ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กินไข่และถั่วลิสงมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ช่วยกันแพ้อาหารในทารกได้จริงหรือไม่

กินไข่และถั่วลิสงมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ช่วยกันแพ้อาหารในทารกได้จริงหรือไม่
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

นิยามประเด็น: การตั้งครรภ์และอาหารกับความเสี่ยงแพ้อาหารของทารก

ประเด็นที่บทความนี้วิเคราะห์คือความเชื่อว่าการกินโปรตีนไข่และถั่วลิสงมากขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์และช่วงให้นมจะช่วยให้ร่างกายทารกสร้างความทนต่ออาหารและลดโอกาสเกิดอาการแพ้อาหาร ความคิดนี้มองว่าระบบภูมิคุ้มกันของทารกจะเรียนรู้จากสิ่งที่แม่กินผ่านน้ำคร่ำและน้ำนม ทำให้เกิดความทนต่อสารก่อภูมิแพ้ตั้งแต่ก่อนเริ่มกินอาหารเอง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเชิงทดลองขนาดใหญ่ล่าสุดกำลังตั้งคำถามต่อแนวคิดดังกล่าว และบอกเราว่า การตั้งครรภ์และอาหารของแม่อาจไม่ได้เป็นเครื่องมือมหัศจรรย์ในการป้องกันอาการแพ้อาหารของลูกอย่างที่หลายคนหวัง

จุดสำคัญคือ เราต้องเริ่มจากการยอมรับว่าคำแนะนำด้านการป้องกันอาการแพ้อาหารในเด็กทารกเปลี่ยนไปตามหลักฐานใหม่เสมอ ในอดีตเคยเชื่อว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยงแพ้ แต่เมตาอะนาไลซ์ในปี 2018 กลับพบว่าการหลีกเลี่ยงอาหารก่อภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมไม่ช่วยลดโรคภูมิแพ้ในเด็ก เมื่อมาถึงยุคที่มีการทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมและการวัดตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือด เราจึงมีโอกาสมากขึ้นที่จะรู้ว่าพฤติกรรมการกินของทั้งแม่และเด็กส่งผลต่อสุขภาพเด็กทารกอย่างไรในความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ตามความรู้สึกหรือความเชื่อ

รายละเอียด PrEggNut trial: เมื่อไข่และถั่วลิสงไม่ใช่คำตอบวิเศษ

หัวใจของข่าวนี้คือการทดลองขนาดใหญ่แบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมในหญิงตั้งครรภ์ 2,137 คนที่ตรวจสอบโดยตรงว่าการกินโปรตีนไข่และถั่วลิสงมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์และให้นมสามารถลดความเสี่ยงแพ้อาหารในทารกที่อายุ 1 ปีได้หรือไม่ ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มที่ต้องกินไข่และถั่วลิสงในปริมาณสูงเป็นประจำ และกลุ่มที่กินในระดับมาตรฐาน โดยทั้งหมดเป็นครอบครัวที่มีประวัติภูมิแพ้หลายคน จึงถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการแพ้อาหารในเด็ก

ผลลัพธ์ที่สะท้อนชัดเจนและค่อนข้างขัดใจคนที่หวังทางลัดคือ การกินไข่และถั่วลิสงของแม่เพิ่มขึ้นไม่ทำให้ความเสี่ยงแพ้ไข่หรือถั่วลิสงของทารกลดลง หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวัดอาการแพ้ที่เกี่ยวข้องกับ IgE ในช่วงอายุ 1 ปี หรือกล่าวให้ชัดเป็นประโยคที่ควรจดจำคือ "การเพิ่มการบริโภคไข่และถั่วลิสงของแม่ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมไม่ช่วยลดและไม่เพิ่มความเสี่ยงแพ้ไข่หรือถั่วลิสงในทารก" นี่เป็นข้อความที่ท้าทายคู่มือการดูแลสุขภาพเด็กทารกแบบเก่า ที่ชอบอ้างว่าปรับเมนูของแม่ก็ป้องกันทุกอย่างได้

SpecAB
จำนวนหญิงตั้งครรภ์รวม2,137 คนกลุ่มเสี่ยงสูงต่อภูมิแพ้
กลุ่มกินไข่–ถั่วลิสงสูง1,070 คนเมนูเน้นโปรตีนไข่และถั่วลิสง
กลุ่มอาหารมาตรฐาน1,067 คนกินตามปกติไม่กำหนดปริมาณสูง
ข้อสรุปหลักไม่ลดและไม่เพิ่มความเสี่ยงแพ้อาหารเน้นความปลอดภัยมากกว่าความหวังเกินจริง

ทำไมผลลัพธ์นี้สำคัญต่อคู่มือการตั้งครรภ์และอาหาร

ก่อนมีการทดลองนี้ นักวิจัยเคยรายงานว่าทารกบางรายสร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนไข่ได้ตั้งแต่ประมาณ 4 เดือน และการให้ไข่เร็วในอาหารเสริมของทารกช่วง 4 ถึง 6 เดือนไม่สามารถเปลี่ยนการตอบสนองนั้นตามที่แนวทางป้องกันแพ้อาหารเคยหวัง จึงมีแนวคิดใหม่ว่า ถ้าระบบภูมิคุ้มกันเริ่มตอบสนองเร็วขนาดนั้น บางทีเราควรเริ่มสร้างความทนตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์และให้นม ผ่านการที่ทารกได้รับสารก่อภูมิแพ้จากน้ำคร่ำและน้ำนมแม่

อย่างไรก็ดี ผล PrEggNut บอกตรงๆ ว่าแนวคิดเพิ่มโปรตีนไข่และถั่วลิสงของแม่เพื่อกันลูกแพ้อาหารไม่เห็นผล เมื่อประกอบกับเมตาอะนาไลซ์ปี 2018 ที่พบว่าการหลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยงแพ้ของแม่ก็ไม่ช่วย ภาพที่ปรากฏจึงค่อนข้างชัดเจนว่า การควบคุมเมนูแม่ระหว่างการตั้งครรภ์และอาหารช่วงให้นมไม่ใช่เครื่องมือหลักในการการป้องกันอาการแพ้อาหารของเด็กทารก แม้จะเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพแม่และลูกด้านอื่น เช่น ภาวะโภชนาการและการเจริญเติบโต แนวคิดการตั้งครรภ์และอาหารจึงควรเน้นความปลอดภัย ความหลากหลาย และสมดุล มากกว่าคาดหวังผลเฉพาะด้านแพ้อาหารเพียงอย่างเดียว

หลักฐานจากการกินของเด็ก: ลายเซ็นในเลือดบอกอะไรเรา

ในอีกด้านหนึ่งของโลกงานวิจัย มีการศึกษาที่ใช้เมทาโบโลมิกส์วัดว่าการกินของเด็กสะท้อนในเลือดอย่างไร เพื่อเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างรูปแบบอาหารและสุขภาพในระยะยาว การศึกษานี้ใช้ข้อมูลจากเด็ก 421 คนในโครงการเกี่ยวกับโรคอ้วนในเด็กในยุโรป และวัดสารเมตาโบไลต์ในเลือด 236 ชนิดที่อายุ 5.5 และ 8 ปี เพื่อดูว่ารูปแบบการกินแตกต่างกันส่งผลให้โปรไฟล์สารเมตาโบไลต์ต่างกันหรือไม่ ผลปรากฏว่ามีเมตาโบไลต์อย่างน้อย 48 ชนิดที่สัมพันธ์กับรูปแบบอาหารหลายแบบ เช่น อาหารที่เน้นผัก ผลไม้ ปลา และน้ำมันมะกอก เทียบกับอาหารที่เน้นไขมันคุณภาพต่ำและน้ำตาลสูง

ผู้เขียนศึกษาชี้ว่า โปรไฟล์เมตาโบไลต์ในเลือดดูเหมือนสะท้อนการกินตามปกติในชีวิตประจำวันของเด็ก และสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดวัตถุวิสัยแทนการให้เด็กหรือผู้ปกครองเล่าย้อนว่ากินอะไรไปบ้าง ซึ่งมักคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม แม้จะพบสารที่น่าสนใจหลายตัว เช่น กลุ่มฟอสฟาทิดิลโคลีนที่เกี่ยวกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวในเด็กที่กินปลาและน้ำมันมะกอกมาก แต่ผู้วิจัยยังเน้นว่าต้องมีการทำซ้ำโดยงานวิจัยอิสระก่อน จึงจะใช้สารเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ในการออกแบบแนวทางการตั้งครรภ์และอาหารหรือการวัดคุณภาพอาหารของเด็กในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

กินไข่และถั่วลิสงมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ช่วยกันแพ้อาหารในทารกได้จริงหรือไม่

มุมมองต่อการป้องกันอาการแพ้อาหารและสุขภาพเด็กทารกในทางปฏิบัติ

เมื่อมองรวมทั้งหลักฐานเรื่องโปรตีนไข่และถั่วลิสงในแม่และข้อมูลเมตาโบไลต์ในเด็ก สิ่งที่สะท้อนชัดคือ สุขภาพเด็กทารกไม่สามารถฝากความหวังไว้กับเมนูจานเดียวหรืออาหารชนิดเดียวได้ การทดลอง PrEggNut แสดงให้เห็นว่า การเพิ่มโปรตีนไข่และถั่วลิสงในช่วงตั้งครรภ์และให้นมไม่ช่วยลดความเสี่ยงแพ้อาหารของทารก แต่ก็ไม่เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน ในขณะเดียวกัน งานด้านเมทาโบโลมิกส์ชี้ว่ารูปแบบอาหารโดยรวมมีความสัมพันธ์กับลายเซ็นในเลือดที่อาจสะท้อนการกินและสุขภาพในระยะยาวของเด็ก

ในทางปฏิบัติ สำหรับคนที่กำลังตั้งครรภ์และกังวลเรื่องการป้องกันอาการแพ้อาหาร จุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลคือ การตั้งใจเลือกการตั้งครรภ์และอาหารให้หลากหลาย ครบหมู่ ปลอดภัย และไม่เคร่งครัดกับการหลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยงแพ้จนขาดสารอาหาร โดยเฉพาะถ้าไม่มีอาการแพ้อาหารเอง แน่นอน แนวทางปัจจุบันยังให้ความสำคัญกับการให้ทารกได้ลองกินอาหารเสี่ยงแพ้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในเมนูอาหารเสริมโดยตรง และงานวิจัยในอนาคตก็จะต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการให้อาหารเด็กที่ทำให้ความชุกของแพ้ไข่และถั่วลิสงลดลงเมื่อคำนวณขนาดตัวอย่าง สิ่งที่ควรจำไว้คือ คู่มือสุขภาพแม่และลูกที่ดีต้องเดินตามหลักฐาน ไม่ใช่เดินตามความกลัว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!