน Gastronomy ไทยอย่างน่าภาคภูมิใจ

สองผู้ชนะภาคกลาง: ตัวอย่างเชฟรุ่นใหม่ที่ใช้เมนูเล่าเรื่องวัตถุดิบ
ผลการแข่งขันภาคกลางสะท้อนชัดว่า Talent ด้านอาหารไทยกำลังมาแรง ภัทรธร เพชรวิชิต คว้ารางวัลเชฟเยาวชนด้วยเมนูข้าวคลุกน้ำมันพริกตะไคร้ ท็อปผักพื้นบ้าน เสิร์ฟคู่กับอกเป็ดย่างซอสแกงคั่วใต้หน่อไม้ ปลาแพนกาเซียสต้มขมิ้นผักดอง รวมถึงอกเป็ดผัดกะปิสะตอ และปลาแพนกาเซียสทอดขมิ้นยำน้ำบูดู ที่โชว์ความแม่นยำพื้นฐานและมุมมองร่วมสมัยต่ออาหารไทย ส่วนธีรดนย์ แสนก่อ ผู้ชนะระดับมืออาชีพ ใช้เมนูข้าวคลุกมันกุ้งเสวยสมุนไพร ไข่ตุ๋นผงกะหรี่ ช่อผกาไส้ไก่เด้งน้ำมันงา ผัดมะเขือยาวโหระพา ปอเปี๊ยะหมูสามเกลอทอดบอลซอสมะขาม และไก่ม้วนซอสแกงเผ็ดผลไม้ เล่าเรื่องความซับซ้อนของรสชาติและการจัดการวัตถุดิบแบบมืออาชีพ ทั้งสองคนคือภาพแทนของเชฟรุ่นใหม่ที่เข้าใจว่าเมนูหนึ่งจานต้องเล่าเรื่องวัตถุดิบ ภูมิภาค และตัวตนของผู้ทำ เพื่อให้ Gastronomy ไทยมีเสียงชัดเจนบนเวทีโลก

จากภาคกลางสู่ 5 ภูมิภาค: แผนเดินหน้าสร้างเครือข่ายเชฟใหม่ทั่วประเทศ
ความสำเร็จที่แจ้งวัฒนะไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นสัญญาณเริ่มต้น แม็คโครเดินหน้าปักหมุดอีก 4 ภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และสุราษฎร์ธานี ตลอดเดือนกันยายน–ตุลาคม 2569 เพื่อคัดเลือกสุดยอดเชฟเยาวชน เชฟมืออาชีพ และมิกโซโลจิสต์หน้าใหม่จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในงาน Makro HORECA มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี แนวทางนี้ฉลาดในเชิง Soft Power อาหาร เพราะการเปิดสนามทั่วภูมิภาคทำให้เรื่องราววัตถุดิบและวัฒนธรรมการกินดื่มหลากหลายถูกดึงขึ้นมาอยู่บนเวทีเดียวกัน เมื่อเชฟและมิกโซโลจิสต์จากแต่ละพื้นที่ได้เจอกัน เครือข่ายคนทำอาหารรุ่นใหม่จะขยายตัวแบบเป็นรูปธรรม นี่คือการลงทุนกับคนซึ่งจะกลายเป็นหน้าตาใหม่ของ Gastronomy ไทยในอนาคต

การแข่งขันเชฟในฐานะเครื่องยนต์ขับเคลื่อน Gastronomy และเศรษฐกิจอาหาร
Makro HORECA Champion แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันเชฟที่ออกแบบดีสามารถเป็นมากกว่ารายการสนุกสนาน แต่กลายเป็นเครื่องยนต์สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจอาหารได้จริง เวทีนี้เชื่อมโยงคนเก่ง วัตถุดิบคุณภาพ ธุรกิจ HORECA และนวัตกรรมผ่านเครือข่ายของแม็คโคร เพื่อผลักดัน Soft Power อาหารจากครัวสู่เศรษฐกิจระดับโลก คำกล่าวสำคัญจากฝั่งผู้จัดคือ การสร้างพื้นที่และโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เติบโต และได้รับการต่อยอดอย่างต่อเนื่อง คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Gastronomy ไทยให้เป็นพลังเชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ในมุมมองของผู้เขียน ความท้าทายต่อไปคือการทำให้ผู้ชนะไม่ใช่แค่แชมป์บนเวที แต่กลายเป็นผู้ประกอบการ ผู้สร้างสรรค์แบรนด์อาหาร และผู้ผลักดันมาตรฐานใหม่ให้วงการ HORECA ถ้าทำได้ การแข่งขันเชฟลักษณะนี้จะกลายเป็นโครงสร้างย่อยที่หนุนทั้งซัพพลายเชนอาหารและภาพลักษณ์ชาติผ่าน Soft Power อาหารอย่างชัดเจน







