การฝึกอบรม AI ทักษะกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของแรงงาน
การฝึกอบรม AI ทักษะคือกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบที่ออกแบบให้บุคลากรเข้าใจหลักการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ คลาวด์ และเครื่องมือดิจิทัลสมัยใหม่ พร้อมทั้งลงมือปฏิบัติการใช้จริงในบริบทงานของตนเอง ตั้งแต่การเขียนคำสั่งสำหรับระบบ GenAI การประยุกต์ใช้ Agentic AI เพื่อช่วยตัดสินใจ ไปจนถึงการออกแบบเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลที่ปลอดภัยและเคารพกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพงานและสร้างโอกาสอาชีพใหม่ในเศรษฐกิจฐานข้อมูลและอัลกอริทึม จุดสำคัญคือคลื่นการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในสายเทคโนโลยี แต่ขยายไปทั่วภาครัฐ ภาคเอกชน และวิชาชีพ ตั้งแต่การบิน สื่อ ไปจนถึงระบบยุติธรรม สะท้อนว่าใครไม่มีภูมิรู้ด้าน AI จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การลงทุนใน GenAI Cloud training และหลักสูตรอบรม Agentic AI จึงไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของตลาดแรงงานยุคปัญญาประดิษฐ์
GenAI Cloud training ของ ERT: สร้างทางด่วนอาชีพใหม่บนคลาวด์
การร่วมมือของบริษัทฝึกอบรมด้านทรัพยากรองค์กรกับหน่วยงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ในการดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนดิจิทัลด้าน AI และ Cloud คือสัญญาณชัดว่า GenAI Cloud training กำลังถูกยกขึ้นเป็นทางด่วนสู่อาชีพใหม่ หลักสูตร “AWS Cloud - GenAI Practitioner with PartyRock” ที่จัดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เปิดทั้งรูปแบบพบหน้าและออนไลน์ ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานคลาวด์คอมพิวติง โครงสร้างระบบ บริการของ AWS ไปจนถึง Generative AI และเทคนิค Prompt Engineering ที่ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือต่อยอดอาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้โดยตรง คำกล่าวของผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงที่ว่า ความรู้จากโครงการสามารถต่อยอดได้ทั้งสำหรับบุคลากรในองค์กรและผู้ประกอบอาชีพอิสระ จึงไม่ใช่ประโยคสวยหรู แต่เป็นการวางฐานคิดเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้ที่เข้าอบรมไม่ได้แค่เข้าใจคำศัพท์เทคนิคเพิ่ม แต่ได้ทางเลือกใหม่ในการขยับจากพนักงานสายสนับสนุนสู่บทบาทนักพัฒนาระบบ นักวิเคราะห์ข้อมูล หรือผู้ประกอบการสตาร์ตอัปดิจิทัล ซึ่งหน่วยอบรมยังเปิดรอบต่อเนื่องให้คนที่มองเห็นโอกาสนี้เข้ามาเติมทักษะอยู่เสมอ
พัฒนาบุคลากรดิจิทัลด้านการบิน: AIT–AEROTHAI วางหมากระยะยาว
ในอุตสาหกรรมการบินที่ระบบซับซ้อนและเดิมพันสูง การไม่ลงทุนในพัฒนาบุคลากรดิจิทัลถือว่าเสี่ยงเกินไป การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันเทคโนโลยีด้านการศึกษาและบริษัทวิทยุการบินเพื่อร่วมมือด้านการศึกษาวิชาชีพควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้าน AI เทคโนโลยีดิจิทัล และการวิจัยประยุกต์ จึงเป็นตัวอย่างว่าภาคการบินเริ่มวางหมากระยะยาวต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแล้ว ข้อตกลงนี้ไม่ใช่แค่ส่งคนไปเรียนคอร์สเพิ่ม แต่ครอบคลุมการสำรวจโอกาสร่วมมือด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ การแลกเปลี่ยนบุคลากร การจัดหลักสูตรฝึกอบรม สัมมนา เวิร์กช็อป และโครงการวิชาการเชิงประยุกต์ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนา แนวคิด Professional Intelligence ที่ถูกย้ำว่ามากกว่า “ความสามารถด้าน AI” แต่เน้นการนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ไปใช้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เห็นว่าบุคลากรยุคใหม่ในห้องควบคุมการบินต้องอ่านข้อมูลจากระบบอัจฉริยะเป็น ตีความถูก และตัดสินใจบนฐานข้อมูลดิจิทัลที่กำกับดูแลอย่างเข้มแข็ง ไม่ใช่เพียงใช้ซอฟต์แวร์เป็นผิวเผิน
อบรม Agentic AI สำหรับนักข่าว: เมื่อห้องข่าวต้องคิดแบบระบบอัจฉริยะ
วงการสื่อมักถูกมองว่าเป็นเหยื่อของข่าวปลอมและคลื่นข้อมูลเกินควบคุม แต่การจัดอบรม “AI For Journalists : เรียนรู้ Agentic AI” ให้กับนักข่าวทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง แสดงให้เห็นว่าวงการนี้เริ่มย้ายตำแหน่งจากเหยื่อไปเป็นผู้ใช้เครื่องมืออัจฉริยะอย่างตั้งใจ หลักสูตรต่อยอดจากการใช้งาน AI ทั่วไปสู่แนวคิด Agentic AI ที่มองให้ AI เป็นผู้ช่วยในกระบวนการทำงานข่าวที่ซับซ้อน ตั้งแต่ค้นคว้าและสืบค้นข้อมูล การเขียนข่าวด่วน ไปจนถึงการเตรียมบทสัมภาษณ์ จุดแข็งของการอบรม Agentic AI อยู่ที่การลงมือปฏิบัติให้ AI ทำหน้าที่ Agentic Investigative Assistant สำหรับงานข่าวเชิงสืบสวน ระบบผู้ช่วยเขียน Breaking News เพื่อจัดการข้อมูลในสถานการณ์เร่งด่วน และผู้ช่วยเขียนบทสัมภาษณ์เพื่อจัดประเด็นคำถามให้คมขึ้น พร้อมกันนั้นยังบรรจุเนื้อหาเรื่องจริยธรรม PDPA และกฎหมายลิขสิทธิ์อย่างจริงจัง เพื่อย้ำว่าสื่อมวลชนต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีพอๆ กับต้องรับผิดชอบต่อสังคม เสียงสะท้อนจากผู้เข้าอบรมที่ขอให้มีหลักสูตรต่อเนื่องจึงสะท้อนชัดว่า AI literacy ไม่ใช่ของเล่นใหม่ แต่เป็นทักษะเอาตัวรอดของนักข่าวยุคข้อมูลล้นโลก
ยุติธรรมยุคใหม่: ใช้ AI หนุนไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้ใกล้ประชาชน
หาก AI มีบทบาทในห้องข่าวและห้องควบคุมการบินแล้ว คำถามคือระบบยุติธรรมจะหยุดอยู่กับที่ได้หรือไม่ การอบรมโครงการ “การประยุกต์ใช้ AI และการทำ Workshop สำหรับคดีไกล่เกลี่ย ตามพระราชบัญญัติไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 พร้อมพิธีมอบใบประกาศนียบัตรโดยรองนายกสมาคมตำรวจ เป็นคำตอบที่ชัดว่า ภาคยุติธรรมเริ่มมอง AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการไกล่เกลี่ยแล้ว การย้ำว่าการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมทัพในกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และขับเคลื่อนกฎหมายไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนวิธีคิดใหม่ที่เห็นประชาชนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรนี้จัดทั้งทฤษฎีและเวิร์กช็อปเข้มข้น มุ่งเน้นการนำเครื่องมือสมัยใหม่มาปรับใช้ในการไกล่เกลี่ยเพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมส่วนรวม หากผู้ปฏิบัติงานเรียนรู้ที่จะใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลคดี สร้างทางเลือกข้อเสนอ และจัดการเอกสารให้มีระบบ ประชาชนจะสัมผัสระบบยุติธรรมที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ซึ่งคือเป้าหมายที่ประชาชนรอคอยมานาน







