ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

อาวุธไมโครเวฟ HPM และปืนใหญ่ MDACS คำตอบใหม่ต่อฝูงโดรนราคาประหยัด

อาวุธไมโครเวฟ HPM และปืนใหญ่ MDACS คำตอบใหม่ต่อฝูงโดรนราคาประหยัด
ความสนใจ|อเมริกา-แคนาดา

ทำไมสงครามยุคโดรนต้องคิดใหม่เรื่องต้นทุนการป้องกัน

ระบบป้องกันโดรนคือชุดเทคโนโลยีและอาวุธที่ออกแบบมาเพื่อค้นหา ติดตาม และทำลายโดรนทั้งแบบเดี่ยวและแบบฝูง โดยเน้นการรับมือการโจมตีอัตโนมัติที่ประสานงานกันหลายลำพร้อมกัน ลดภาระการใช้ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานราคาแพง และเพิ่มความสามารถในการป้องกันพื้นที่สำคัญอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมการรบสมัยใหม่ที่มีโดรนและขีปนาวุธร่อนจำนวนมากโจมตีเข้ามา ประเด็นสำคัญของยุคนี้ไม่ใช่แค่การยิงโดรนให้ร่วง แต่คือการทำอย่างไรให้คุ้มงบประมาณ เมื่อฝูงโดรนราคาถูกสามารถบุกโจมตีเป็นสิบเป็นร้อยลำ การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบเดิมที่มีต้นทุนสูงจึงเริ่มไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง กองทัพจึงหันไปมองอาวุธพลังงานกำหนดทิศและปืนใหญ่ความเร็วสูงที่ยิงได้ถี่กว่า ถูกกว่า และขยายกำลังได้ง่ายกว่า เพื่อให้ระบบป้องกันโดรนมีทั้งประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในระยะยาว

อาวุธไมโครเวฟ HPM เปลี่ยนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้เป็นเกราะต้านฝูงโดรน

ในงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศ AUSA 2026 BAE Systems เปิดตัวระบบอาวุธไมโครเวฟกำลังสูง HPM ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือการโจมตีด้วยฝูงโดรนและขีปนาวุธร่อนโดยตรง แนวคิดคือเลิกยิงหัวรบราคาแพงใส่โดรนทีละลำ แล้วหันมาใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงเข้าโจมตีสมองกลของโดรนแทน กลไกของอาวุธไมโครเวฟ HPM คือการปล่อยพัลส์ไมโครเวฟให้พลังงานทะลุผ่านเสาอากาศและช่องว่างของตัวเครื่องโดรน ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้ากระชากในวงจรอิเล็กทรอนิกส์จนระบบควบคุมเป็นอัมพาตหรือสูญเสียการควบคุม จุดแข็งคือพื้นที่ครอบคลุมกว้าง สามารถทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้นพร้อมกันในครั้งเดียว ความสามารถนี้ถูกสาธิตแล้วโดยระบบ Leonidas ที่สามารถทำลายฝูงโดรน 49 ลำด้วยการแผ่รังสีเพียงครั้งเดียวที่สนามยิงปืนแคมป์แอตเตอร์เบอรี การออกแบบของ HPM จาก BAE Systems ยังเน้นการผลิตจำนวนมาก โดยใช้ชิ้นส่วนเชิงพาณิชย์กว่า 99% และโครงสร้างแบบโมดูลาร์ที่ติดตั้งได้ทั้งสถานีฐาน รถพ่วง ยานเกราะ และเรือรบ ทำให้เป็นระบบป้องกันโดรนที่ขยายกำลังได้ง่ายและสอดคล้องกับข้อจำกัดงบประมาณของกองทัพ

ปืนใหญ่ MDACS และกระสุน HVP ทางเลือกยิงโดรนแบบประหยัดแต่รวดเร็ว

คู่ขนานกับอาวุธไมโครเวฟ HPM BAE Systems ยังเปิดตัวระบบปืนใหญ่หลายโดเมน MDACS ใช้ปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตรติดตั้งบนแชสซีรถบรรทุกสามเพลา พร้อมป้อมปืนไร้คนขับและระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ จุดเด่นคือการนำกระสุนความเร็วสูง HVP มาใช้เป็นหัวใจของระบบป้องกันโดรนและขีปนาวุธร่อน กระสุน HVP ไม่ใช้เครื่องยนต์ไอพ่น แต่พึ่งพาความเร็วปากกระบอกปืนและการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อลดแรงต้าน ทำให้รักษาความเร็วระดับประมาณ Mach 5 ได้ต่อเนื่อง ความเร็วเช่นนี้ลดเวลาเดินทางสู่เป้าหมายอย่างมาก จำกัดโอกาสที่โดรนหรือขีปนาวุธจะเปลี่ยนทิศหลบเลี่ยง การใช้ปืนใหญ่แทนขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานจึงเป็นการเปลี่ยนจากอาวุธราคาแพงไปสู่วิธีการยิงถี่ด้วยต้นทุนต่อ นัดที่ต่ำกว่า นอกจากระบบป้องกันโดรน MDACS ยังสามารถยิงขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง Scorpio XR เพื่อโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน โดยมีระยะทำการไกลกว่ากระสุนปืนใหญ่ทั่วไปถึงสองเท่า ทำให้แพลตฟอร์มเดียวรองรับทั้งการป้องกันทางอากาศและการโจมตีภาคพื้นดินในงบประมาณที่คุมได้

เทคโนโลยี 3D printing กับการผลิตขีปนาวุธต้นทุนต่ำในโครงการ Arsenal of Freedom

การสร้างระบบป้องกันโดรนที่ยิงได้ถี่และครอบคลุมต้องอาศัยคลังอาวุธจำนวนมาก เทคโนโลยี 3D printing จึงถูกผลักดันเข้ามาในสายการผลิตขีปนาวุธอย่างจริงจัง X Bow Systems ผู้ผลิตเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ ได้รับสัญญาร่วมกับ Leidos เพื่อพัฒนาและสร้างเครื่องยนต์จรวดสำหรับโครงการ Low Cost Containerized Munition ของกองทัพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Arsenal of Freedom ที่มุ่งฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จุดแข็งของ 3D printing คือการรองรับรูปทรงซับซ้อนของเครื่องยนต์จรวดและการปรับแบบได้รวดเร็ว ทำให้สามารถออกแบบและสร้างต้นแบบใหม่ในเวลาไม่กี่วัน แทนที่จะใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีแบบวิธีผลิตดั้งเดิม X Bow Systems แม้จะก่อตั้งในปี 2016 แต่ผลิตเครื่องยนต์จรวดพร้อมรบแล้วมากกว่า 2,100 ชุด แสดงให้เห็นว่าการผลิตแบบนี้พร้อมรองรับปริมาณที่กองทัพต้องการ คำกล่าวของผู้บริหาร X Bow ว่า "ความขัดแย้งสมัยใหม่ตัดสินกันด้วยจำนวนรอบยิง ไม่ใช่ความประณีตของแต่ละนัด" สะท้อนชัดว่ากองทัพกำลังให้ความสำคัญกับอาวุธต้นทุนต่ำที่ผลิตได้จำนวนมาก เพื่อให้ระบบป้องกันโดรนและขีปนาวุธมีคลังยิงเพียงพอในสงครามยืดเยื้อ

ข้อดี ข้อเสี่ยง และทิศทางต่อไปของระบบป้องกันโดรนราคาประหยัด

แม้อาวุธไมโครเวฟ HPM ปืนใหญ่ MDACS และเทคโนโลยี 3D printing จะเปิดทางสู่ระบบป้องกันโดรนที่คุ้มค่า แต่ก็ไม่ได้ไร้ข้อจำกัด ลำแสงไมโครเวฟมีการกระจายตัวเร็วเมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น ทำให้ความหนาแน่นพลังงานลดลงและต้องให้เป้าหมายอยู่ในระยะเหมาะสม อีกด้านหนึ่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูงยังเสี่ยงกระทบระบบสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของฝ่ายเดียวกันที่อยู่ใกล้เคียง ระบบ HPM ยังต้องพึ่งพาแหล่งจ่ายไฟต่อเนื่องจากเครื่องกำเนิดกำลังสูงและเชื้อเพลิงจำนวนมาก สร้างภาระต่อระบบโลจิสติกส์ ขณะที่ MDACS ต้องพิสูจน์ว่าการยิงกระสุนความเร็วสูงจำนวนมากในสนามรบจริงจะสอดคล้องกับข้อมูลจำลองและการทดสอบหรือไม่ ปัจจุบันทั้งสองระบบยังอยู่ในขั้นตอนต้นแบบและรอการประเมินผลในสภาพการใช้งานจริงจากกระทรวงกลาโหมก่อนจะได้รับงบประมาณและนำไปใช้งานอย่างเป็นทางการ เมื่อสงครามยูเครนแสดงให้เห็นว่าการใช้โดรนและ 3D printing ในระดับใหญ่ช่วยให้กองกำลังขนาดเล็กต้านทานกองทัพที่ใหญ่กว่าได้ กองทัพขนาดใหญ่จึงแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินหน้าพัฒนาอาวุธต้นทุนต่ำที่ขยายกำลังได้ง่าย เพื่อให้ระบบป้องกันโดรนในอนาคตไม่ใช่แค่แม่นยำ แต่ต้องยิงได้มากพอและถูกพอที่จะใช้ได้นาน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!