AI กำลังเขียนเกมใหม่ให้ธุรกิจประกันภัยอย่างไร
ประกันภัย AI การเติบโต คือแนวโน้มที่บริษัทประกันใช้ปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเข้ามายกระดับการคัดกรองความเสี่ยง การออกแบบผลิตภัณฑ์ การให้บริการลูกค้า และประสิทธิภาพการทำงานภายใน เพื่อขยายพอร์ตนอกธุรกิจรถยนต์ เพิ่มความแม่นยำในการรับประกันภัย ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเร่งการทำกำไรอย่างยั่งยืนในระยะยาว
จุดที่น่าสนใจคือ AI ไม่ได้เข้ามาเป็นสีสันเทคโนโลยี แต่เป็น “แกนยุทธศาสตร์” ที่กำลังกำหนดโครงสร้างรายได้ใหม่ของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นรายใหญ่เริ่มพิสูจน์ให้เห็นเป็นตัวเลขชัดเจนว่า AI วิเคราะห์ประกันภัยได้แม่นขึ้น ตัดสินใจได้เร็วขึ้น และดึงธุรกิจ Non-Motor กับประกันชีวิต ธุรกิจใหม่ ให้กลายเป็นแหล่งกำไรหลักแทนการพึ่งพาเบี้ยประกันรถยนต์เพียงด้านเดียว
ครึ่งแรกของปี 2569 คือจุดพลิกเกมที่ตัวเลขทางการเงินกำลังยืนยันว่า ใครลงทุนถูกจุดใน AI และ ecosystem ใครคือผู้ชนะรอบใหม่ของสมรภูมิประกันภัย ลดต้นทุน และใครเสี่ยงจะถูกทิ้งไว้กับโมเดลแบบเดิมที่กินทุนสูงและโตต่อได้ยาก
TVH: จาก Traditional Distribution สู่ Ecosystem + AI ขับเคลื่อน Non-Motor
บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH แสดงให้เห็นชัดว่าการลงทุนใน AI และ ecosystem ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่สะท้อนบนผลประกอบการแล้ว โดยผลการดำเนินงานด้านบริการประกันภัยในครึ่งแรกปี 2569 เติบโตมากกว่า 34% ขณะที่กำไรสำหรับงวดพุ่งถึง 102% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้บอกตรงๆ ว่า AI ในประกันภัย การเติบโต ไม่ได้เป็นคำสวยหรู แต่คือเครื่องมือทำเงิน
แกนธุรกิจ Motor ยังเป็นฐานรายได้หลักของบริษัทประกันภัยในกลุ่มนี้ แต่ TVH วางเกมระยะยาวด้วยการยกกลุ่มประกันภัย Non-Motor ให้กลายเป็น Growth Engine ผ่านการออกผลิตภัณฑ์ที่ตอบไลฟ์สไตล์และการต่อยอดผ่าน Partnership Ecosystem ตั้งแต่ค้าปลีก การเงิน สื่อ เทคโนโลยี โทรคมนาคม ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์และช่องทางดิจิทัลใหม่อย่าง Payment Gateway และแพลตฟอร์มท่องเที่ยว
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ TVH คือการลงทุนในเทคโนโลยี AI ผ่านบริษัทประกันภัยในกลุ่ม เพื่อยกระดับกระบวนการแบบ End-to-End ตั้งแต่การรับประกันภัย การเคลม จนถึงการซ่อม แนวทางนี้ไม่ได้เน้นขายอย่างเดียว แต่ยึดหลักว่า ถ้าลูกค้าลดความเสี่ยงได้จริง บริษัทก็จะบริหารค่าสินไหมได้ดีขึ้น เป็นการใช้ข้อมูลและ AI เปลี่ยน “ความปลอดภัยของลูกค้า” ให้เป็น “ความยั่งยืนของกำไร” พร้อมกัน
จาก Motor สู่ Non-Motor: เมื่อข้อมูลและบริการกลายเป็นสินทรัพย์หลัก
ในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรม เรากำลังเห็นการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลประกันรถยนต์เป็นศูนย์กลาง ไปสู่พอร์ต Non-Motor ที่หลากหลาย ใช้ AI วิเคราะห์ประกันภัยและข้อมูลลูกค้าเพื่อออกแบบความคุ้มครองแบบ “ฝังตัว” ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค สำหรับ TVH นั้น ธุรกิจ Motor ยังเป็นแกนสำคัญ แต่กลุ่ม Non-Motor ถูกกำหนดชัดเจนให้เป็น Growth Engine แห่งอนาคต ผ่านการเชื่อมต่อกับพันธมิตร ecosystem หลายอุตสาหกรรม
ในทางปฏิบัติ นี่สะท้อนผ่านการเตรียมปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ประกันมะเร็งและประกันอุบัติเหตุที่เน้นความเข้าใจง่าย จ่ายเบี้ยรายเดือน และทำทุกขั้นตอนออนไลน์ด้วยตัวเอง รวมถึง TVI Homie Care ที่ขยายความคุ้มครองประกันอัคคีภัยบ้านไปถึง EV Charger และสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่พัฒนาร่วมกับแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัลเพื่อเจาะลูกค้าดิจิทัลรุ่นใหม่
การขยาย Non-Motor ยังผูกกับการยกระดับ Customer Experience เช่น บริการ TVI Smart Delay ที่เปิดให้ลูกค้าใช้ห้องรับรองสนามบินทั่วโลกฟรี เมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที นี่คือหลักฐานว่าบริษัทประกันเริ่มขาย “ประสบการณ์และความสะดวก” มากกว่ากรมธรรม์บนกระดาษ และใครไม่ยอมย้ายจากการขายผ่านตัวแทนแบบเดิม ไปสู่โซลูชันแบบ ecosystem ย่อมเสี่ยงหลุดเกมในระยะกลาง
ทิพยประกันชีวิต: กำไรพุ่ง 194% เพราะมอง AI เป็นกลยุทธ์คน+ธุรกิจ
ฝั่งประกันชีวิต ตัวอย่างที่ชัดคือบริษัททิพยประกันชีวิต ซึ่งรายงานว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เบี้ยรับใหม่ 3,391 ล้านบาท เติบโต 36.5% และมีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 194% ขณะที่อัตรา CAR อยู่ที่ 313% สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแรงรองรับการขยายตัวต่อ ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดจากการขายอย่างเดียว แต่จากการยก AI เป็นแกนยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด “Grow together with AI”
กลยุทธ์ดังกล่าววางไว้ 4 แกน คือ New Product Innovation, Service Excellence, AI-Driven Workspace และ Employee Engagement โดยในมิติ New Product บริษัทใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ Customer Insights เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการก่อนออกแบบความคุ้มครองรูปแบบใหม่ ส่วน Service Excellence เน้นยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ลดขั้นตอนและเพิ่มความเร็วของบริการผ่านเทคโนโลยี
จุดที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญคือมุมมองต่อคน ผู้บริหารย้ำชัดว่า การนำ AI เข้ามาไม่ได้เพื่อแทนที่คน แต่ใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพ ผ่านการสร้าง AI-Driven Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และลดเวลาทำงานของพนักงาน พร้อมเปิดให้พนักงานทุกฝ่าย Learn by Doing กับระบบ AI ภายในองค์กร เป้าหมายคือปิดช่องว่างทักษะ ทำให้พนักงานทุกคนเข้าถึงพลังของข้อมูลและ AI ได้เท่าเทียม
จากการประเมินความเสี่ยงสู่การออกแบบประสบการณ์: ทิศทางต่อไปของ AI ในประกันภัย
ระยะถัดไป AI ในอุตสาหกรรมนี้จะไม่หยุดอยู่ที่การประเมินความเสี่ยงหรือการคัดกรองผู้เอาประกันเท่านั้น แต่จะฝังตัวในทุกจุดสัมผัสของธุรกิจ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตั้งราคา การให้บริการ ไปจนถึงการบริหารงานภายในองค์กร กรณีของ TVH แสดงให้เห็นการใช้ AI ครอบคลุมตั้งแต่การรับประกันภัย การเคลม ไปจนถึงกระบวนการซ่อม ขณะที่ทิพยประกันชีวิตใช้ AI ในการยกระดับ Service Excellence และสร้าง AI-Driven Workspace ที่ลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำ
สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่จะเห็นชัดขึ้นคือผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม การอนุมัติและเคลมที่เร็วขึ้น และบริการเสริมที่เชื่อมกับไลฟ์สไตล์ เช่น บริการสนามบินสำหรับผู้ถือประกันเดินทาง ส่วนสำหรับบริษัท ประกันภัย ลดต้นทุน จะเกิดจากกระบวนการอัตโนมัติ การวิเคราะห์ภาพความเสียหาย การประเมินค่าสินไหม และการสร้างเอกสารเคลมอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดภาระงานหลังบ้านลงอย่างมีความหมาย
คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะใช้ AI หรือไม่ แต่คือจะออกแบบความสัมพันธ์ “คน+AI” อย่างไรให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแบบยั่งยืน ใครมอง AI เป็นแค่โปรเจกต์ไอทีมีแนวโน้มจะได้เพียงผลลัพธ์ชั่วคราว แต่ใครมองว่า AI คือหัวใจของกลยุทธ์ธุรกิจและการพัฒนาคน ย่อมมีโอกาสเปลี่ยนประกันภัย AI การเติบโต ให้กลายเป็นฐานกำไรระยะยาวได้มากกว่า






