ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

วิทยาศาสตร์จับภาพควอนตัมจัมป์เสียง โฟนอนหายวับแบบเรียลไทม์

วิทยาศาสตร์จับภาพควอนตัมจัมป์เสียง โฟนอนหายวับแบบเรียลไทม์
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

ควอนตัมจัมป์เสียงคืออะไร และทำไมเราควรใส่ใจ

ควอนตัมจัมป์เสียง คือการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันของโฟนอนควอนตัมหรือหน่วยพลังงานการสั่นสะเทือนที่เล็กที่สุดในวัสดุ จากสถานะพลังงานหนึ่งไปสู่อีกสถานะหนึ่งอย่างไม่ต่อเนื่อง การสังเกตปรากฏการณ์นี้แบบเรียลไทม์ทำให้นามธรรมของกลศาสตร์ควอนตัมกลายเป็นภาพที่ตรวจวัดได้ เปิดทางให้เราออกแบบเทคโนโลยีควอนตัมด้วยเสียงที่แม่นยำและเข้าใจได้มากขึ้นสำหรับคนทั่วไป

หัวใจของข่าวนี้คือ นักฟิสิกส์จากสแตนฟอร์ดสามารถเฝ้าดูการที่เรโซเนเตอร์ขนาดจิ๋วสูญเสียโฟนอนลูกสุดท้ายแบบเรียลไทม์ เห็นการกระโดดจากสถานะที่มีโฟนอนหนึ่งตัวไปสู่สถานะพื้นโดยตรงเป็นครั้งแรก นี่ไม่ใช่แค่การยืนยันทฤษฎีอายุกว่าร้อยปีว่าระบบสั่นสะเทือนมีพลังงานเป็นขั้นบันได แต่เป็นการบอกว่า เรามีเครื่องมือพอที่จะเห็นบันไดนั้นทีละขั้นแล้ว

ก่อนหน้านี้วงการเคยเห็นควอนตัมจัมป์ในไอออนและโฟตอนแล้ว แต่เสียงยังเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ยาก การที่โฟนอนควอนตัมถูกติดตามได้แบบทีละตัว คือสัญญาณว่ากลศาสตร์ควอนตัมกำลังออกจากหนังสือเรียน ไปอยู่ในอุปกรณ์ที่วัดได้ ควบคุมได้ และในอนาคตอาจอยู่ในชิปใกล้ตัวเรา

วิทยาศาสตร์จับภาพควอนตัมจัมป์เสียง โฟนอนหายวับแบบเรียลไทม์

โฟนอนควอนตัม ทำให้เสียงกลายเป็นบันไดพลังงาน

โฟนอนควอนตัมไม่ได้เป็นเม็ดเสียงลอยอยู่ในอากาศ แต่เป็นคำอธิบายเชิงควอนตัมของการสั่นพ้องร่วมกันของอะตอมจำนวนมากในของแข็ง เหมือนที่โฟตอนคือแพ็กเก็ตของพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า โฟนอนก็คือแพ็กเก็ตของพลังงานการสั่นสะเทือนในโหมดหนึ่งๆ ของเรโซเนเตอร์ สำหรับโหมดที่มีความถี่ f ระดับพลังงานข้างเคียงจะห่างกันเท่ากับ hf ซึ่ง h คือค่าคงที่ของแพลงก์ หมายความว่าพลังงานไม่ได้ไหลต่อเนื่อง แต่เรียงกันเป็นบันไดพลังงานควอนตัม

ในชีวิตประจำวันเสียงระฆังหรือตะเล็งดูเหมือนค่อยๆ เบาลงอย่างราบรื่น ทว่าที่ระดับควอนตัม การลดลงนั้นคือการสูญเสียโฟนอนทีละหน่วยเหมือนการนับถอยหลังจาก 100 ไป 0 เพียงแต่จำนวนโฟนอนของวัตถุใหญ่มีมากจนขั้นบันไดถี่และเล็กเกินกว่าจะมองเห็น ความสำเร็จของงานนี้คือการลดระบบให้เล็กพอจนจำนวนโฟนอนเหลือน้อยระดับนับได้ แล้วถามหาว่า “ยังเหลือโฟนอนอยู่ไหม” ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเห็นจังหวะที่โฟนอนตัวสุดท้ายหายไป

นักวิจัยยังย้ำว่า การกระโดดจากหนึ่งโฟนอนไปศูนย์ไม่ใช่การทำให้อะตอมทุกตัวหยุดนิ่ง กลศาสตร์ควอนตัมยังให้การสั่นศูนย์จุดอยู่เสมอ เพียงแต่สิ่งที่ถูกสังเกตคือการลบการกระตุ้นที่นับได้สุดท้ายเหนือสถานะพื้นออกไป ภาพนี้ทำให้แนวคิดโฟนอนควอนตัมที่เคยเป็นสูตรในตำรา กลายเป็นเรื่องเล่าเชิงรูปธรรมที่เห็นได้จากข้อมูลการวัดโดยตรง

กล trick เชิงวิศวกรรม: ทำอย่างไรถึงเห็นจัมป์จาก 1 ไป 0

สิ่งที่ขาดหายไปนานกว่าเทคนิคอื่น คือการวัดที่เร็วและไวพอจะติดตามจำนวนโฟนอนแบบเรียลไทม์ โดยไม่ทำลายสถานะที่วัด ทีมสแตนฟอร์ดแก้ปัญหานี้ด้วยเรโซเนเตอร์เชิงกลขนาดไมโคร ทำจากลิเธียมไนโอเบตบนชิป แล้ววางชิดกับคิวบิตตัวนำยิ่งยวดผ่านกระบวนการทรานสเฟอร์พริ้นต์ที่จัดเรียงอย่างแม่นยำ ทำให้ทั้งสองตัวเชื่อมกันแบบกระจายกำลังแรง โดยที่ประสิทธิภาพของแต่ละส่วนยังดีอยู่

ความฉลาดอยู่ที่ทำให้ความถี่ของคิวบิตขึ้นกับจำนวนโฟนอนในเรโซเนเตอร์ แต่ละโฟนอนที่เพิ่มเข้ามาจะทำให้ความถี่คิวบิตขยับไป 328 กิโลเฮิรตซ์ ด้วยไมโครเวฟพัลส์ที่ออกแบบอย่างระมัดระวัง คำถามที่ว่า “จำนวนโฟนอนเป็นเลขคี่หรือคู่” จึงถูกยิงเข้าไปซ้ำๆ ได้โดยแทบไม่รบกวนการสั่น การที่เรโซเนเตอร์มีอายุการสั่น 2.1 มิลลิวินาที ยาวพอให้ถามคำถามควอนตัมได้หลายร้อยครั้งในหนึ่งเหตุการณ์ เปรียบเหมือนส้อมเสียงจิ๋วที่ หากขยายขนาดเป็นส้อมเสียงปกติจะดังต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง

แม้ว่าการอ่านค่าจากคิวบิตแต่ละครั้งจะไม่สมบูรณ์ ทีมวิจัยใช้วิธีเลือกเฉพาะกรณีที่ผลการวัดหกครั้งติดกันบอกว่าเรโซเนเตอร์มีหนึ่งโฟนอน ทำให้มั่นใจในสถานะเริ่มต้นราว 85 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็เฝ้าดูผลลัพธ์อีกเกือบสามร้อยครั้งในแต่ละรัน สิ่งที่เห็นคือช่วงเวลาที่ยังบ่งชี้สถานะกระตุ้นอยู่ ก่อนจะเปลี่ยนฉับพลันไปเป็นสถานะพื้น นี่คือการเปลี่ยนจากสถิติภาพรวม มาเป็น “เส้นทางเวลา” ของโฟนอนตัวเดียวอย่างแท้จริง

จากทฤษฎีร้อยปีสู่ชิปควอนตัม: เสียงจะเปลี่ยนเทคโนโลยีเราอย่างไร

การสังเกตควอนตัมจัมป์เสียงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะทางทฤษฎีที่ยืนยันว่าระดับพลังงานในระบบสั่นสะเทือนเรียงเป็นขั้นไม่ต่อเนื่องอย่างที่กลศาสตร์ควอนตัมคาดการณ์มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่แล้ว มันคือก้าวแรกของ “แพลตฟอร์มควอนตัมด้วยเสียง” ตามคำของผู้นำทีม ที่จะพาเราไปสู่คอมพิวเตอร์ควอนตัมและเซ็นเซอร์ควอนตัมแบบใหม่ที่พึ่งพาการควบคุมโฟนอนควอนตัมได้อย่างละเอียด

หนึ่งในเป้าหมายชัดเจนคือการใช้ระบบนี้ช่วยทำ quantum error correction ให้กับคิวบิต เมื่อเรารู้ทันว่าโฟนอนหายไปตอนไหน อุปกรณ์ในอนาคตอาจตรวจจับความสูญเสียโดยไม่เพิ่มความสูญเสียนั้นเข้าไปอีก แล้วใช้ปฏิบัติการบางอย่างฟื้นหรือปกป้องข้อมูลควอนตัมที่เข้ารหัสไว้ได้ นอกจากนั้นการจับคู่เรโซเนเตอร์เชิงกลกับคิวบิตยังอาจกลายเป็นแพลตฟอร์มการวัดที่ไวมาก ใช้ตรวจสัญญาณเล็กจิ๋วระดับโมเลกุลหรือโปรตีนในเซลล์ ซึ่งทีมวิจัยกำลังร่วมมือกับนักฟิสิกส์อีกกลุ่มเพื่อสำรวจความเป็นไปได้นี้แล้ว

ผลกระทบต่อคนทั่วไปอาจมาเร็วกว่าที่คิด เสียงและการสั่นมีบทบาทสำคัญในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย การควบคุมการสั่นได้ละเอียดระดับโฟนอนเปิดโอกาสให้ชิปสื่อสาร เสาอากาศ ตัวกรองความถี่ หรือไมโครโฟนยุคใหม่มีความแม่นยำและไวต่อสัญญาณขึ้นหลายเท่า ถ้าจะสรุปสั้นๆ งานนี้คือการดึงปรากฏการณ์ควอนตัมออกจากห้องทดลองเชิงทฤษฎี มาสู่โลกของวิศวกรรมชิปที่จับต้องได้ซึ่งสุดท้ายจะตกมาถึงมือผู้ใช้

ข้อคิดส่งท้าย: เมื่อเสียงกลายเป็นหน้าต่างของปรากฏการณ์ควอนตัม

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในมุมมองคอนเทนต์วิทยาศาสตร์คือ งานนี้ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีมองเสียงและการสั่นแต่เดิมเราเคยมองว่าควอนตัมเป็นเรื่องของแสงหรืออนุภาคประจุ แต่ตอนนี้เสียงที่คุ้นเคยกำลังเผยด้านควอนตัมให้เห็นชัดเป็นครั้งแรกในระดับโฟนอนควอนตัม การเฝ้าดูโฟนอนตัวเดียวกระโดดจากหนึ่งไปศูนย์แบบฉับพลัน คือการได้เห็นประโยคในหนังสือกลศาสตร์ควอนตัมแปลงร่างเป็นเส้นกราฟบนหน้าจอทดลอง

จากตรงนี้ไปคำถามสำคัญไม่ใช่ว่า “ปรากฏการณ์ควอนตัมมีอยู่จริงหรือไม่” แต่เป็น “เราจะใช้มันทำอะไรได้บ้าง” ความท้าทายต่อไปคือสร้างอุปกรณ์ที่ตรวจการสูญเสียได้แม่นยำโดยไม่เพิ่มการสูญเสียเอง แล้วแปลงความเข้าใจพลวัตของโฟนอนให้กลายเป็นฮาร์ดแวร์สำหรับคำนวณ วัด และสื่อสารในระดับควอนตัม ในมุมหนึ่ง การเห็นควอนตัมจัมป์เสียงคือจุดเริ่มต้นของยุคที่ปรากฏการณ์ควอนตัมไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดนามธรรมอีกต่อไป แต่เป็นทรัพยากรวิศวกรรมที่เราต้องเรียนรู้จะใช้ให้เป็นประโยชน์

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!