ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ถูกทดสอบครั้งแรก สัญญาณเปิดยุคขนส่งอัตโนมัติ

ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ถูกทดสอบครั้งแรก สัญญาณเปิดยุคขนส่งอัตโนมัติ
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 คืออะไร และเหตุใดการทดสอบครั้งนี้จึงสำคัญ

ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 คือยานยนต์ที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติสามารถควบคุมการเร่ง เบรก เลี้ยว และตัดสินใจบนถนนได้เองภายในขอบเขตการออกแบบการใช้งาน โดยไม่ต้องอาศัยคนขับเป็นหลักในสถานการณ์ที่ระบบรองรับ ใช้เซนเซอร์ แผนที่ความละเอียดสูง และซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินสภาพจราจร ผู้ใช้ถนน และสิ่งกีดขวางรอบคัน

การที่กรมวิทยาศาสตร์บริการร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เปิดการทดสอบยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ครั้งแรก ณ ศูนย์ทดสอบ T-CAVs จังหวัดระยอง ไม่ใช่แค่การโชว์เทคโนโลยี แต่เป็นการประกาศว่าระบบขับขี่อัตโนมัติกำลังขยับจากห้องทดลองมาสู่ถนนจริง การใช้รถยนต์ Zelos Tech ในสถานการณ์จำลองกว่า 20 รูปแบบ แสดงให้เห็นความตั้งใจจะเข้าใจบริบทถนนไทยในเชิงลึก ไม่ใช่เพียงคัดลอกมาตรฐานต่างประเทศ ความสำคัญอยู่ที่การเก็บข้อมูลภาคสนามจริงเพื่อนำไปออกแบบเกณฑ์ทดสอบ กฎระเบียบ และโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบ

ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ถูกทดสอบครั้งแรก สัญญาณเปิดยุคขนส่งอัตโนมัติ

จาก Zelos Tech สู่ฐานทดสอบ CAV บนถนนจริง

หัวใจของการทดสอบครั้งนี้คือการพิสูจน์ว่าระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 จะรับมือกับความยุ่งยากของถนนและพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้แค่ไหน กรมวิทยาศาสตร์บริการใช้ยานยนต์ Zelos Tech รุ่น Z5 และ Z10 ซึ่งเป็นยานยนต์ระดับ L4 ที่ผ่านการทดสอบบนถนนจริงในสิงคโปร์มาแล้ว นั่นหมายความว่ารถรุ่นเดียวกันที่เคยขับในสภาพแวดล้อมหนึ่ง กำลังถูกลองของในบริบทถนนรูปแบบใหม่

ก่อนลงสนาม มีการสร้างแผนที่ความละเอียดสูงด้วยระบบ Mobile Mapping System ที่ใช้ 3D LiDAR กล้อง 6 ตัวรอบคัน และระบบ GNSS ร่วมกับ IMU เพื่อสร้างทั้งแผนที่แบบ Point Cloud และเวกเตอร์ในรูปแบบ Lanelet 2 จากนั้นทีมงานออกแบบชุดทดสอบ L4 Edge Cases มากกว่า 20 สถานการณ์จำลอง ตั้งแต่ทางแยกที่คนไม่เคารพป้ายหยุด ลูกระนาด รถจอดริมทาง ไปจนถึงการจราจรที่เร็วเกินกำหนด นี่คือการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าระบบอัตโนมัติจะลงถนนได้จริง ต้องผ่านบททดสอบที่สะท้อนความเป็นจริง ไม่ใช่ถนนสวยงามในหนังสือเรียน

ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ถูกทดสอบครั้งแรก สัญญาณเปิดยุคขนส่งอัตโนมัติ

AI และข้อมูลเรียลไทม์ เปลี่ยนรถให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์บนล้อ

การทดสอบยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีเทคโนโลยี AI ขนส่ง และข้อมูลเรียลไทม์การเดินทางเข้ามาหนุน หลังบ้านของรถเหล่านี้คือซอฟต์แวร์และแผนที่ความละเอียดสูงที่อัปเดตต่อเนื่อง เมื่อรถถูกขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น ข้อมูลสถานที่และจราจรแบบเรียลไทม์จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงใหม่ที่สำคัญไม่แพ้น้ำมันหรือไฟฟ้า

ในงาน HERE Directions Bangkok 2026 มีการย้ำบทบาทของ AI-powered location intelligence หรือข้อมูลสถานที่เชิงลึกที่ทำงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปจนถึงประสบการณ์ในรถยนต์ยุคใหม่ HERE Technologies ชี้ว่าการใช้งาน AI ระบบช่วยขับขั้นสูง ADAS และ Navigation on Autopilot กำลังเปลี่ยนเครื่องมือนำทางให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าใจบริบทถนน ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า และช่วยตัดสินใจขณะขับขี่ หากมองผ่านมุมนี้ ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ก็ไม่ใช่แค่รถ แต่มันคือคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเครือข่ายที่วิ่งอยู่บนถนน

ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ถูกทดสอบครั้งแรก สัญญาณเปิดยุคขนส่งอัตโนมัติ

Smart Mobility ไทย จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากข้อมูลที่เชื่อมกันจริง

การมีระบบขับขี่อัตโนมิไม่ได้หมายความว่าเรามี Smart Mobility ไทย อัตโนมัติ การเดินทางอัจฉริยะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อข้อมูลจากหลายหน่วยงานและหลายระบบเชื่อมต่อกันได้ และถูกนำมาวิเคราะห์ในภาพรวม ดร ภาสกร ประถมบุตร ยกตัวอย่างการนำข้อมูลโครงสร้างถนน ประวัติอุบัติเหตุ และข้อมูล GPS พฤติกรรมการขับขี่มาซ้อนทับกัน เพื่อตรวจหาจุดเสี่ยงที่ไม่เคยถูกระบุ แนวคิดแบบเดียวกันนี้ควรถูกต่อยอดไปสู่การออกแบบเครือข่ายถนน สัญญาณไฟ และพื้นที่ทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ

ข้อมูลเชิงเทคนิคที่กรมวิทยาศาสตร์บริการเก็บและวิเคราะห์จากการทดสอบครั้งนี้ จะถูกใช้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อมองควบคู่กับทิศทางที่ AI ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยีระบุตำแหน่งถูกนำมาประกอบกันเพื่อรองรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และระบบขนส่งอัจฉริยะ เราจะเห็นภาพชัดว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่โครงการของหน่วยงานเดียว แต่คือการบ้านร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และนักพัฒนาเทคโนโลยี

จากสนามทดสอบสู่ถนนจริง คำถามคือเราพร้อมให้ AI ร่วมขับหรือยัง

เมื่อยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 เริ่มถูกทดสอบอย่างเป็นระบบ และ AI ขนส่งถูกใช้ในระบบนำทางและแพลตฟอร์มข้อมูลการเดินทาง ความท้าทายต่อไปจึงไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือความไว้ใจของสังคม การทดสอบ L4 Edge Cases มากกว่า 20 สถานการณ์ แสดงความตั้งใจจะไม่หลบข้อเท็จจริงเรื่องพฤติกรรมผู้ขับขี่และถนนที่ยุ่งยาก การเปิดเผยปัญหาอย่างตรงไปตรงมาและแปลงเป็นเกณฑ์ทดสอบคือขั้นแรกของการสร้างความเชื่อมั่น

ในอีกด้าน การใช้ AI-powered location intelligence และข้อมูลเรียลไทม์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนถนนและรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติ ชี้ว่าอนาคตของการเดินทางจะเป็นความร่วมมือระหว่างมนุษย์กับอัลกอริทึม ไม่ใช่การแทนที่กันเด็ดขาด บทสรุปคือ ยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ไม่ใช่อนาคตที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป แต่การจะทำให้ระบบนี้ปลอดภัย ยุติธรรม และเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐ เอกชน และผู้ใช้พร้อมเปิดพื้นที่ให้ข้อมูลและ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกติกาบนถนนมากแค่ไหน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!