ตลาดสัตว์เลี้ยง: จากความรักสัตว์สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจ
ตลาดสัตว์เลี้ยงคือระบบเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยสินค้า บริการ และกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยง ดูแล และสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้สัตว์เลี้ยง ตั้งแต่อาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงคอนเทนต์ออนไลน์ โดยมีแรงขับหลักจากเจ้าของสัตว์ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว ใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขร่วมกันมากขึ้นทุกปี จนกลายเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ผู้บริโภคที่เติบโตเร็วและยืดหยุ่นต่อเศรษฐกิจสายหนึ่งของยุคใหม่ สิ่งที่เราเห็นชัดคือการที่งานอีเวนต์ด้านสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นแค่ที่รวมคนรักสัตว์ แต่กำลังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโลกของผู้เลี้ยงกับโลกธุรกิจเพ็ทแคร์อย่างเข้มข้น ทั้งงาน PET EXPO THAILAND ที่เน้นประสบการณ์ผู้บริโภค และงาน Pet Fair South East Asia ที่เน้นการเจรจาธุรกิจ B2B กำลังสะท้อนให้เห็นว่าความรักสัตว์ในบ้านกำลังขยายตัวเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจเต็มรูปแบบ ผู้ประกอบการที่มองตลาดนี้แค่เป็น “นิชเล็กๆ” กำลังมองข้ามเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงสุดเซ็กเมนต์หนึ่งของยุคปัจจุบัน.

PET EXPO THAILAND: 24 ปีที่สะท้อนการยกระดับสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว
การที่งาน PET EXPO THAILAND เดินทางมาถึงครั้งที่ 24 ไม่ได้เป็นเพียงหลักไมล์ของงานแฟร์หนึ่งงาน แต่เป็นหลักฐานว่าตลาดสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างสม่ำเสมอและลึกลงในชีวิตผู้คน งานปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม ณ ฮอลล์ 5-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมธีมโจรสลัดน่ารัก “Friendship Treasure ขุมทรัพย์เพื่อนรักสุดขอบฟ้า” ซึ่งสะท้อนภาพสัตว์เลี้ยงในฐานะ “เพื่อนรัก” ได้ชัดเจน. คำกล่าวของผู้จัดงานที่ระบุว่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตเฉลี่ย 5-10% ต่อปีและคาดว่าปีหนึ่งจะมีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท เป็นสัญญาณว่าการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization ไม่ใช่แค่เทรนด์แฟชั่น แต่กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้เลี้ยงแล้ว. เจ้าของสัตว์ยอมควักเงินจำนวนมากต่อปีเพื่ออาหาร สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยง นี่คือผู้บริโภค Petsumer ที่มีทั้งกำลังซื้อและความคาดหวังสูงต่อแบรนด์ การที่งานดังกล่าวรวบรวมกว่า 300 บริษัท 700 บูธคือการยืนยันว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงกำลังแข่งขันกันบนเวทีใหญ่มากกว่าที่หลายคนคิด.

Pet Humanization – Pet Celebrity: เมื่อการเลี้ยงสัตว์กลายเป็นการลงทุนด้านคอนเทนต์และอารมณ์
เทรนด์ Pet Humanization ทำให้วิธีคิดเรื่องสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปจาก “ทรัพย์สิน” เป็น “คนในบ้าน” ผู้เลี้ยงจำนวนมากดูแลสัตว์เสมือนลูก ทั้งอาหารพรีเมียม ประกันสุขภาพและการพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ รวมถึงการแต่งตัว ถ่ายรูป และพาออกงานต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกัน. เมื่อมิตินี้พัฒนาไปอีกขั้น เราจึงเห็นปรากฏการณ์ Pet Celebrity ที่สัตว์เลี้ยงบางตัวกลายเป็น Petfluencer มีผู้ติดตามหลักแสน และสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์และการร่วมงานกับแบรนด์. แนวโน้มนี้เปลี่ยนการตัดสินใจซื้อจากการมองหาของจำเป็น ไปสู่การมองหา “ตัวช่วยสร้างภาพจำและคอนเทนต์” สำหรับทั้งผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยง ผู้บริโภค Petsumer มีความพร้อมจะจ่ายเพื่ออาหารที่มีส่วนผสมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์บำรุงขน เสื้อผ้า เครื่องประดับ และของเล่นพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและภาพลักษณ์ ผู้ประกอบการที่เข้าใจว่าทุกชิ้นสินค้ากำลังอยู่ในเฟรมกล้องและฟีดโซเชียล จะสามารถออกแบบแบรนด์ให้มีทั้งฟังก์ชันและสตอรีที่โดนใจ ตลาดนี้ไม่ใช่แค่การขายของให้สัตว์เลี้ยง แต่คือการขายความรู้สึกและภาพจำให้เจ้าของสัตว์ไปพร้อมกัน.

ตลาด Petsumer และงานแฟร์ B2B: สะพานเชื่อมคนโสด ครอบครัวใหม่ และผู้ประกอบการ
กลุ่มผู้บริโภค Petsumer เติบโตพร้อมภาพสังคมที่คนโสดอยู่คนเดียวมากขึ้น คู่รักที่ยังไม่พร้อมมีบุตร หรือครอบครัวสมัยใหม่ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนเติมเต็มความสัมพันธ์ ในบริบทนี้งานแสดงสินค้าอย่าง PET EXPO THAILAND เป็นพื้นที่ให้ Petsumer ได้ทดลองสินค้าใหม่ พูดคุยกับสัตวแพทย์ และสัมผัสบริการสุขภาพจากโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลตรงต่อการยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวัน. อีกด้านหนึ่ง งาน Pet Fair South East Asia ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์ม B2B ที่สำคัญในการตอบโจทย์ฝั่งซัพพลายเชนของธุรกิจสัตว์เลี้ยง มีทั้งผู้ผลิต OEM ฝ่ายจัดหาวัตถุดิบ ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีกและสัตวแพทย์ที่มาเจรจาธุรกิจร่วมกัน งานปีหนึ่งมี 300 แบรนด์จาก 40 ประเทศ แบ่งสัดส่วนธุรกิจหลักเป็นอาหาร ขนม สุขภาพ สุขอนามัย และอุปกรณ์เสริม ซึ่งสะท้อนว่าทั้งห่วงโซ่คุณค่ากำลังจัดระเบียบตัวเองเพื่อรองรับดีมานด์ Petsumer ที่ขยายตัว. จุดแข็งที่น่าสนใจคือการมีโปรแกรมจับคู่ธุรกิจและสัมมนาเชิงลึกเรื่องอาหารสัตว์เลี้ยง ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเชื่อมต่อกับโครงสร้างอุตสาหกรรมระดับภูมิภาคได้โดยตรง.

โอกาสและโจทย์ใหม่ของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในยุคเพ็ทแคร์เฟื่องฟู
เมื่อเทรนด์ Pet Humanization กลายเป็นเรื่องปกติ และ Pet Celebrity กลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ การมองตลาดสัตว์เลี้ยงแบบเก่า ๆ ว่าเป็นแค่สินค้าเสริมในห้างสรรพสินค้ากลายเป็นกับดักทางธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องเริ่มจากการเข้าใจอย่างจริงจังว่าผู้บริโภค Petsumer ต้องการอะไร: เขาให้คุณค่ากับสุขภาพและความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงพอ ๆ กับตัวเอง ต้องการข้อมูลโปร่งใสเรื่องส่วนผสมและที่มาของสินค้า และต้องการแบรนด์ที่มีบุคลิกชัด สามารถสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียและอีเวนต์อย่างสม่ำเสมอ. งาน PET EXPO THAILAND กับ Pet Fair South East Asia แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการที่พร้อมจะลงทุนด้านนวัตกรรม การสร้างเครือข่าย B2B และการทำคอนเทนต์ร่วมกับ Petfluencer จะมีข้อได้เปรียบชัดเจน และสำหรับรายที่ยังไม่พร้อม การเข้าร่วมงานในฐานะผู้เยี่ยมชมเพื่อเห็นภาพรวมอุตสาหกรรมคือขั้นแรกที่ควรทำ เพราะตลาดสัตว์เลี้ยงจะไม่กลับไปเล็กเหมือนเดิมอีกแล้ว มันกำลังกลายเป็นสนามแข่งขันหลักของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างเต็มตัว.







