ทำไมโรงแรมธีม DreamWorks ที่พัทยาถึงสำคัญกว่าที่คิด
โรงแรมธีม DreamWorks คือรูปแบบที่พักซึ่งนำเรื่องราวและตัวละครจากอนิเมชันของ DreamWorks Animation มาผสานกับการออกแบบห้องพัก กิจกรรม และพื้นที่สวนน้ำ เพื่อให้แขกได้สัมผัสโลกคาแรกเตอร์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าประตูโรงแรมไปจนถึงการพักผ่อนและความบันเทิงภายในรีสอร์ต สร้างประสบการณ์ที่พักที่เน้นครอบครัวและแฟนอนิเมชันเป็นศูนย์กลาง มากกว่าการเป็นเพียงโรงแรมริมทะเลทั่วไป จุดแข็งของโปรเจกต์ใหม่ที่ Aquatique พัทยา คือการเป็นโรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของไทยที่เชื่อมต่อจากห้องพักแบบ Pool Access ตรงสู่สวนน้ำทั้งในร่มและกลางแจ้ง ทำให้ภาพของโรงแรมพัทยาไม่ใช่แค่เตียงดี วิวทะเลสวย แต่คือโลกฮอลลีวูดที่จับต้องได้สำหรับทุกวัย การมาถึงของที่พักครอบครัวแนวนี้จึงเป็นสัญญาณชัดว่า พัทยากำลังขยับจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเล สู่การเป็นเวทีความบันเทิงระดับโลก

ห้องพักทะลุสวนน้ำและโลกคาแรกเตอร์สำหรับครอบครัวสายเที่ยว
หัวใจของโรงแรมธีม DreamWorks ที่ Aquatique คือการออกแบบให้ทุกโมเมนต์พักผ่อนกลายเป็นตอนหนึ่งของเรื่องเล่าอนิเมชัน โครงการมีแผนพัฒนาห้องพักประมาณ 300 ห้อง พร้อมแนวคิดถ่ายทอดเรื่องราวของ DreamWorks Animation ตลอดการเข้าพัก ตั้งแต่การตกแต่งภายใน ไปจนถึงกิจกรรมและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่รายล้อมผู้เข้าพัก สำหรับครอบครัว จุดที่น่าจับตาที่สุดคือห้องพักแบบ Pool Access ที่เชื่อมต่อตรงสู่สวนน้ำในร่มและกลางแจ้ง ให้เด็ก ๆ ตื่นมาเดินออกจากห้องแล้วกระโดดลงน้ำไปเล่นเครื่องเล่นในธีมเหล่าตัวละครที่รักได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากโรงแรม เมื่อจินตนาการถึงกลิ่นอายของ Shrek Madagascar หรือ Trolls ที่กระจายอยู่รอบสระและโซนสวนน้ำ ภาพนี้สะท้อนชัดว่า ที่พักครอบครัวกำลังเปลี่ยนจากคำว่ามีสระเด็ก ไปเป็นสนามเด็กเล่นเชิงเรื่องเล่าที่เข้มข้นขึ้นมากสำหรับสายเที่ยว

Aquatique พัทยา: จากชายหาดคึกคักสู่เดสติเนชันไลฟ์สไตล์ระดับโลก
การเพิ่มโรงแรมธีม DreamWorks เข้าไปใน Aquatique ไม่ใช่การใส่ลูกเล่นเพิ่มให้โครงการ แต่เป็นการวางหมุดหมายใหม่ให้พัทยาในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และความบันเทิงริมน้ำระดับโลก แผนพัฒนา Aquatique วางโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่รวมสวนน้ำ ร้านค้าปลีก ร้านอาหารริมชายหาด ประสบการณ์พักผ่อน และเวลเนสระดับลักชัวรีเข้าด้วยกัน เพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับครอบครัวและนักเดินทางจากทั่วโลก ทำเลใจกลางเมือง เชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงและสนามบินอู่ตะเภา ยิ่งตอกย้ำว่าพัทยากำลังถูกปั้นให้แข่งกับรีสอร์ตสวนน้ำและธีมพาร์กระดับภูมิภาค ไม่ใช่เพียงเมืองตากอากาศระยะสั้นอีกต่อไป เมื่อ Aquatique ถูกเสริมศักยภาพให้ก้าวสู่เดสติเนชันไลฟ์สไตล์และความบันเทิงระดับโลกของพัทยา เมืองทั้งเมืองก็ได้อานิสงส์ ทั้งด้านภาพลักษณ์และเม็ดเงินท่องเที่ยวที่ยั่งยืนขึ้น

เทรนด์ฮอสพิทาลิตี้ยุคไอพี และเส้นทาง River to Sea
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาเดสติเนชันกับสตูดิโอความบันเทิงรายใหญ่นี้กำลังสะท้อนเทรนด์ใหม่ของฮอสพิทาลิตี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP จากแบรนด์อนิเมชันมาสร้างประสบการณ์พักผ่อนที่แตกต่าง โครงการ Aquatique ถูกวางใต้แนวคิด destination-led นำความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับอัลตร้าลักชัวรีริมชายหาดมาผสานกับความบันเทิงสำหรับครอบครัวที่ขับเคลื่อนด้วย IP ระดับโลก ที่สำคัญ ความสนุกไม่หยุดที่พัทยา แต่ถูกต่อยอดไปถึงโครงการริมน้ำในกรุงเทพฯ ผ่าน DreamWorks Water Play Experience เพื่อดึงดูดกลุ่มครอบครัวเข้าสู่เมืองก่อนต่อเส้นทางท่องเที่ยว River to Sea ไปยัง Aquatique เมื่อเส้นทางจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ชายหาดพัทยาเชื่อมกันอย่างมีเรื่องเล่า การท่องเที่ยวไม่ได้ขายแค่สถานที่ แต่ขายประสบการณ์ต่อเนื่องที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน

ข้อดี ข้อกังวล และทิศทางที่ควรจับตา
ในมุมบวก โรงแรมธีม DreamWorks ช่วยเติมช่องว่างที่พักครอบครัวในตลาดโรงแรมพัทยาให้โดดเด่น ด้วยการยกโลกอนิเมชันมาอยู่หน้าหาดและผูกกับสวนน้ำแบบทะลุจากห้องพัก ซึ่งตอบโจทย์ผู้ปกครองที่ต้องการที่เที่ยวเดียวเอาอยู่ตั้งแต่เช้าเช็กอินจนค่ำเช็กเอาต์ แถมยังช่วยให้ Aquatique มีจุดขายแข่งกับรีสอร์ตธีมพาร์กระดับภูมิภาค แต่ก็มีคำถามที่ควรจับตา เช่น การรักษาสมดุลระหว่างความเป็นฮอลลีวูดกับเสน่ห์ท้องถิ่นริมทะเล การบริหารความแออัดเมื่อแลนด์มาร์กนี้เปิดเต็มรูปแบบในไตรมาส 1 ปี 2576 พร้อมห้องพักกว่า 300 ห้อง และการแยกตัวจากคู่แข่งโรงแรมพัทยาที่เน้นความเงียบสงบมากกว่าความบันเทิง ท้ายที่สุด หากทีมพัฒนาใช้ IP เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่บดบังตัวตนของเมือง โปรเจกต์นี้มีโอกาสสูงที่จะยกระดับพัทยาให้เป็นเดสติเนชันที่เล่าเรื่องใหม่ให้คนกลับมาเที่ยวซ้ำได้เรื่อย ๆ



