ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อคนรุ่นใหม่พาแฟชั่นบนรันเวย์เล่าเรื่องวัฒนธรรมในแบบไม่จำเจ

เมื่อคนรุ่นใหม่พาแฟชั่นบนรันเวย์เล่าเรื่องวัฒนธรรมในแบบไม่จำเจ
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

Visionary Stage คืออะไร และทำไมแฟชั่นวีกกรุงเทพครั้งนี้ถึงต่างออกไป

Bangkok International Fashion Week Visionary Stage at Siam Center คือรันเวย์ แฟชั่นโชว์ที่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทดลองของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เพื่อแปลงเรื่องเล่าและพหุวัฒนธรรมจากทั่วประเทศให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่เข้าถึงง่าย โดยเชื่อมโลกของนิสิต นักศึกษา คนทำงานสร้างสรรค์ และคนดูแฟชั่นวีก กรุงเทพเข้าด้วยกันผ่านงานดีไซน์ที่มีรากจากวิถีชีวิตและความเชื่อหลากภูมิภาค แต่เล่าใหม่ในภาษาสากลที่คนทั้งโลกอ่านออก เวที Bangkok International Fashion Week 2026-Visionary Stage at Siam Center ถูกย้ำชัดว่าเป็นหนึ่งในแฟชั่นรันเวย์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ และจัดต่อเนื่องมากว่า 19 ปี จุดยืนปีนี้จึงไม่ใช่แค่ทำให้รันเวย์ดูยิ่งใหญ่ แต่คือการประกาศว่าคลื่นลูกใหม่ของไทยดีไซเนอร์ยังก์ไม่รอการอนุมัติจากระบบเดิมอีกต่อไป คนรุ่นใหม่กำลังใช้แฟชั่นเป็นภาษาที่ดังกว่าคำว่าอนุรักษ์หรือทันสมัย เพราะทั้งสองอย่างถูกหลอมรวมอยู่ในแต่ละชิ้นงานแล้ว

เมื่อคนรุ่นใหม่พาแฟชั่นบนรันเวย์เล่าเรื่องวัฒนธรรมในแบบไม่จำเจ

NEXT TH-PHENOMENON เมื่อวัฒนธรรมไทยแฟชั่นไม่ใช่ของไกลตัวอีกต่อไป

หัวใจของ Visionary Stage ปีนี้คือคอนเซ็ปต์ NEXT TH-PHENOMENON ปรากฏการณ์คลื่นลูกใหม่ พลังไทยสร้างสรรค์สู่ผลงานแฟชั่นดีไซน์ระดับโลก แปลตรงตัวได้ว่า ถึงเวลาที่ความเป็นไทยต้องเลิกอยู่ในตู้โชว์และลงมาบนรันเวย์ในแบบที่ใครก็อยากใส่ ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ผ้าบาติกและวิถีภาคใต้ มโนราห์อันวิจิตร ความเชื่อและพิธีกรรมพื้นถิ่นของภาคอีสาน ไปจนถึงวัฒนธรรมล้านนาและประเพณีพื้นบ้านจากภาคเหนือ ทุกเรื่องเล่าถูกสรุปกลายเป็นซิลูเอตร่วมสมัย รายละเอียดงานฝีมือ และโครงเรื่องแฟชั่นที่รับกับชีวิตคนเมืองยุคนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือการยื่นโจทย์พิเศษอย่าง ไทยแลนด์ ไทยเริ่ด ให้ดีไซเนอร์หยิบสิ่งใกล้ตัวสุดจากแต่ละท้องถิ่น เช่น ดอกไม้จากปากคลองตลาด ใบตอง ม้าลายไหว้แก้ ผ้าแพรสามสี Street Food งานวัด จิตรกรรมไทย หรือแม่ไม้มวยไทย มาตีความใหม่ให้กลายเป็นลุคสนุก สด และเต็มไปด้วยสีสัน ผลคือแฟชั่นที่ไม่ขออนุญาตจากพิพิธภัณฑ์ แต่คุยกับคนดูในภาษา Everyday Life แทน

เมื่อคนรุ่นใหม่พาแฟชั่นบนรันเวย์เล่าเรื่องวัฒนธรรมในแบบไม่จำเจ

ไทยดีไซเนอร์ยังก์กับบทบาท Trailblazer บนรันเวย์แฟชั่นโชว์ที่ตั้งใจปั้นคลื่นลูกใหม่

ถ้าจะถามว่าใครคือคนได้ประโยชน์มากที่สุดจากเวทีนี้ คำตอบคือไทยดีไซเนอร์ยังก์จากกว่า 13 สถาบันทั่วประเทศที่ถูกดันขึ้นแถวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ขอนแก่น จุฬาลงกรณ์ เชียงใหม่ ธรรมศาสตร์ ราชมงคลพระนคร มหาสารคาม ราชภัฏสวนสุนันทา ราชภัฏอุดรธานี ศรีนครินทรวิโรฒ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลา และสงขลานครินทร์ แต่ละทีมไม่เพียงตีความวัฒนธรรมไทยแฟชั่นของตัวเองใหม่ หากยังชี้ให้เห็นว่าพหุวัฒนธรรมคือจุดแข็ง ไม่ใช่ข้อขัดแย้งในสังคมไทยยุคนี้ คำพูดหนึ่งที่ควรถูกจดจำคือการย้ำว่า สยามเซ็นเตอร์วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสสำหรับนักออกแบบและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ และไม่ได้มีแค่รันเวย์ให้เดินโชว์ แต่ต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจจริง ผลงานจะถูกนำไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นี่คือการปั้น Trailblazer ตัวจริง ที่ไม่จบแค่รางวัลหรือคำชม แต่เชื่อมต่อสู่สายพานเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเต็มระบบ

เมื่อคนรุ่นใหม่พาแฟชั่นบนรันเวย์เล่าเรื่องวัฒนธรรมในแบบไม่จำเจ

The Ideaopolis เมื่อศูนย์การค้าเปลี่ยนตัวเองเป็นเมืองไอเดียและโรงงานคนแฟชั่น

ในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรมแฟชั่น จุดที่น่าสนใจมากคือบทบาทใหม่ของสยามเซ็นเตอร์ที่ประกาศตัวชัดว่าเป็นเมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ The Ideaopolis นี่ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่สะท้อนวิธีคิดที่มองศูนย์การค้าเป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสให้คนสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ สไตลิสต์ ครีเอทีฟโฆษณา หรือบล็อกเกอร์ในอนาคต งานบนรันเวย์จึงกลายเป็นห้องทดลองที่ให้คนรุ่นใหม่ค้นพบตัวตนของตัวเอง และต่อยอดสู่บทบาทต่างๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งระบบ การร่วมมือกับเทคโนโลยีอย่าง Digital Textile Printing จาก Epson ที่เปิดให้ทุกความคิดสร้างสรรค์ถูกพิมพ์ลงผ้าโดยลดการผลิตส่วนเกินและสนับสนุนแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งตอกย้ำว่า The Ideaopolis ไม่มองแฟชั่นเป็นแค่ความสวยงาม แต่คือการทดลองโมเดลการผลิตที่ยั่งยืนและส่งออกได้จริง เมื่อศูนย์การค้ากลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โอกาสของผลงานที่มีรากเหง้าวัฒนธรรมไทยจึงขยายไปไกลกว่าผู้ชมในห้างเพียงไม่กี่ชั่วโมง

เมื่อคนรุ่นใหม่พาแฟชั่นบนรันเวย์เล่าเรื่องวัฒนธรรมในแบบไม่จำเจ

คนดังบนรันเวย์และภาพจำใหม่ของแฟชั่นไทยในสายตาโลก

อีกมุมที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการใช้พลังคนดังมาคูณเสียงของไทยดีไซเนอร์ยังก์ให้ดังขึ้นบนรันเวย์ Visionary Stage at Siam Center ศิลปินดาราแถวหน้าจากหลากค่าย ทั้งสมาชิกวง BUS และ ATLAS รวมถึงนักแสดงจากค่าย Domundi Dee Hup House North Star Entertainment และ ONE MUSIC ต่างผลัดกันขึ้นเดินแบบในชุดเก๋ ดีไซน์เลิศ เรียกเสียงกรี๊ดจนห้างสะเทือนตลอด 4 วันของงาน สิ่งนี้สะท้อนว่ามาตรฐานแฟชั่นวีก กรุงเทพไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง แต่เชื่อมโลกบันเทิงและวัฒนธรรมไทยแฟชั่นเข้าหากันอย่างตั้งใจ ลุคพิเศษ ไทยแลนด์ ไทยเริ่ด ที่สยามเซ็นเตอร์ทำร่วมกับ Epson ใช้ทุกอย่างที่คนไทยคุ้นตา ตั้งแต่กุมารทอง เครื่องราง งานวัด ไปจนถึงความสนุกสนานยามค่ำคืนของ Street Food มาย้อมสีใหม่บนเนื้อผ้า ผลคือภาพจำของแฟชั่นไทยที่ไม่จำกัดอยู่ในชุดประจำชาติแบบเดิม แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ เมื่อมองภาพรวม Visionary Stage ไม่ได้แค่ปิดฉากอย่างงดงาม แต่เปิดฉากบทสนทนาใหม่ว่า ถ้าเรายอมให้คนรุ่นใหม่เล่าเรื่องรากเหง้าตัวเองในแบบที่เขาอยากเล่า วัฒนธรรมจะไม่ถูกเก็บรักษาเฉยๆ แต่จะเดินอยู่บนถนน ในตู้เสื้อผ้า และบนรันเวย์แฟชั่นทั่วโลกอย่างเป็นธรรมชาติ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!