ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตั้งค่า BIOS NVMe ให้ SSD แรงขึ้น ด้วยการปิด PCIe power management

ตั้งค่า BIOS NVMe ให้ SSD แรงขึ้น ด้วยการปิด PCIe power management
ความสนใจ|ผู้ชื่นชอบคอมพิวเตอร์

PCIe power management คืออะไร และทำไมถึงทำให้ SSD ช้าลง

การตั้งค่า BIOS NVMe เกี่ยวกับ PCIe power management คือการกำหนดวิธีที่เมนบอร์ดลดหรือปิดการทำงานของช่องสัญญาณ PCIe เพื่อประหยัดพลังงาน ส่งผลกับทั้ง SSD แบบ NVMe และการ์ดจอ หากตั้งค่าโหมดประหยัดไฟแรงเกินไป ระบบจะลดความเร็วลิงก์ระหว่างเมนบอร์ดกับ SSD เมื่อเครื่องว่าง ทำให้ทุกครั้งที่เรียกใช้ข้อมูลต้องเสียเวลาปลุกอุปกรณ์ขึ้นมาทำงานใหม่ ส่งผลเป็นอาการหน่วงเล็ก ๆ ระหว่างเล่นเกม เปิดโปรแกรม หรือก็อปปี้ไฟล์ขนาดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นนิสัยของระบบปฏิบัติการ แต่จริง ๆ มักเกิดจากเฟิร์มแวร์ของเครื่องเอง หัวใจของเรื่องนี้คือ Active State Power Management หรือ ASPM ซึ่งเป็นฟีเจอร์ในเฟิร์มแวร์ที่สั่งให้เครื่องใส่อุปกรณ์ PCIe เข้าโหมดหลับและลดความเร็วล lanes ตามโหลดที่ใช้งาน โดยมันสามารถปิดหรือหรี่ช่องสัญญาณที่ส่งไปยังการ์ดจอและ SSD NVMe เมื่อเครื่องไม่ทำงานหนัก จุดประสงค์คือประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะบนโน้ตบุ๊ก แต่บนเครื่องตั้งโต๊ะที่ไม่ห่วงแบตมากนัก การลดสัญญาณแบบนี้กลับกลายเป็นตัวสร้างดีเลย์และไมโครสตัตเตอร์ที่น่ารำคาญ ผู้ใช้จำนวนมากไม่เคยเข้าไปแตะเมนูนี้ใน BIOS เลย ทำให้ศักยภาพของ SSD ถูกกดไว้ทั้งที่ฮาร์ดแวร์ดีอยู่แล้ว หลายคนเมื่อปิด ASPM แล้วรายงานว่าเฟรมไทม์นิ่งขึ้นและเครื่องตอบสนองไวกว่าเดิมอย่างชัดเจน

เตรียมตัวก่อนปรับ BIOS ตรวจสอบผลด้วยการเทสต์ซ้ำได้

ก่อนจะไปปิด ASPM หรือปรับตั้งค่า BIOS NVMe สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีวิธีดูผลว่ามันดีขึ้นจริงหรือไม่ ไม่งั้นอาจเผลอไปโยกหลายอย่างแล้วไม่รู้ว่าตัวไหนช่วย ตัวที่ง่ายคือใช้เกมหรือโปรแกรมที่คุณเจออาการหน่วงบ่อย แล้วสร้างฉากทดสอบที่เรียกซ้ำได้ เช่น เบนช์มาร์กในเกม เซฟเดิม หรือวิ่งเส้นทางเดิมประมาณหนึ่งนาที จากนั้นปล่อยให้เกมโหลดเสร็จและให้ระบบคอมไพล์เชดเดอร์ให้ครบก่อนค่อยเริ่มเทสต์ เพื่อไม่ให้โหลดครั้งแรกมาปนกับผลทดสอบ ระหว่างเทสต์ ควรเปิดโปรแกรมมอนิเตอร์เพื่อดูค่าเฉลี่ยเฟรมเรต ค่า 1 เปอร์เซ็นต์ต่ำสุด และกราฟเฟรมไทม์ รวมถึงดูการใช้งานการ์ดจอ ความเร็วคล็อก กำลังไฟ และอุณหภูมิ ถ้าเป็นไปได้ให้ดูโหลดซีพียูแต่ละเธรด และการใช้แรมในระบบกับ VRAM ไปพร้อมกันด้วย จุดพลาดยอดฮิตคือมี FPS cap หรือเปิด V Sync ทำให้การ์ดจอใช้ไม่เต็มโดยที่เฟรมเรตถูกล็อคอยู่ หรือมีซีพียูเป็นคอขวดจนการ์ดจอรอข้อมูลตลอดเวลา ซึ่งทั้งสองกรณีนี้เป็นสาเหตุหลักของการ์ดจอใช้งานต่ำกว่าที่ควร เมื่อคุณจดค่าฐานไว้แล้วค่อยไปเปลี่ยนทีละตัว แล้วเทสต์แบบเดิมซ้ำจะเห็นผลต่างชัดเจนกว่าปรับรวดเดียวหลายอย่างแล้วเดาเอาเอง

ขั้นตอนปิด ASPM ใน BIOS เพื่อเพิ่มความเร็ว SSD

มาถึงส่วนวิธีทำจริง ๆ การเปลี่ยนแปลงหลักที่เราต้องการคือการปิด Active State Power Management บนเมนบอร์ด เพื่อให้ลิงก์ PCIe ระหว่างเมนบอร์ดกับ SSD NVMe ทำงานเต็มกำลังตลอด ไม่ถูกหรี่หรือปิดระหว่างว่างงาน การเปลี่ยนตรงนี้ไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่ ใช้แค่การเข้า BIOS แล้วปรับ toggle เดียวก็เห็นผลเรื่องความหน่วง ลดไมโครสตัตเตอร์ และช่วยเพิ่มความเร็ว SSD ในการตอบสนองได้ทันที การปิด ASPM จะทำให้เวลาที่เกมเรียกโหลดเท็กซ์เจอร์จากสตอเรจ หรือเวลาระบบต้องเปิดโปรแกรมใหญ่ ๆ SSD จะพร้อมทำงานอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลากลับจากโหมดหลับ[RSC:265429]

  1. รีสตาร์ตเครื่องแล้วกดปุ่มที่เมนบอร์ดกำหนดเพื่อเข้า BIOS หรือ UEFI เช่น Delete หรือ F2 ระหว่างหน้าจอบูต
  2. ในเมนู BIOS ให้หาแท็บที่เกี่ยวกับ Advanced หรือ System Agent แล้วมองหาหมวดย่อยเกี่ยวกับ PCIe power management หรือ ASPM
  3. เมื่อเจอ Active State Power Management หรือเมนูย่อยที่มีตัวเลือกการลดพลังงานช่องสัญญาณ PCIe ให้เปลี่ยนโหมดจาก Enabled หรือ Auto ไปเป็น Disabled เพื่อปิดการใส่อุปกรณ์เข้าขั้นหลับ
  4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่า SSD NVMe ต่ออยู่กับสล็อตหลักที่รองรับความเร็วเต็ม และไม่มีการตั้งค่าอื่นมาจำกัดความเร็วลิงก์ เช่นการเลือกโหมดแบบประหยัดไฟรวมทั้งระบบ
  5. บันทึกการตั้งค่าใน BIOS แล้วรีสตาร์ตเข้า Windows จากนั้นใช้ฉากทดสอบที่เตรียมไว้ก่อนหน้า รันซ้ำและจดค่าเฟรมเรต เฟรมไทม์ และความลื่นไหลเปรียบเทียบกับค่าก่อนหน้าที่บันทึกไว้

จุดที่ต้องระวังคือบนโน้ตบุ๊กหรือเครื่องที่เน้นประหยัดพลังงาน การปิด ASPM อาจทำให้การใช้ไฟรวมสูงขึ้นบ้างเมื่อมีโหลด แม้บนเครื่องตั้งโต๊ะส่วนใหญ่จะรับได้สบาย แต่ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กที่ต้องการแบตยาว ๆ อาจต้องลองเทสต์ทั้งสองแบบแล้วเลือกโหมดที่สมดุลตามการใช้งานคุณ ในทางกลับกัน หากคุณเป็นสายเล่นเกมหรือทำงานที่ต้องการความนิ่งของเฟรมไทม์และต้องการเพิ่มความเร็ว SSD ให้ตอบสนองไว การปิด ASPM มักให้ผลด้านความลื่นและความรู้สึกของการใช้งานที่ดีขึ้นมาก ผู้ใช้หลายคนที่มีอาการไมโครสตัตเตอร์และดีเลย์แบบอธิบายไม่ได้เมื่อเล่นเกมหรือย้ายไฟล์ใหญ่พบว่าหลังปิด ASPM ระบบตอบสนองนิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อ่านค่าให้เป็น รู้ว่าปรับแล้ว SSD และระบบไวขึ้นแค่ไหน

หลังจากปิด ASPM และตั้งค่า BIOS NVMe ใหม่แล้ว สิ่งสำคัญคือการดูผลว่ามันช่วยเพิ่มความเร็ว SSD และลดปัญหาหน่วงได้จริงหรือไม่ วิธีประเมินที่น่าเชื่อถือคือดูทั้งค่าเฉลี่ยเฟรมเรต ค่า 1 เปอร์เซ็นต์ต่ำสุด และกราฟเฟรมไทม์ไปพร้อมกัน ค่าเฉลี่ยเฟรมเรตบอกภาพรวมความเร็วในการเรนเดอร์ ส่วนเฟรมไทม์จะเปิดให้เห็นอาการสะดุดที่ตัวเลขเฉลี่ยซ่อนอยู่ ถ้าค่าพวกนี้อยู่ในระดับที่ควรจะเป็น การ์ดจอใช้งานไม่สูงมาก และการเคลื่อนไหวในเกมลื่นไหล ถือว่าคุณมีหัวข้อปรับแต่งที่ดี โดยการใช้งานการ์ดจอที่ต่ำลงในขณะที่ผลลัพธ์ยังดี เป็นเพียง headroom ไม่ใช่ปัญหา ให้คุณจดค่าฐานก่อนปรับไว้ แล้วหลังจากเปลี่ยน ASPM หรือ PCIe power management แล้วกลับมารันฉากเดิมซ้ำ สังเกตว่าเฟรมไทม์นิ่งขึ้นไหม อาการหน่วงเวลามีโหลดสั้น ๆ เช่นสลับฉาก เปิดเมนู หรือโหลดแมพใหม่ลดลงหรือไม่ ถ้ามีปรากฏการณ์ที่ใช้งานแล้วรู้สึกว่าคอมตอบสนองทันใจขึ้น แม้ตัวเลขเฟรมเรตจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ก็ถือว่าการเพิ่มความเร็ว SSD ผ่านการตั้งค่า BIOS แบบนี้สำเร็จ และคุณดึงสมรรถนะที่มีอยู่ในฮาร์ดแวร์ออกมาใช้งานได้คุ้มค่ามากขึ้น

สรุป การลงทุนลงแรงกับ BIOS แค่ครั้งเดียวที่คุ้มค่า

เมื่อมองภาพรวม การปรับตั้งค่า BIOS NVMe โดยโฟกัสที่ PCIe power management และการปิด ASPM เป็นงานที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ผลกระทบกับประสบการณ์ใช้งานในชีวิตประจำวันค่อนข้างใหญ่ สิ่งที่ได้กลับมาคือ SSD ที่ตอบสนองได้ทันทีมากขึ้น ไมโครสตัตเตอร์ระหว่างเล่นเกมหรือย้ายไฟล์ลดลง และเฟรมไทม์นิ่งขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่ ข้อควรจำคือให้เทสต์แบบมีวินัย จดค่าฐานก่อนทุกครั้ง เปลี่ยนทีละอย่าง แล้วรันฉากเดิมซ้ำเพื่อดูผลที่แท้จริง สำหรับคนใช้เครื่องตั้งโต๊ะ การสละฟีเจอร์ประหยัดไฟบางส่วนแลกกับความลื่นไหลมักเป็นการแลกที่คุ้มค่า โดยเฉพาะถ้าคุณสังเกตว่าเครื่องมีอาการหน่วงประหลาดอยู่แล้ว ในทางกลับกัน ถ้าคุณใช้โน้ตบุ๊กแล้วห่วงแบตเป็นหลัก อาจต้องชั่งน้ำหนักระหว่างประสิทธิภาพกับการใช้ไฟแล้วเลือกจุดที่เหมาะกับตัวเอง ที่สำคัญคือการรู้ว่ามีตัวเลือกนี้อยู่ เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่เคยเปิดเข้าไปดูเมนูนี้ใน BIOS เลย ทำให้ปล่อยประสิทธิภาพของ SSD และระบบตกค้างอยู่โดยไม่รู้ตัว การยอมเสียเวลาปรับครั้งเดียวช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ได้เต็มที่ในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!