เข้าใจก่อนวัด: ความดันโลหิตคืออะไรและทำไมตัวเลขจึงเพี้ยนได้
การวัดความดันโลหิตคือการตรวจดูแรงดันของเลือดที่ดันผนังหลอดเลือดแดงในขณะหัวใจบีบและคลายตัว โดยใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่ออกแบบมาตรวจจับแรงดันนี้ผ่านปลอกแขน เมื่อได้ตัวเลขแล้วแพทย์จะใช้ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ความถูกต้องการวัดขึ้นอยู่กับทั้งคุณภาพของเครื่องและวิธีที่เรานั่ง วางแขน รวมถึงพฤติกรรมก่อนตรวจ หากทำผิดขั้นตอนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผลการวัดเพี้ยนไปในทิศทางสูงหรือสูงเกินจริงได้
ถ้าคุณเคยไปหาหมอแล้วความดันขึ้นประจำ ทั้งที่วัดเองที่บ้านไม่ค่อยสูง บทความนี้เหมาะมาก เพราะหลายคนทำให้ผลตรวจของตัวเองเพี้ยนตั้งแต่ก่อนวัด เช่น ดื่มกาแฟ รีบเดินขึ้นบันได หรือกลั้นปัสสาวะ พอเครื่องแสดงตัวเลขสูงก็เผลอตกใจทั้งที่อาจไม่ใช่ค่าจริง แถมถ้าใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ผลก็ยิ่งน่าเชื่อถือน้อยลงไปอีก การติดตามความดันที่บ้านจะช่วยดูแลสุขภาพหัวใจได้ดี แต่ต้องเริ่มจากเครื่องที่แม่นและใช้ให้ถูกวิธี
องค์กรอิสระด้านผู้บริโภคที่ทดสอบเครื่องวัดความดันโลหิตจำนวนมากพบว่า จากเครื่องที่ทดสอบ 8 รุ่น มีเพียง 2 รุ่นที่ผ่านการทดสอบความแม่นยำทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเลือกเครื่องที่ดีและใช้ถูกวิธีเป็นเรื่องสำคัญมากต่อความถูกต้องการวัด

พฤติกรรมก่อนวัดที่ทำให้ผลการวัดเพี้ยนโดยไม่รู้ตัว
ต่อให้เครื่องวัดดีแค่ไหน ถ้าช่วงก่อนวัดคุณทำสิ่งที่กระตุ้นหัวใจหรือระบบประสาท ตัวเลขก็อาจพุ่งสูงชั่วคราวได้ พฤติกรรมอย่างดื่มกาแฟหรือชาเข้ม สูบบุหรี่ ออกแรงหนัก หรือทะเลาะกับใครก่อนวัด ล้วนมีผลต่อความดันโลหิต นอกจากนี้การกลั้นปัสสาวะจนกระเพาะปัสสาวะตึงก็ทำให้ร่างกายเครียดและความดันสูงขึ้นได้ งานวิจัยหนึ่งจึงให้ผู้เข้าร่วมเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนวัด แล้วให้เดินเบาๆ สั้นๆ จากนั้นนั่งพัก 5 นาที ก่อนเริ่มวัดความดันโลหิต โดยให้หลังและเท้าได้รับการรองรับอย่างดี เพื่อให้สภาพร่างกายใกล้เคียงกับการพักเฉยๆ มากที่สุด
จุดที่คนมักมองข้ามคือการพูดคุยหรือเล่นโทรศัพท์ขณะวัดความดัน เสียงแจ้งเตือนหรือการคุยเรื่องเครียดทำให้หัวใจเต้นเร็วและตัวเลขสูงได้ มีคำแนะนำชัดเจนว่าระหว่างวัดควรใส่ปลอกแขนลงบนผิวหนังโดยตรง ไม่ใช่ทับเสื้อหนาๆ และไม่ควรพูด ขยับตัว หรือมองโทรศัพท์ เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นด้านอารมณ์และการเคลื่อนไหว ดังนั้นถ้าต้องการค่าไว้ตัดสินใจรักษา ควรเตรียมร่างกายให้สงบก่อนเสมอ
ท่าแขนผิดแบบยอดฮิต ทำไมตัวเลขถึงสูงเกินจริง
แม้จะเตรียมตัวก่อนวัดดีแล้ว แต่ท่านั่งและท่าแขนระหว่างวัดก็ยังทำให้ผลการวัดเพี้ยนได้มาก แนวทางมาตรฐานแนะนำให้ใช้ปลอกแขนขนาดที่เหมาะสม รองหลังให้พิงเก้าอี้ วางเท้าราบบนพื้น ไม่ไขว้ขา และที่สำคัญคือวางแขนในตำแหน่งที่ถูกต้อง ระดับกึ่งกลางของปลอกแขนควรอยู่ระดับเดียวกับกลางหัวใจ และแขนควรวางบนโต๊ะหรือพื้นรองแข็งแรงขณะวัดความดันโลหิต หากทำไม่ตรงนี้ การไหลเวียนเลือดที่แขนจะเปลี่ยนไป ตัวเลขที่วัดได้ก็จะผิดจากค่าจริง
ปัญหาที่เกิดบ่อยในคลินิกและที่บ้านคือปล่อยแขนห้อยข้างตัวหรือวางบนตักตอนวัด ทั้งสองท่านี้พบได้เป็นประจำแม้จะมีกฎแนะนำตรงข้ามก็ตาม นักวิจัยรายงานว่าแขนที่วางบนตักหรือปล่อยห้อยข้างตัวทำให้ค่าความดันที่วัดได้สูงกว่าท่านั่งที่ถูกต้องซึ่งวางแขนรองบนโต๊ะอย่างชัดเจน ข้อสรุปจากงานนี้คือแขนต้องได้รับการรองรับที่มั่นคงบนโต๊ะหรือพื้นราบระดับหัวใจ ไม่ใช่ให้คนอื่นถือหรือให้แขนลอยเองกลางอากาศ เพราะกล้ามเนื้อจะเกร็งและค่าความดันจะสูงขึ้นเกินจริง
ขั้นตอนทีละข้อ: วิธีวัดความดันโลหิตให้แม่นแบบที่หมอไว้ใจ
ขั้นตอนเหล่านี้ใช้ได้ทั้งเวลาคุณวัดเองที่บ้านและเวลาจะวัดก่อนเข้าพบแพทย์ เป้าหมายคือให้ได้ค่าที่ใกล้เคียงชีวิตประจำวันของคุณมากที่สุด ไม่ใช่ค่าที่ถูกดันขึ้นเพราะความรีบหรือความเครียดชั่วคราว หากทำครบทุกข้อ ความถูกต้องการวัดจะดีขึ้นมาก และคุณกับหมอจะตัดสินใจรักษาจากข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่าเดิม
- เตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที งดกาแฟ ชาเข้ม บุหรี่ และออกกำลังกายหนัก เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้กระเพาะปัสสาวะตึง จากนั้นก่อนวัดให้นั่งพักเงียบๆ ประมาณ 5 นาทีโดยไม่คุยโทรศัพท์หรือทำงาน
- จัดท่านั่งให้ถูกต้อง นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง หลังพิงเต็ม เท้าวางราบบนพื้น ไม่ไขว้ขา โต๊ะวางแขนควรสูงพอให้ปลอกแขนอยู่ระดับเดียวกับกลางหน้าอก จากนั้นวางแขนบนโต๊ะให้สบายไม่เกร็ง
- สวมปลอกแขนให้พอดีและสัมผัสผิวโดยตรง เลือกปลอกแขนขนาดเหมาะกับรอบต้นแขนตามคู่มือเครื่องวัดความดันโลหิต สวมบนต้นแขนเปลือย ไม่ทับเสื้อหนา ตรวจให้แน่นพอดีไม่หลวมไม่รัดเจ็บ
- เริ่มวัดโดยอยู่นิ่งและไม่พูด กดเริ่มวัดความดันโลหิต วางมือและร่างกายให้นิ่ง ไม่พูดคุย ไม่มองมือถือจนเครื่องวัดเสร็จ เพราะการขยับตัวหรือพูดคุยสามารถทำให้ความดันสูงขึ้นจากภาวะตื่นตัว
- วัดซ้ำและบันทึกค่า คำแนะนำคือวัด 2 ครั้งห่างกันประมาณ 1 นาทีในแต่ละช่วงเวลา ทำแบบนี้ทุกวันต่อเนื่องสักหนึ่งสัปดาห์ แพทย์มักใช้ค่าเฉลี่ยของตัวเลขเหล่านี้ในการประเมิน
ตามเกณฑ์ทั่วไป ค่าเป้าหมายความดันประมาณ 120/80 มมปรอทถือว่าเป็นระดับดี การวัดที่บ้านหากต่ำกว่า 135/85 มมปรอทมักถือว่าใช้ได้ แต่บางแนวทางระบุว่าควรต่ำกว่า 130/80 มมปรอท ถ้าคุณวัดหลายวันแล้วได้ค่ามากกว่า 140/90 มมปรอทอยู่บ่อยๆ ควรติดต่อพบแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาโดยเร็ว
เลือกเครื่องให้ดี ใช้ให้ถูก แล้วใช้ค่าความดันให้เป็นประโยชน์
การมีเครื่องวัดความดันโลหิตที่บ้านช่วยให้คุณติดตามสุขภาพหัวใจและจัดการภาวะความดันสูงได้ดีขึ้น แต่จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเครื่องมีความแม่นยำและคุณใช้ถูกวิธีเท่านั้น งานทดสอบที่ใช้การเปรียบเทียบกับอุปกรณ์มาตรฐานสูงและเกณฑ์สากล พบว่าเครื่องบางรุ่นมีความคลาดเคลื่อนมาก จึงควรเลือกเครื่องที่ผ่านการรับรอง เช่น มีสัญลักษณ์องค์กรความดันโลหิตระดับนานาชาติและเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งช่วยยืนยันความถูกต้องการวัดในระดับหนึ่ง
อย่าลืมว่าต่อให้เครื่องดี ท่าทางการวัดไม่ถูก ตัวเลขก็เพี้ยนได้อยู่ดี เช่น การวางแขนบนตักหรือปล่อยแขนห้อยข้างลำตัว ซึ่งงานวิจัยพบว่าสองท่านี้ให้ค่าความดันสูงกว่าการวางแขนบนโต๊ะที่ระดับหัวใจอย่างเห็นได้ชัด นั่นหมายความว่าหลายคนอาจถูกประเมินว่ามีความดันสูงทั้งที่ความจริงอาจยังไม่ถึงเกณฑ์ การสังเกตวิธีวัดทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ และตั้งใจทำตามขั้นตอนเดียวกันที่บ้าน จะช่วยให้ค่าที่ได้เปรียบเทียบกันได้และมีความหมายมากขึ้น สุดท้ายแล้วการวัดความดันบ่อยแต่ผิดวิธีไม่ช่วยอะไร แต่การวัดน้อยครั้งแต่ถูกต้องจะช่วยชีวิตคุณได้






