ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมเรือธงรุ่นต่อไปถึงแพงขึ้น 10-20% วิกฤตหน่วยความจำกำลังเขย่าตลาดมือถือ

ทำไมเรือธงรุ่นต่อไปถึงแพงขึ้น 10-20% วิกฤตหน่วยความจำกำลังเขย่าตลาดมือถือ
ความสนใจ|รวมมือถือแนะนำ

ยุคใหม่ของสมาร์ตโฟนแพง เพราะหน่วยความจำไม่ใช่ของถูกอีกต่อไป

วิกฤตหน่วยความจำในสมาร์ตโฟนคือสถานการณ์ที่ราคาหน่วยความจำทั้ง RAM และสตอเรจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นส่วนต้นทุนหลักของเครื่อง ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถดูดซับต้นทุนได้เหมือนเดิม ส่งผลให้ราคาสมาร์ตโฟนแพงขึ้นทุกระดับ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงเรือธง และยังบีบให้แบรนด์ต้องปรับสเปกหรือกลยุทธ์ราคาเพื่ออยู่รอดในตลาดที่แข่งขันสูง ประเด็นสำคัญที่คนซื้อมือถือมักมองข้ามคือ เราไม่ได้จ่ายแพงขึ้นเพราะแบรนด์อยากโก่งราคา แต่เพราะชิ้นส่วนสำคัญกำลังขึ้นราคาพร้อมกัน ทั้งหน่วยความจำและชิปประมวลผล เมื่อหน่วยความจำกลายเป็นตัวเอกของต้นทุน สมาร์ตโฟนทุกช่วงราคาเลยหลบหนีจากการขึ้นราคาได้ยาก หากหวังจะใช้ RAM เยอะและความจุสูงเหมือนเดิม ก็ต้องเตรียมใจให้พร้อมกับการจ่ายเพิ่มตามไปด้วย

ทำไมเรือธงรุ่นต่อไปถึงแพงขึ้น 10-20% วิกฤตหน่วยความจำกำลังเขย่าตลาดมือถือ

หน่วยความจำแพง ดันราคาเฉลี่ยมือถือโลกพุ่งกว่า 15%

ข้อมูลจากสำนักวิจัยตลาดชี้ตรงกันว่าหน่วยความจำแพงคือหัวใจของปัญหาราคาสมาร์ตโฟนแพงขึ้น รายงานหนึ่งระบุว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้ ราคาเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนที่วางขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นราว 15% จากการที่ต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนอื่นขยับขึ้นพร้อมกัน โดยบางรุ่นราคากระโดดจนเกือบเท่าตัว นี่ไม่ใช่การปรับราคาคู่มือ แต่เป็นการตอบสนองต่อโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ หากดูเฉพาะรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ ราคาตั้งต้นสูงกว่ารุ่นที่ออกปีที่แล้วราว 25% ทำให้คำว่า “มือถือรุ่นกลางราคาจับต้องได้” เริ่มหายไปจากตลาดอย่างรวดเร็ว หน่วยความจำที่แรงและเยอะจึงกลายเป็นของฟุ่มเฟือยมากขึ้น ไม่ใช่ข้อพื้นฐานเหมือนช่วงก่อน และผู้บริโภคต้องชั่งใจมากขึ้นว่าจะจ่ายเพื่อสเปกหรือยอมลดความจุลงเพื่อรักษางบประมาณ

ต้นทุนชิปเพิ่มขึ้น ส่งต่อถึงเรือธงและ iPhone 18 โดยตรง

นอกจากหน่วยความจำแล้ว ต้นทุนชิปเพิ่มขึ้นคือระเบิดลูกที่สองของตลาดสมาร์ตโฟน ผู้ผลิตชิปค่ายใหญ่รายหนึ่งเริ่มปรับขึ้นราคาชิปเป็นตัวเลขสองหลัก โดยมีผลกับสินค้าที่จัดส่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป ซึ่งหมายถึงการขึ้นราคาอย่างน้อย 10% และอาจมากกว่านั้นตามประเภทชิปและข้อตกลงกับลูกค้าแต่ละราย เมื่อชิปประมวลผลและโมเด็มมีราคาแพงขึ้น ผู้ผลิตมือถือไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากต้องส่งต่อแรงกดดันนี้ไปยังราคาสมาร์ตโฟน ฝั่งสมาร์ตโฟนเรือธงโดยเฉพาะ iPhone 18 ก็หนีไม่พ้นแรงกดดันเหมือนกัน รายงานจากบริษัทวิจัย TrendForce คาดว่าราคา iPhone 18 ทั้งซีรีส์จะเพิ่มขึ้นราว 10-20% เพราะการขาดแคลน RAM ต่อเนื่องและต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่น่าเศร้าคือ แม้โปรเซสเซอร์และระบบกล้องจะได้รับการอัปเกรด แต่การขึ้นราคาหนักมาจากหน่วยความจำ ไม่ใช่จากนวัตกรรมที่ผู้ใช้เห็นชัดเจน

รุ่นเรือธงปัจจัยต้นทุนหลักผลต่อผู้บริโภค
iPhone 18RAM และหน่วยความจำแพงขึ้นอย่างมากราคา iPhone 18 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลัก
เรือธง Androidต้นทุนชิป Snapdragon และโมเด็มเพิ่มขึ้นผู้ผลิตอาจขึ้นราคา ลดสเปก หรือยอมลดกำไร
ทำไมเรือธงรุ่นต่อไปถึงแพงขึ้น 10-20% วิกฤตหน่วยความจำกำลังเขย่าตลาดมือถือ

ผู้ใช้หันไปหามือถือมือสอง เมื่อเครื่องใหม่เริ่มเกินเอื้อม

เมื่อราคาสมาร์ตโฟนแพงขึ้นต่อเนื่อง พฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มเปลี่ยนอย่างชัดเจน หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือการเติบโตของตลาดมือถือมือสอง รายงานวิจัยตลาดฉบับหนึ่งพบว่าในบางตลาดยอดขายมือถือรีเฟอร์บิชเพิ่มขึ้นถึง 13% ขณะที่ยอดขายเครื่องใหม่ในช่วงเวลาเดียวกันกลับลดลงประมาณ 11% นี่คือสัญญาณว่าผู้ใช้จำนวนมากเริ่มมองว่าการอัปเกรดเครื่องใหม่ทุกปีไม่คุ้มค่าอีกต่อไป ผู้บริโภคจึงหันไปใช้ทางเลือกอื่น เช่น ยืดระยะเวลาการใช้เครื่องเดิม รอโปรโมชันจากช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน ซื้อเครื่องมือสอง หรือใช้โปรแกรมผ่อนชำระและนำเครื่องเก่ามาแลกเป็นส่วนลด การที่หน่วยความจำแพงและต้นทุนชิ้นส่วนสูงขึ้นไม่ใช่แค่ทำให้มือถือใหม่ราคาแรง แต่ยังเร่งให้ตลาดมือสองกลายเป็นกระแสรองที่สำคัญ เพราะหลายคนรู้สึกว่าต้องรักษางบประมาณมากกว่าตามเทคโนโลยีทุกปี

ขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่ระยะสั้น ราคาสมาร์ตโฟนอาจแพงต่อไปอีกหลายปี

คำถามที่สำคัญที่สุดคือราคาสมาร์ตโฟนจะแพงแบบนี้นานแค่ไหน ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ของสำนักวิจัย Counterpoint เตือนชัดว่าราคามือถือรุ่นใหม่มีแนวโน้มจะยังคงขยับขึ้นต่อในอีกหลายไตรมาส เพราะซัพพลายหน่วยความจำยังตึงตัวและต้นทุนชิ้นส่วนอื่นยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งกดดันกำไรของแบรนด์และบีบให้ต้องผลักดันสินค้าไปทางกลุ่มเครื่องระดับสูงมากขึ้น กล่าวอย่างตรงไปตรงมาคือ การลดราคากลับลงมาเหมือนหลายปีก่อนเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ในระยะใกล้ หน่วยความจำแพงขึ้นถึงสี่เท่าตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และยังไม่มีสัญญาณว่าจะกลับสู่ระดับเดิมในเร็ววัน แบรนด์จึงหาวิธีรับมือด้วยการลดความจุเริ่มต้น ปรับสเปกกล้อง และเลือกใส่ฟีเจอร์ 4G ในบางช่วงราคา เพื่อลดแรงกระแทกของต้นทุน ในทางกลับกัน ผู้บริโภคเองก็ต้องปรับความคาดหวังใหม่ ยอมรับว่าโทรศัพท์ที่ถูกและแรงเหมือนยุคก่อนอาจเป็นเพียงความทรงจำ และต้องวางแผนการซื้ออย่างมีสติ ไม่หลงไปกับรอบอัปเกรดทุกปีโดยไม่ดูสภาพกระเป๋าเงิน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!