เพลงใหม่ไทยป๊อปยุคทดลองคืออะไร และทำไมต้องจับตา
เพลงใหม่ไทยป๊อปสายทดลองคือผลงานที่ผสมผสานกลิ่นอายป๊อปกับจังหวะและซาวด์จากหลายแนวทาง เพื่อสร้างอัตลักษณ์เสียงใหม่ที่ไม่ยึดติดสูตรสำเร็จ ศิลปินใช้โปรดักชันหลากหลาย ตั้งแต่บีตอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงริธึมจากแนวแอฟโฟร มาผูกกับเมโลดี้ฟังง่าย เน้นบรรยากาศและภาพลักษณ์ที่ชัดเจนผ่านมิวสิกวิดีโอและการเพอร์ฟอร์ม ทำให้ผู้ฟังสัมผัสทั้งเรื่องราว ความรู้สึก และตัวตนศิลปินในเวอร์ชันที่อัปเกรดขึ้น
คลื่นเพลงใหม่ไทยป๊อปที่น่าสนใจรอบนี้ชัดเจนผ่านผลงานของ บลู พงศ์ทิวัตถ์ และ เบล วริศรา ทั้งสองปล่อยซิงเกิลใหม่ที่ไม่เพียงอัปเดตภาพลักษณ์ แต่ยังเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องความรู้สึกในเพลงป๊อปให้คมและสนุกกว่าเดิม พวกเขาไม่พอใจกับการอยู่ในกรอบเดิมของป๊อปกระแสหลัก เลือกทดลองกับแนวดนตรีอย่าง Afrobeat และ Modern Pop ผสมอิเล็กทรอนิกส์กับอัลเทอร์เนทีฟ เพื่อให้เพลงมีทั้งความคุ้นเคยและความแปลกในเวลาเดียวกัน ผลคือเพลงที่พร้อมตกแฟนเพลงยุคสตรีมมิงที่อยากฟังอะไรใหม่แต่ยังร้องตามได้
บลู พงศ์ทิวัตถ์ กับยุคใหม่ใน “KISS, COME KISS” ที่กล้ากว่าเดิม
บลู พงศ์ทิวัตถ์ เปิดเกมแรงด้วยซิงเกิลใหม่ “KISS, COME KISS” ที่ประกาศชัดว่าเขาไม่ได้ยอมติดอยู่กับภาพเดิมของตัวเองอีกต่อไป BLUE PONGTIWAT เปิดลุคใหม่ที่ชวนให้ต้องเหลียวมองไปพร้อมกับการเปิดอีกมิติในฐานะศิลปินหนุ่ม เสน่ห์ของเพลงนี้คือการเลือกใช้สไตล์ Afrobeat จังหวะชวนโยก น้ำเสียงที่มีมิติมากขึ้นและความขี้เล่นถูกผสมจนกลายเป็นเพลงที่ทั้งเย้ายวนและดึงดูด นี่คือการเคลื่อนตัวจากป๊อปมาตรฐานไปสู่ป๊อปที่เน้นกรูฟและบรรยากาศมากขึ้น
จุดที่ทำให้ “KISS, COME KISS” น่าสนใจกว่าซิงเกิลทั่วไปคือเบื้องหลังโปรดักชัน บลูได้ร่วมงานกับ tobii ศิลปินและโปรดิวเซอร์สายฮิปฮอปรุ่นใหม่ เจ้าของเพลง “Hotel lobby” และ “Bad girls like you” เป็นครั้งแรก โดยทั้งคู่ช่วยกันสร้างสรรค์ตั้งแต่เนื้อร้อง เมโลดี้ ไปจนถึงบีต ก่อนหลอมรวมให้กลายเป็นซาวด์ที่มีเอกลักษณ์ในเพลงนี้ มิวสิกวิดีโอเองก็เดินเกมตรงกับดนตรี เน้นการเพอร์ฟอร์มที่เป็นธรรมชาติ มูฟเมนต์ที่ผสานกับจังหวะและใช้สายตา สีหน้า สื่อความขี้เล่นและความเย้ายวนแบบจงใจ เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจใช้ทุกองค์ประกอบเพื่อเปิด New Era ของตัวเอง ไม่ใช่แค่ปล่อยเพลงเพิ่มในดิสโกกราฟี

เบล วริศรา “ช็อต (Spark)” เคมีไฟฟ้าในรูปแบบ Modern Pop
ฝั่ง เบล วริศรา เลือกกลับมาแจกความสดใสในแบบที่โตขึ้นด้วยซิงเกิล “ช็อต (Spark)” เพลงนี้ใช้คอนเซปต์ Electric Chemistry เปรียบแรงดึงดูดระหว่างคนสองคนกับการถูกไฟช็อต เมื่อทุกการสบตา การเข้าใกล้ และการสัมผัสกลายเป็นประกายที่ทำให้หัวใจเต้นแรง นี่ไม่ใช่เพลงแอบชอบตามสูตร แต่เน้นจับโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้คนฟังนึกถึงประสบการณ์ของตัวเอง การใช้ภาษาที่มีความเป็น Gen Z ผสมกับดนตรีสนุก ทำให้เพลงมีบุคลิกเฉพาะของเบลชัดเจน
ในเชิงซาวด์ “ช็อต (Spark)” ถูกวางไว้เป็น Modern Pop ที่ผสมองค์ประกอบของอิเล็กทรอนิกส์และอัลเทอร์เนทีฟ สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของ BELL WARISARA ที่เติบโตขึ้นทั้งในด้านดนตรีและการเล่าเรื่อง เมโลดี้ยังคงเข้าถึงง่าย แต่โปรดักชันเพิ่มมิติของเสียงให้เฉียบคมกว่าเดิม เบลเล่าว่าเพลงนี้มีทั้งช่วงเสียงที่ค่อนข้างสูงและท่อนที่ต้องใช้พลังมากจนเหมือนการกรี๊ด ทำให้ตอนแรกกังวลว่าจะถ่ายทอดได้ไหม แต่เมื่อเข้าห้องอัดกลับค้นพบช่องเสียงของตัวเองได้เร็วและพอใจกับผลลัพธ์ การได้ทำงานกับนักแต่งเพลงจากวง PLAYGROUND และโปรดิวเซอร์จากวง getsunova ยิ่งช่วยเสริมรายละเอียดให้เพลงมีชีวิตและสนุกมากขึ้น

เมื่อ Afrobeat ชน Modern Pop การทดลองของป๊อปยุคใหม่กำลังบอกอะไรเรา
สิ่งที่ทำให้ “KISS, COME KISS” และ “ช็อต (Spark)” น่าพูดถึงไม่ใช่แค่ความเป็นเพลงใหม่ไทยป๊อป แต่คือระดับความกล้าของศิลปินในการผสมแนวดนตรีและภาพลักษณ์ใหม่เข้าไป บลูเลือก Afrobeat ที่จังหวะชวนโยกและผสมความขี้เล่นเพื่อสร้างเพลงป๊อปเย้ายวนที่ไม่ซ้ำใคร ส่วนเบลใช้ Modern Pop ผสมอิเล็กทรอนิกส์และอัลเทอร์เนทีฟ เพื่ออัปเกรดซาวด์ให้เฉียบคมโดยยังคงเมโลดี้ที่เข้าถึงง่าย เมื่อมองคู่กัน เราเห็นทิศทางเดียวกันคือการไม่กลัวการเบลอเส้นแบ่งแนวเพลง
ที่สำคัญ มิวสิกวิดีโอของทั้งสองคนทำหน้าที่มากกว่าเป็นภาพประกอบเพลง บลูใช้ภาพลักษณ์และมูฟเมนต์ที่สอดรับกับจังหวะเพื่อสื่อความร้อนแรงและความขี้เล่นใน New Era ของตัวเอง ขณะที่เบลใช้ภาพและการเล่าเรื่องเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ที่เติบโตขึ้นทั้งด้านดนตรีและเนื้อเรื่อง นี่คือสัญญาณว่าในยุคสตรีมมิง ศิลปินป๊อปที่อยากอยู่ในใจผู้ฟังต้องกล้าทดลองทั้งในห้องอัดและหน้ากล้อง การที่ บลู พงศ์ทิวัตถ์ และ เบล วริศรา เดินหมากนี้ ทำให้ซิงเกิลใหม่ของพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงเพลงเพิ่มในเพลย์ลิสต์ แต่เป็นคำประกาศว่าป๊อปยุคใหม่กำลังสนุกขึ้น และแฟนเพลงไม่ควรปล่อยผ่าน







