ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากมงกุฎสู่เมโลดี้ เมื่อศิลปินลุกขึ้นเขียนเพลงเอง

จากมงกุฎสู่เมโลดี้ เมื่อศิลปินลุกขึ้นเขียนเพลงเอง
ความสนใจ|ศิลปินป๊อป

ยุคใหม่ของศิลปินไทยแต่งเนื้อเอง เพลงไม่ได้มีแค่ทำนองแต่คือบันทึกชีวิต

ยุคของศิลปินไทยแต่งเนื้อเองคือช่วงเวลาที่คนทำเพลงไม่ยอมเป็นแค่ผู้ร้องตามบทที่คนอื่นเขียน แต่ลุกขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านถ้อยคำและเมโลดี้ที่ตั้งใจสร้าง ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เพลงไทยใหม่ล่าสุดกลายเป็นบันทึกชีวิตที่มีรอยแผล รอยยิ้ม และความขมหวานอย่างซื่อสัตย์ เป็นเพลงไทยแนวอีโมชั่นที่ไม่ได้แค่เศร้าแต่ชวนตั้งคำถามกับตัวตนและความสัมพันธ์ของคนฟัง

หัวใจของปรากฏการณ์นี้อยู่ที่การที่ศิลปินเขียนเพลงเองจนกลายเป็นเจ้าของทั้งเนื้อหาและทิศทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินไฮบริดที่ผสมหลายแนวดนตรี หรือวงอินดี้ที่ลดสมาชิกเหลือเพียงดูโอ ต่างก็หันมาใช้ภาษาและประสบการณ์ตรงมาขีดเขียนบนหน้ากระดาษ ก่อนจะกลายเป็นเพลงที่ส่งต่อผ่านทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งให้แฟนเพลงได้สัมผัสความจริงใจแบบไม่กรอง ใครมองว่านี่เป็นแค่เทรนด์คงมองข้ามไป เพราะมันกำลังเปลี่ยนบทบาทศิลปินจากผู้แสดงเป็นผู้เล่าอย่างเต็มตัว

กอกี้ กวิสรา ศิลปินไฮบริดที่ใช้บาดแผลรักเขียนเป็นบทเพลง

ตัวอย่างชัดเจนของศิลปินเขียนเพลงเองคือกอกี้ กวิสรา นักร้องที่นิยามตัวเองว่าเป็นนักร้องไฮบริดจากการสลับเสียงลูกทุ่งไทยดั้งเดิมเข้ากับ Pop, R&B, Rock, Reggae และ Electronic จุดเด่นไม่ใช่แค่เสียงแต่คือการลงมือเขียนเนื้อร้องและทำนองเอง บทเพลงจึงถูกกลั่นจากประสบการณ์จริง ถ่ายทอดอารมณ์เจ็บปวดและเรื่องราวชีวิตอย่างตรงไปตรงมา นี่คือสายศิลปินไทยแต่งเนื้อเองที่ไม่กลัวแผลเป็น

ซิงเกิลล่าสุด เพราะฉันเจ็บ ใต้สังกัดค่าย MACHg คือหลักฐานชัดเจนที่ทำให้เห็นลายมือการเขียนเพลงของเธอ ซิงเกิลที่สองกับค่ายใหม่เล่าถึงความรักที่พังเพราะถูกทรยศหลอกลวงจนต้องยอมปล่อยมือ ภาษาถูกเลือกมาอย่างสวยงาม คล้องจองแบบปลายยุค 80s ต่อถึงต้นยุค 90s แต่ยังร่วมสมัยจากการเรียบเรียงที่ไม่ผูกติดกับเวลา เมื่อบวกกับเสียงร้องมีเสน่ห์ เพลงไทยแนวอีโมชั่นเพลงนี้จึงพุ่งสู่ยอดวิวหลักล้านบนยูทูบอย่างรวดเร็ว พิสูจน์ว่าคนฟังตอบรับเพลงที่ศิลปินใช้เสียงตัวเองเขียน ไม่ใช่แค่ร้องตาม

TELEx TELEXs จากวงสู่ดูโอที่เขียนเพลงเป็นอ้อมกอดให้คนฟัง

ในฝั่งวงดนตรี TELEx TELEXs คืออีกตัวอย่างของการเปิดบทใหม่ด้วยหัวใจที่ละเอียดขึ้น หลังจากเปิดตัวบทใหม่ในฐานะศิลปิน Duo อย่างเป็นทางการ พร้อมส่งความคิดถึงผ่านซิงเกิลคัมแบ็ก พบกันอีก วงที่มี ออม ร้องนำ และ นาว กีตาร์ ก้าวต่อด้วยซิงเกิลที่สอง เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ เพื่อเดินหน้าถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกอย่างต่อเนื่อง นี่คือทิศทางที่ชัดว่าพวกเขาเลือกเล่าเรื่องแบบใกล้ตัวกว่าที่เคย

ซิงเกิลนี้ไม่ได้มาเพื่อให้คนแกร่งขึ้น แต่มาเพื่ออนุญาตให้คนฟังร้องไห้ได้โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองแพ้ เพราะวงตั้งใจสื่อว่าความอ่อนแอหรือหยดน้ำตาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือกระบวนการธรรมชาติทางอารมณ์ที่เปิดโอกาสให้ปลดปล่อยและพักจากความกดดัน เพลงยังแตะความโดดเดี่ยวที่หลายคนเจอในชีวิตประจำวัน และชวนเห็นว่าตัวเราเองคือตัวละครที่ซื่อสัตย์ที่สุด เป็นเพื่อนและเซฟโซนให้ตัวเองได้เสมอ การยอมรับความรู้สึก ร้องไห้ และอยู่เป็นเพื่อนตัวเองคือก้าวแรกของการฮีลใจอย่างแท้จริง นี่คือเพลงไทยแนวอีโมชั่นที่ไม่ได้ใช้ดราม่าเพื่อเรียกน้ำตา แต่เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้คนฟัง

Soft Spot ของ VARITDA การเล่าเรื่องรักแบบละเมียดที่ฟังได้ไม่มีวันหมดอายุ

อีกฟากหนึ่ง VARITDA คือศิลปินที่แสดงให้เห็นว่าการเล่าเรื่องในเพลงสามารถละเอียดอ่อนได้ไม่แพ้งานวรรณกรรม อัลบั้ม CHAMPAGNE CHERRY ของเธอเต็มไปด้วยหลากรสชาติความสัมพันธ์ และ Soft Spot คือบทส่งท้ายที่ปิดเรื่องอย่างนุ่มนวล เพลงนี้เล่าเรื่องการพบเจอเซฟโซนที่ทำให้ทุกวันอบอุ่น กับความสัมพันธ์ที่แค่มองตาก็เข้าใจ เป็นเพลงรักที่ไม่ต้องประกาศเสียงดังแต่ใช้สายตาและบรรยากาศเล่าแทน

Soft Spot เป็นเพลงป็อปร่วมสมัยที่ผสมความอบอุ่นของแจ๊สกับกลิ่นโซลให้ความผ่อนคลายแต่ยังมีความโมเดิร์นแฝงอยู่ อารมณ์ซาวด์ถูกออกแบบให้สื่อเรื่องรักที่ปลอดภัยจากคนที่เราแพ้ทางจนอ่อนใจ ฝืนยังไงก็ปฏิเสธความรู้สึกไม่ได้ VARITDA ถ่ายทอดด้วยเสียงนุ่มนวลอบอวลด้วยรัก ชวนฮีลใจทุกคนที่ได้ฟัง ทุกบทเพลงใน CHAMPAGNE CHERRY ตั้งแต่ CHAMPAGNE FLYING, SLOW BURNER, Cup of Tea Love, Almost Said I Love You ไปจนถึง Soft Spot ถูกสร้างขึ้นที่ Abbey Road Studios สตูดิโอตำนานที่เปลี่ยนวงการดนตรีโลกไปตลอดกาล ทำให้เพลงนี้เป็นซาวด์แทร็กรักที่ฟังได้ทุกเวลาของวันและกลับมาฟังได้เสมอไม่ว่าเวลากี่ปี

จากมงกุฎสู่เมโลดี้ เมื่อศิลปินลุกขึ้นเขียนเพลงเอง

เมื่อศิลปินเขียนเพลงเอง ความครีเอทีฟไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์แต่คือสิทธิในหัวใจตัวเอง

ภาพรวมที่เห็นจากกอกี้ TELEx TELEXs และ VARITDA คือศิลปินกำลังควบคุมความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเนื้อร้องจากประสบการณ์ตรงของกอกี้ที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดและเรื่องราวชีวิตอย่างซื่อตรง การที่ TELEx TELEXs ตั้งใจถ่ายทอดมุมมองใหม่ต่อความอ่อนแอและหยดน้ำตา หรือแพชชั่นในการสร้างสรรค์ของ VARITDA ที่ทำให้อัลบั้มของเธอมีโทนเล่าเรื่องชัดเจน ทั้งหมดสะท้อนว่าศิลปินไม่อยากปล่อยให้ใครเขียนบทชีวิตแทนอีกต่อไป

สำหรับคนฟัง ผลลัพธ์คือเพลงไทยใหม่ล่าสุดที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงมากขึ้น เพลงไทยแนวอีโมชั่นในยุคนี้ไม่ได้มีแค่คำว่าร้องไห้ เสียใจ หรือคิดถึง แต่มีมุมเผชิญหน้าความรู้สึก การดูแลตัวเอง และการยอมรับความรักที่ปลอดภัย เมื่อศิลปินไทยแต่งเนื้อเอง พวกเขาไม่เพียงสร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังดึงคนฟังให้กล้าสำรวจหัวใจตัวเองไปพร้อมกัน และนั่นทำให้เพลงไม่ใช่สินค้าบันเทิงชั่วคราว แต่กลายเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เราใช้พักใจและเติบโต

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!