ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รถไฟทางคู่ภาคใต้เฟส 2 เปิดประตูโครงข่ายเศรษฐกิจใหม่

รถไฟทางคู่ภาคใต้เฟส 2 เปิดประตูโครงข่ายเศรษฐกิจใหม่
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รถไฟทางคู่ภาคใต้เฟส 2 คืออะไร และทำไมต้องสนใจ

รถไฟทางคู่ภาคใต้ คือโครงการพัฒนาทางรถไฟที่เพิ่มรางอีกหนึ่งเส้นตลอดแนวสายใต้ เพื่อให้รถไฟวิ่งสวนและแซงกันได้อย่างต่อเนื่อง ลดเวลาขนส่งผู้โดยสารและสินค้า เพิ่มความปลอดภัย และรองรับปริมาณการเดินทางที่เติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาคใต้ ซึ่งเชื่อมโยงเส้นทางการค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ในระดับอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ หัวใจของข่าวนี้คือ ครม.สัญจรมีมติอนุมัติรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสร้างรางรถไฟเพิ่ม แต่เป็นการประกาศว่าภาคใต้จะไม่ยอมติดอยู่ในข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมอีกต่อไป

ดีลแสนล้าน: รายละเอียดโครงการรถไฟทางคู่ภาคใต้เฟส 2

มติ ครม.สัญจรอนุมัติให้การรถไฟฯ เดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่ภาคใต้ระยะที่ 2 จำนวน 3 ช่วง รวมวงเงิน 106,798.32 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ใช้เวลา 6-8 ปีตามลักษณะเส้นทาง ทั้งสามช่วงประกอบด้วย ชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 7 ปี สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ใช้เวลา 8 ปี และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ใช้เวลา 6 ปี โครงการเหล่านี้ผ่านการปรับรายละเอียดและวงเงินให้สอดคล้องต้นทุนปัจจุบัน ทั้งค่าวัสดุ ค่าน้ำมันดีเซล ค่าที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน โดยช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานีปรับเพิ่มจาก 30,422.53 เป็น 36,892.32 ล้านบาท ส่วนชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์เพิ่มจาก 7,772.90 เป็น 8,371.45 ล้านบาท นี่คือการยอมรับความจริงด้านต้นทุน เพื่อแลกกับโครงข่ายที่ทันสมัยและปลอดภัยกว่า

สะพานสองแห่ง: ตัวเชื่อมท่องเที่ยวและคมนาคมที่เปลี่ยนเกม

ภาพของโครงข่ายใหม่ในภาคใต้จะไม่สมบูรณ์หากไม่มีสะพานยุทธศาสตร์สองแห่งที่เพิ่งลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง ได้แก่ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ระหว่าง ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และสะพานเชื่อมเกาะลันตา ระหว่างตำบลเกาะกลาง กับตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาจะลดเวลาการเดินทางระหว่างสงขลา-พัทลุงจากราว 1 ชั่วโมงครึ่งเหลือเพียง 20 นาที กลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ช่วยลดต้นทุนชีวิตและขนส่งของประชาชน พร้อมหนุนการท่องเที่ยวให้เติบโต ขณะที่สะพานเชื่อมเกาะลันตาจะเปิดทางให้เดินทางด้วยรถยนต์และจักรยานแทนเรือ สร้างรูปแบบท่องเที่ยวใหม่และกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนชายฝั่ง

รถไฟทางคู่ภาคใต้เฟส 2 เปิดประตูโครงข่ายเศรษฐกิจใหม่

Green Transport กับสมดุลระหว่างโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลวางกรอบสะพานทั้งสองแห่งภายใต้แนวคิด Green Transport และย้ำว่าจะไม่ให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นถิ่นอาศัยโลมาอิรวดีและระบบนิเวศสำคัญของประเทศ โครงการถูกออกแบบและกำหนดมาตรการสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดตลอดช่วงก่อสร้าง เพื่อให้สะพานเป็นทั้งโครงสร้างเชื่อมการเดินทางและ “สะพานแห่งโอกาส” ที่เคารพระบบนิเวศไปพร้อมกัน มิติสิ่งแวดล้อมนี้ควรเป็นมาตรฐานใหม่ของโครงการคมนาคมทุกประเภทในภูมิภาคใต้ เพราะหากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นการทำลายจุดขายด้านทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยว ก็เท่ากับทำลายฐานเศรษฐกิจของตัวเอง ทางรอดจึงไม่ใช่การเลือกด้านใดด้านหนึ่ง แต่คือการออกแบบให้เศรษฐกิจกับสิ่งแวดล้อมเสริมกัน

เศรษฐกิจภูมิภาคใต้ในกรอบอาเซียน: จากปลายทางสู่จุดศูนย์กลาง

เมื่อมองภาพรวม รถไฟทางคู่ภาคใต้ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา กำลังเปลี่ยนภูมิภาคใต้จาก “ปลายทาง” ให้กลายเป็น “จุดเชื่อม” สำคัญในอาเซียน รัฐบาลระบุชัดว่าพร้อมผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน โดยเห็นว่าอาเซียนคือภูมิภาคที่มั่นคงและปลอดภัยแห่งหนึ่งของโลก เส้นทางรถไฟทางคู่ที่วิ่งลงสู่ชุมทางหาดใหญ่และปาดังเบซาร์ ประกอบกับการศึกษาขยายต่อไปยังสุไหงโก-ลกที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเร่งดำเนินการ ชี้ชัดว่าภาคใต้กำลังถูกออกแบบให้เป็นคอขวดการค้าและการเดินทางสำคัญของภูมิภาค ท้ายที่สุด คำถามไม่ใช่ว่าโครงการเหล่านี้จะเกิดหรือไม่ แต่คือจะบริหารให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจภูมิภาคใต้และชุมชนชายแดนมากแค่ไหน พร้อมลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตคนตัวเล็กในห่วงโซ่การคมนาคมและท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!