ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

การจ้างงาน AI กำลังสร้างตลาดแรงงานสองชั้น ใครได้ไปต่อ ใครหายไปจากระบบ

การจ้างงาน AI กำลังสร้างตลาดแรงงานสองชั้น ใครได้ไปต่อ ใครหายไปจากระบบ
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

AI ไม่ได้แย่งงานทุกคนเท่ากัน แต่มันกำลังเลือกข้าง

การจ้างงาน AI คือการเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานที่องค์กรนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในกระบวนการผลิต การบริหาร และการวิเคราะห์ข้อมูล ส่งผลให้ความต้องการทักษะแรงงานเปลี่ยนจากงานรูทีนและงานระดับจูเนียร์ไปสู่ตำแหน่งเชิงกลยุทธ์และระดับอาวุโส ทำให้การจ้างงานมีแนวโน้มกระจุกตัวในกลุ่มคนที่มีประสบการณ์สูง มีการศึกษา และมีทักษะเฉพาะด้านเกี่ยวกับ AI มากขึ้น

หัวใจของปัญหาคือ การนำ AI มาใช้ไม่ได้ทำให้โอกาสกระจายตัวอย่างเท่าเทียม แต่กำลังสร้างตลาดแรงงานสองชั้น งานระดับจูเนียร์ลดลง ขณะที่งานอาวุโสที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์มเครือข่ายอาชีพพบว่า AI ถูกคาดหวังว่าจะมาแทนงานจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง คนที่ได้ประโยชน์กลับเป็นคนวัย 30-45 ปีซึ่งกำลังรับตำแหน่ง AI ชั้นนำในสัดส่วนสูงกว่ากลุ่มวัยอื่น นี่ไม่ใช่การปฏิวัติงานเพียงครั้งเดียว แต่คือการจัดระเบียบอำนาจต่อรองใหม่ในตลาดแรงงาน

เมื่อ AI ผลักงานจูเนียร์ออกนอกระบบ แต่ดันงานอาวุโสขึ้น

งานวิจัยด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่วิเคราะห์ข้อมูลประกาศรับสมัครงาน 1.25 พันล้านตำแหน่ง และข้อมูลการจ้างงาน 154 ล้านรายการ ระหว่างเดือนม.ค.2021 - มี.ค.2026 แสดงภาพชัดว่า การจ้างงาน AI ไม่ได้เพิ่มทุกระดับเท่ากัน บริษัทที่นำ AI มาใช้มีการจ้างงานรวมเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนพนักงานระดับเริ่มต้นกลับลดลง 1.9 จุดเปอร์เซ็นต์ นี่คือสัญญาณว่า งานระดับจูเนียร์ลดลง ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจโดยรวมแย่ แต่เพราะองค์กรเลือกใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานหน้าใหม่

การจ้างงานในสายคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI มากที่สุด เพิ่มขึ้น 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ในบริษัทที่ใช้ AI แต่การเพิ่มนี้เอียงไปทางตำแหน่งอาวุโส ทำให้โครงสร้างทีมเอียงไปสู่คนที่มีประสบการณ์สูงมากขึ้น งานวิจัยเดียวกันชี้ว่า หากการจ้างงานคนอายุ 22-25 ปีในอาชีพที่ถูก AI กระทบสูง เติบโตเท่ากับอาชีพที่ถูกกระทบน้อย ปัจจุบันควรมีการจ้างงานคนกลุ่มนี้มากกว่าความเป็นจริงถึง 19% ซึ่งหมายความว่าหนทางเข้าสู่ตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่กำลังแคบลงอย่างเป็นระบบ

ตลาดแรงงานสองชั้น: มิลเลนเนียลขึ้นแท่น แต่อยู่บนบันไดที่คนอื่นปีนไม่ถึง

ในความวุ่นวายของกระแสว่า AI จะมาแย่งงานทุกคน คนกลุ่มที่ชนะชัดเจนคือคนรุ่นมิลเลนเนียล คนวัย 30-45 ปีที่กำลังคว้าตำแหน่ง AI ใหม่ๆ ในตลาดงานมากที่สุด แพลตฟอร์มเครือข่ายอาชีพรายหนึ่งพบว่ามิลเลนเนียลคิดเป็น 60% ของการจ้างงานใหม่ในตำแหน่งหัวหน้า AI และ 56% ในตำแหน่งเทคนิค นี่คือคำพูดที่ควรจดจำว่า "มิลเลนเนียลกำลังเป็นผู้ชนะในสงครามแย่งชิงพรสวรรค์ด้าน AI"

ในอีกด้าน คนรุ่นใหม่อายุน้อยกว่ากำลังเผชิญตลาดงานระดับเริ่มต้นที่แย่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ อัตราว่างงานของคนอายุ 22-27 ปีสูงกว่าภาพรวมแรงงานทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นายจ้างจำนวนมากอ้างตรงๆ ว่าไม่จำเป็นต้องรับคนมาทำงานง่ายๆ อีกต่อไปเพราะมี AI ทำแทน แม้จะมีข้อมูลว่าคนรุ่นใหม่คว้าสัดส่วนใหญ่ของตำแหน่งอย่าง forward deployed engineer และ AI engineer แต่ตำแหน่งเหล่านี้ต้องการทักษะสูง ไม่ได้ช่วยชดเชยการหายไปของงานจูเนียร์ทั่วไปในระบบ ส่งผลให้โอกาสไต่บันไดอาชีพกลายเป็นสิทธิพิเศษของคนบางกลุ่มเท่านั้น

ความเหลื่อมล้ำซ้อนความเหลื่อมล้ำ: เพศ การศึกษา และทักษะ AI ที่ต้องการ

ความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงานรอบใหม่นี้ไม่ได้มีเพียงระดับตำแหน่ง แต่ซ้อนทับด้วยเพศและการศึกษา การจ้างงาน AI ระดับสูงอย่างหัวหน้า AI ผู้อำนวยการ AI และทีมเทคนิคใหม่ๆ กว่า 95% เป็นคนที่มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป และการศึกษาระดับสูงยังเชื่อมโยงกับค่าตอบแทนที่สูงกว่าอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ผู้หญิงกลับมีสัดส่วนเพียง 20% ในตำแหน่งหัวหน้า AI 26% ในตำแหน่งผู้อำนวยการ AI และ 18% ในตำแหน่งเทคนิค ตลาดที่ควรเปิดกว้างกำลังหดแคบลงอยู่ในหมู่ผู้ชายที่มีการศึกษาสูง

คนที่ไม่มีปริญญาสี่ปีและผู้หญิงจำนวนไม่น้อยถูกดันไปอยู่ในงานค่าตอบแทนต่ำ เช่น งานระบุข้อมูล ซึ่งเป็นงานที่มีอุปสรรคการเข้าสู่อาชีพต่ำที่สุดในสาย AI รายงานสรุปอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้ AI จะถูกพูดถึงว่าเป็นเครื่องมือทำให้ความเชี่ยวชาญเป็นประชาธิปไตย แต่ตลาดแรงงาน AI ในความเป็นจริงกลับกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่มีการศึกษาสูง โดยเฉพาะในอาชีพที่ค่าตอบแทนสูงที่สุด เมื่อทักษะ AI ที่ต้องการถูกนิยามผ่านใบปริญญาและเครือข่ายเดิมๆ ความฝันเรื่อง AI ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนจึงกลายเป็นภาพลวงตามากกว่านโยบายจริง

อนาคตที่ไม่เท่าเทียม หากเราไม่สร้างบันไดให้คนรุ่นใหม่ก้าวขึ้น

ผลการศึกษาทั้งจากแพลตฟอร์มอาชีพและห้องทดลองเศรษฐกิจดิจิทัลเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของคนหนุ่มสาวที่กลัวว่า AI จะมาแย่งงาน ตามรายงานสำรวจความคิดเห็นชุดหนึ่ง สัญญาณในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องใครได้งาน แต่คือคำถามว่า เรากำลังสร้างระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาส หรือระบบที่ปิดประตูให้คนรุ่นต่อไป

เมื่อการจ้างงาน AI ผลักงานระดับจูเนียร์ออกจากองค์กร เพิ่มสัดส่วนงานอาวุโส และกระจุกตัวอยู่ในคนมีปริญญาและผู้ชาย ความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงานจึงทวีคูณ ทั้งช่องว่างรายได้ เพศ และโอกาสเรียนรู้ในงานจริง เส้นทางการเติบโตจากจูเนียร์สู่ซีเนียร์ในสายอาชีพต่างๆ ถูกตัดตอนตั้งแต่ต้น การแก้ปัญหาเชิงนโยบายและเชิงองค์กรจึงต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงว่า การนำ AI มาใช้โดยไม่มีการออกแบบบันไดให้คนหน้าใหม่ก้าวขึ้น จะทำให้แรงงานหลากหลายหายไปจากโลกงาน AI และเราจะได้ระบบอัตโนมัติที่สะท้อนอคติของคนกลุ่มเดิม มากกว่าระบบที่รองรับศักยภาพของทุกคน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!