AI ฟองสบู่ใหม่ของโลกการเงิน และทำไมเอเชียจึงเปราะบางกว่าคนอื่น
ฟองสบู่การลงทุน AI หมายถึงภาวะที่เม็ดเงินหลั่งไหลเข้าสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์จนมูลค่าสูงเกินพื้นฐานเศรษฐกิจ การขยายตัวของการค้า การผลิต และราคาหุ้นที่เกาะกระแส AI สามารถสร้างแรงหนุนชั่วคราว แต่หากความคาดหวังเกินจริงและผลตอบแทนไม่ทันเวลา การปรับฐานรุนแรงอาจเกิดขึ้น และส่งผลกระทบทั้งตลาดการเงินและเศรษฐกิจจริงในหลายภูมิภาคพร้อมกัน หัวใจของคำเตือนล่าสุดไม่ใช่แค่ถามว่า AI เป็นฟองสบู่หรือไม่ แต่คือคำถามว่า หากฟองสบู่แตก ใครจะเจ็บหนักสุด รายงานเสถียรภาพการเงินปี 2569 ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 ระบุชัดว่า เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมเศรษฐกิจอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เปราะบางที่สุด หากกระแสการลงทุนด้าน AI เกิดการปรับฐานอย่างรุนแรง การเปราะบางนี้ไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ แต่เกิดจากบทบาทของภูมิภาคในห่วงโซ่อุปทาน AI และการเชื่อมโยงเข้ากับ AI ตลาดหุ้นเอเชียที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ
ห่วงโซ่อุปทาน AI กระจุกในเอเชีย ตัวคูณความเสี่ยงส่งออกและการค้าโลก
จุดแข็งด้านการผลิตกลายเป็นจุดอ่อนเมื่อวัฏจักร AI พลิกกลับ ภูมิภาคอาเซียน+3ถูกระบุว่าเป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI ทั่วโลก ตั้งแต่การผลิตชิปหน่วยความจำในเกาหลีใต้ไปจนถึงการประกอบเซมิคอนดักเตอร์ในมาเลเซีย รายงานระบุว่าภูมิภาคนี้มีส่วนคิดเป็นประมาณสองในสามของการเติบโตของการค้าโลกที่เกี่ยวข้องกับ AI ประโยคนี้ควรถูกจดจำ เพราะมันหมายความว่า เมื่อกระแส AI ชะลอ โลกอาจสะเทือน แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเพื่อนบ้านจะสะเทือนแรงกว่าคนอื่น แรงหนุนจาก AI เคยช่วยให้เศรษฐกิจเอเชียรับมือกับราคาพลังงานสูงและมาตรการภาษีจากสหรัฐได้ดีขึ้น แต่ความพึ่งพิงที่มากเกินไปกลับทำให้โครงสร้างการส่งออกของภูมิภาคติดกับดัก หากเกิดความเสี่ยง AI ส่งออกจากการที่บริษัทเทคโนโลยีชะลอการลงทุนหรือการใช้จ่ายด้านทุน รายได้จากสินค้าเทคโนโลยีที่ผูกกับ AI จะหายไปอย่างรวดเร็ว และอาจลากการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ชะลอตามแบบลูกโซ่
AI ตลาดหุ้นเอเชีย เส้นเลือดการเงินที่เชื่อมต่อฟองสบู่ทั่วโลก
เมื่อห่วงโซ่อุปทาน AI อยู่ในเอเชีย ฝั่งการเงินก็ไม่ไกลกันนัก รายงานชี้ว่าตลาดการเงินในภูมิภาคเชื่อมโยงกับสินทรัพย์และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือจุดที่ AI ตลาดหุ้นเอเชียกลายเป็นช่องทางแพร่เชื้อ หากฟองสบู่แตก AMRO เตือนตรงไปตรงมาว่า การปรับฐานอย่างไร้ระเบียบของสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับ AI อาจแพร่กระจายผ่านหลายช่องทาง ตั้งแต่การส่งออกเทคโนโลยีลดลง การขาดทุนในพอร์ตลงทุน เงินทุนไหลออก แรงกดดันรีไฟแนนซ์ของบริษัทที่มีหนี้สูง ไปจนถึงความเชื่อมั่นนักลงทุนที่อ่อนแอลง สิ่งที่น่าห่วงคือโครงสร้างตลาดหุ้นที่กระจุกตัวในหุ้นกลุ่ม AI โดยเฉพาะในบางตลาดอย่างเกาหลีใต้ ทำให้เสี่ยงต่อการปรับตัวลงอย่างรุนแรงหากเกิดแรงเทขาย ขณะเดียวกัน ตลาดญี่ปุ่นและฮ่องกงเริ่มเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้น AI และเทคโนโลยีของสหรัฐมากขึ้น การเชื่อมโยงนี้ทำให้แรงสั่นสะเทือนจากต่างประเทศสามารถส่งผ่านเข้าสู่ภูมิภาค แม้จะไม่มีปัจจัยลบภายในประเทศเองก็ตาม
การเชื่อมโยงกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หนีความเสี่ยงไม่พ้น
คำเตือนของ AMRO ไม่ได้พูดถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบโดดเดี่ยว แต่เน้นทั้งภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ในฐานะกลุ่มเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น การค้าระหว่างกัน การลงทุนข้ามพรมแดน และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทำให้ความเสี่ยงจากฟองสบู่ AI ไม่หยุดอยู่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง หากเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในกลุ่มนี้สะดุดจากการปรับฐานของ AI ผลกระทบด้านส่งออก การผลิต และตลาดทุนจะลามไปทั่วภูมิภาคแบบหลีกเลี่ยงได้ยาก ในระดับโครงสร้าง ระบบนิเวศ AI ของภูมิภาคยังพึ่งรูปแบบการจัดหาเงินทุนแบบหมุนเวียนระหว่างบริษัท และพึ่งพาการกู้ยืมของผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใช้เงินลงทุนสูง ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ห่วงโซ่อุปทาน AI และระบบการเงินยิ่งเชื่อมโยงกัน หากผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ต่ำกว่าคาด การบังคับลดภาระหนี้และภาวะสินเชื่อที่ตึงตัวอาจขยายผลกระทบเป็นวิกฤตการเงินในวงกว้าง
จากฟองสบู่สู่ความยั่งยืน เอเชียต้องออกจากโหมดตามกระแสให้เร็ว
เมื่ออ่านรายงาน เศรษฐกิจ AMRO สิ่งที่สะท้อนชัดคือภูมิภาคกำลังเดินบนเส้นบางระหว่างโอกาสและความเสี่ยง ความจริงที่ว่าภูมิภาคนี้ถือสองในสามของการเติบโตการค้าโลกที่เกี่ยวกับ AI ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสวยหรู แต่เป็นคำเตือนว่าภูมิภาคกำลังแบกรับความเสี่ยงเชิงระบบเกินสัดส่วน ท่ามกลางความกังวลของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกว่าการลงทุนมหาศาลใน AI จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้หรือไม่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพันธมิตรควรถอยออกจากโหมดตามกระแส มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI กับการกระจายฐานเศรษฐกิจ ลดความกระจุกตัวของตลาดหุ้น และเพิ่มความโปร่งใสของการจัดหาเงินทุนในระบบนิเวศ AI หากภูมิภาคเลือกมอง AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น ฟองสบู่ที่อาจแตกจะกลายเป็นแรงกระแทกที่รับมือได้ ไม่ใช่ชนวนวิกฤตใหม่ของเอเชีย






