ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อบุคลากรสายสนับสนุนสาธารณสุขถูกยกระดับด้วย AI และการวิเคราะห์ข้อมูล

เมื่อบุคลากรสายสนับสนุนสาธารณสุขถูกยกระดับด้วย AI และการวิเคราะห์ข้อมูล
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

AI สำหรับสาธารณสุขไม่ใช่เรื่องของหมออย่างเดียวอีกต่อไป

AI สำหรับสาธารณสุขคือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลมาปรับใช้ในงานระบบสาธารณสุข ทั้งด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความผิดพลาดจากการจัดการข้อมูล ปรับกระบวนการทำงานให้คล่องตัว และสร้างภาพรวมการบริการสุขภาพที่ตอบโจทย์ทั้งบุคลากรและประชาชนในระยะยาว จุดเปลี่ยนสำคัญในตอนนี้คือการที่สถาบันการแพทย์เริ่มมองเห็นว่า “สมองดิจิทัล” ของระบบสุขภาพไม่ได้อยู่แค่ในห้องตรวจ แต่ฝังอยู่ในฐานข้อมูล ระบบคิว และรายงานการบริหาร งาน AI สำหรับสาธารณสุขจึงถูกผลักดันออกจากห้องวิจัย มาสู่โต๊ะทำงานของบุคลากรสายสนับสนุนที่ต้องรับผิดชอบข้อมูลและการจัดการกระบวนการต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คณะแพทยศาสตร์ยกระดับทักษะ AI และข้อมูลของบุคลากรสายสนับสนุน

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ True Corporation True Digital Academy และ Egg Digital จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “AI, Data Discovery & Visualization Foundation for Healthcare Professionals: Med AI Essentials for Administrative & Operational Staff” ระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน 2569 เพื่อเสริมทักษะ AI และการบริหารจัดการข้อมูลของบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โครงการนี้จัดอยู่ภายใต้กรอบ “โครงการเสริมศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์สำหรับคณะแพทยศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2569” ที่ตั้งใจชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้ช่องว่างทักษะดิจิทัลทำให้การบริหารงานล้าหลัง เนื้อหาครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การทำความเข้าใจหลักการทำงานของ AI การจัดการฐานข้อมูล ไปจนถึงการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำเสนอผ่านเครื่องมือข้อมูล visualization สุขภาพที่ทันสมัย พูดง่ายๆ คือ ถ้าเมื่อก่อนเจ้าหน้าที่แอดมินมีหน้าที่กรอกข้อมูล วันนี้พวกเขากำลังถูกฝึกให้ “อ่าน” และ “ตีความ” ข้อมูล เพื่อช่วยตัดสินใจเชิงระบบร่วมกับทีมบริหาร

จากการกรอกข้อมูลสู่การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและการตัดสินใจเชิงข้อมูล

จุดแข็งของการอบรมครั้งนี้คือการเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและการใช้ AI ในระดับที่จับต้องได้ ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ สำหรับนักวิจัยเท่านั้น หลักสูตรเน้นให้บุคลากรสายสนับสนุนเข้าใจการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก แล้วนำไปใช้ในงานประจำวัน เช่น การจัดคิวผู้ป่วย การวางแผนทรัพยากร และการจัดทำรายงานประกอบการตัดสินใจ การฝึกอบรม AI ระดับพื้นฐานที่ผูกกับงานบริหารและงานปฏิบัติการ ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นทันทีว่าทักษะดิจิทัลใหม่นี้ตอบคำถามอะไรในชีวิตการทำงาน เช่น คิวคนไข้หนาแน่นเพราะช่วงเวลาใด แผนกไหนใช้ทรัพยากรเกินกว่าที่ควร หรือแนวโน้มผู้ป่วยโรคเรื้อรังในพื้นที่ใดกำลังเพิ่มขึ้น การมีข้อมูล visualization สุขภาพที่อ่านง่ายช่วยให้ผู้บริหารเลิกตัดสินใจจากความรู้สึก และหันมาตัดสินใจบนหลักฐานที่ชัดเจนแทน นี่คือการเปลี่ยนบทบาทบุคลากรสายสนับสนุนจาก “คนทำเอกสาร” ไปเป็น “ผู้ร่วมออกแบบระบบสุขภาพ” ด้วยเครื่องมือข้อมูล

โครงการเสริมกำลังคนดิจิทัลด้าน AI และ Cloud ขยายฐานทักษะสู่สาย IT และสตาร์ทอัพ

ภาพการยกระดับทักษะ AI ไม่ได้เกิดเฉพาะในสถาบันการแพทย์ แต่ยังขยายออกไปสู่โครงการเสริมศักยภาพกำลังคนดิจิทัลด้าน AI และ Cloud ที่บริษัท ดิเอ็นเตอร์ไพรส์รีซอร์สเทรนนิ่ง จำกัด ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและ AWS Thailand จัดตั้งขึ้น เป้าหมายคือเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะสายอาชีพด้าน IT และธุรกิจ Startup การอบรมหลักสูตร “AWS Cloud – GenAI Practitioner with PartyRock” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน Cloud Computing โครงสร้างระบบ และบริการต่างๆ ของ AWS ไปจนถึง Generative AI และเทคนิค Prompt Engineering เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้หลักสูตรนี้จะไม่เจาะจงงานสาธารณสุขโดยตรง แต่ผลกระทบต่อระบบสุขภาพนั้นชัดเจน เพราะโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ AI ที่ผู้เรียนได้ฝึกจะเป็นฐานสำคัญของระบบข้อมูลสุขภาพยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มบันทึกเวชระเบียนหรือระบบวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ในอนาคต

เมื่อบุคลากรสายสนับสนุนสาธารณสุขถูกยกระดับด้วย AI และการวิเคราะห์ข้อมูล

ทำไมองค์กรสาธารณสุขต้องเร่ง upskill ตอนนี้ และจะเดินต่ออย่างไร

คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าองค์กรสาธารณสุขควรใช้ AI หรือไม่ แต่คือจะยอมรับความจริงหรือไม่ว่า การตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลเชิงลึกกำลังกลายเป็นความเสี่ยง โครงการเสริมศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ และโครงการเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนดิจิทัลด้าน AI และ Cloud จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างทักษะนี้โดยตรง องค์กรที่มองไกลกำลังเลือกสร้าง “ทีมภายใน” ที่เข้าใจทั้งระบบสุขภาพและเครื่องมือดิจิทัล แทนที่จะพึ่งที่ปรึกษาภายนอกตลอดเวลา แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ถูกผลักดันในโครงการฝึกอบรม AI และ Cloud เป็นสัญญาณชัดว่า การ upskill จะไม่จบแค่ครั้งเดียว แต่เป็นเส้นทางระยะยาวที่เปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้เรียน นำกลับไปปรับหลักสูตรให้ตอบงานจริงมากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจต่อยอดทักษะดิจิทัลด้าน AI และ Cloud โครงการดังกล่าวยังเปิดให้ติดตามรอบอบรมถัดไปผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้จัด ซึ่งสะท้อนว่าโลกการทำงานใหม่ไม่ได้รอให้ใครพร้อม แต่เปิดประตูให้คนที่ตัดสินใจเรียนรู้ก่อนเท่านั้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!