ศูนย์ข้อมูลกินไฟจนแผน PDP ต้องเขียนใหม่
ศูนย์ข้อมูล พลังงาน คือความเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตของศูนย์ข้อมูลที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง กับการวางแผนผลิตไฟ การลงทุนโรงไฟฟ้า และโครงข่ายสายส่ง ที่ต้องรองรับความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากธุรกิจดิจิทัลและคลาวด์ มิฉะนั้นระบบไฟทั้งระบบจะเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงและต้นทุนค่าไฟที่ผันผวนรุนแรง
แรงสั่นสะเทือนเริ่มจากเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2569-2580 หรือ PDP 2026 ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเปิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 แผนฉบับใหม่ดันสัดส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติจาก 6,300 เป็น 9,100 เมกะวัตต์ ทำให้ภาคประชาชนตั้งคำถามตรงๆ ว่านี่คือการปูทางรองรับศูนย์ข้อมูลหรือไม่ หากใช่ แสดงว่าศูนย์ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงดีมานด์ใหม่เล็กๆ แต่กลายเป็นตัวละครหลักที่กำหนดทิศทางทั้งโครงสร้างเชื้อเพลิงและค่าไฟ
เวทีเดียวกันยังสะท้อนภาพว่าค่าพีค ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในช่วงปลายแผนรอบใหม่พุ่งสูงกว่าฉบับก่อนอย่างชัดเจน จากการเปลี่ยนพฤติกรรมใช้พลังงาน รวมถึงการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล ขณะที่ต้นทุนไฟฟ้าก็ถูกกดดันจากราคา LNG นำเข้าที่ระดับสูงและยังไม่แยกราคา Pool Gas ออกจากราคา LNG อย่างโปร่งใส เมื่อดีมานด์ใหม่เดินหน้าเร็วกว่าโรงไฟฟ้าที่ต้องใช้เวลาก่อสร้าง 7-10 ปี คำถามที่สังคมต้องตอบคือเราจะยอมล็อกตัวเองกับฟอสซิลอีกหลายสิบปีเพื่อเลี้ยงศูนย์ข้อมูลหรือไม่
Direct PPA: ศูนย์ข้อมูลดันตลาดไฟฟ้าเสรีให้ต้องเกิดจริง
ถ้า PDP 2026 คือสมรภูมิของเชื้อเพลิง Direct PPA ข้อมูล ก็เป็นสนามประลองของรูปแบบตลาดไฟฟ้าระหว่างรัฐกับเอกชน ร่างแผนใหม่ระบุชัดถึงการเปิดให้ซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงหรือ Third Party Access ที่ภาคเอกชนจับตาเป็นพิเศษ เพราะนี่คือช่องทางที่ศูนย์ข้อมูลรายใหญ่จะเข้าถึงพลังงานสะอาดในราคาที่ต่อรองได้ แทนการซื้อไฟผ่านระบบรวมเพียงช่องทางเดียว
ผู้แทนจากหน่วยนโยบายพลังงานระบุว่า ระยะเริ่มต้นของ Direct PPA จะโฟกัสศูนย์ข้อมูลเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ และได้รับอนุมัติหลักเกณฑ์จากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 พร้อมมติให้ขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นในอนาคต ด้านผู้กำกับกิจการพลังงานกำลังออกแบบโครงสร้างค่าผ่านสายหรือ Wheeling Charge สำหรับการซื้อขายไฟโดยตรง และคาดว่าจะประกาศใช้อัตราดังกล่าวไม่เกินสิ้นปี
หัวใจสำคัญคือ Direct PPA จะเป็นตัวชี้ว่าใครได้ประโยชน์จากบูมศูนย์ข้อมูล หากโครงสร้างค่าผ่านสายถูกออกแบบให้เป็นธรรม ผู้ใช้ไฟรายใหญ่สามารถเลือกซื้อไฟหมุนเวียนได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าและแรงกดดันค่าไฟ จากนั้นตลาดไฟฟ้าเสรีจะค่อยๆ ขยายจากศูนย์ข้อมูลไปสู่โรงงานและนิคมอุตสาหกรรมอื่นตามที่ผู้บริหารด้านพลังงานมองว่าเป็นทิศทางที่ควรเกิดขึ้น

สามทางแพร่งพลังงาน: ก๊าซ SMR-CCS และพลังงานสะอาดจะอยู่ร่วมกันอย่างไร
การโตแบบก้าวกระโดดของศูนย์ข้อมูลทำให้การถกเถียงเรื่องก๊าซธรรมชาติ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีใหม่อย่าง Small Modular Reactor เข้มข้นมากขึ้น แผน PDP 2026 ถูกตั้งคำถามว่าเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซจำนวนมากจะสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero หรือไม่ เมื่อภาคประชาชนกังวลว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก๊าซและ LNG จะล็อกการพึ่งพาฟอสซิล 20-30 ปี
ด้านผู้บริหารเอกชนรายใหญ่ยอมรับตรงไปตรงมาว่าก๊าซธรรมชาติยังจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟในช่วงเพิ่มสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ ลม แบตเตอรี่ และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก ที่ยังต้องศึกษาและพัฒนาอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกันแผน PDP 2026 ยังบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กหรือ SMR เป้าหมาย 9,000 เมกะวัตต์ในทุกทางเลือกของแผน สะท้อนว่ารัฐไม่ต้องการปิดประตูเทคโนโลยีนี้
ข้อถกเถียงจึงไม่ใช่ว่าจะเอาก๊าซหรือพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่คือจะจัดลำดับการลงทุนอย่างไรไม่ให้ซ้ำเติมค่าไฟและเสี่ยงติดกับดักฟอสซิล ขณะที่ภาคเกษตรและชุมชนเตือนว่าการไม่เพิ่มสัดส่วนชีวมวลใน 12 ปีแรกของแผน ทั้งที่มีเศษวัสดุการเกษตรจำนวนมาก อาจทำให้การแก้ปัญหา PM 2.5 เดินถอยหลัง เมื่อศูนย์ข้อมูลกินไฟ 24 ชั่วโมง ทางเลือกเชื้อเพลิงทุกแบบจึงต้องถูกตรวจสอบเข้มกว่าที่เคย
BGRIM และ GULF รุกศูนย์ข้อมูล ใช้โรงไฟฟ้าเดิมเป็นฐานรายได้ใหม่
ผู้เล่นพลังงานรายใหญ่ไม่ได้รอให้ดีมานด์ศูนย์ข้อมูลผ่านไป แต่กำลังวิ่งเข้าหาอย่างเต็มตัว BGRIM ประกาศว่ามีโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดประมาณ 250 เมกะวัตต์ และผลักดันให้เปิดใช้กำลังผลิตส่วนเกินจากโรงไฟฟ้าก๊าซ Solar Floating และ Solar Farm เพื่อส่งไฟตรงถึงผู้ใช้ผ่านโครงข่ายเดิม ขณะที่ผู้บริหารบริษัทเดียวกันเสนอให้ต่ออายุโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตรวมราว 3,000 เมกะวัตต์เพื่อรองรับ Direct PPA แสดงความมั่นใจว่าความต้องการไฟจากศูนย์ข้อมูลจะยืนระยะ
ฝั่ง GULF ก็เดินเกมคู่ขนาน ทั้งลงทุนก๊าซและขยายพลังงานสะอาด ตั้งเป้ากำลังผลิตระดับหลายหมื่นเมกะวัตต์ โดยพร้อมลงทุนในแสงอาทิตย์ ลม ระบบแบตเตอรี่ และก๊าซธรรมชาติ ตามโอกาสที่แผน PDP และนโยบายรัฐเปิด มุมมองของผู้บริหาร GULF ชี้ชัดว่าตลาดไฟกำลังเปลี่ยนจากรัฐซื้อไฟรายเดียวไปสู่ตลาดที่ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ โดยเฉพาะผู้ต้องการพลังงานหมุนเวียน สามารถซื้อไฟโดยตรงผ่าน Direct PPA
เมื่อผู้ผลิตไฟเอกชนระดับ BGRIM และ GULF มองศูนย์ข้อมูลเป็นดีมานด์เชิงยุทธศาสตร์ และรีบจับจองกำลังผลิตรองรับตั้งแต่เนิ่นๆ สัญญาณที่ส่งถึงนักลงทุนคือบูมศูนย์ข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้เป็นกระแสสั้นๆ แต่กำลังกลายเป็นฐานรายได้ระยะยาวของโรงไฟฟ้าก๊าซและโครงสร้างพื้นฐานเดิม หากกติกา Direct PPA และค่าผ่านสายถูกออกแบบให้เอื้อต่อการส่งไฟตรง
กกพ. เร่งวางเกณฑ์ศูนย์ข้อมูล ชี้ชะตานักลงทุนและค่าไฟ
ด้านผู้กำกับกิจการพลังงานกำลังกลายเป็นผู้ชี้ขาดจังหวะและทิศทางการลงทุนศูนย์ข้อมูล พลังงาน เลขาธิการหน่วยงานกำกับเผยว่ารัฐมอบหมายให้เร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ท่ามกลางกระแสทุนพลังงานข้ามชาติที่ต้องหาแหล่งลงทุนใหม่จากการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ มีผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่จากจีน ญี่ปุ่น และกลุ่มอาเซียนเข้าร่วมจับคู่ธุรกิจ และคาดว่าจะเกิดบิ๊กดีลลงทุนก๊าซครั้งใหญ่
สำหรับศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ กกพ. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นแนวทางกำกับการขายไฟให้ศูนย์ข้อมูลผ่านผู้รับอนุญาต พร้อมวางเกณฑ์เกี่ยวกับ Direct PPA และค่าบริการผ่านสาย โดยตั้งเป้าสรุปผลและประกาศใช้อัตรา Wheeling Charge ภายในสิ้นปี คำพูดที่น่าคิดคือศูนย์ข้อมูลใช้เวลาก่อสร้างเพียง 1-2 ปี แต่โรงไฟฟ้าใหม่ต้องใช้ถึง 7-10 ปี หมายความว่าหากเกณฑ์ไม่ชัด ระบบไฟอาจถูกศูนย์ข้อมูลดึงดีมานด์ไปเร็วกว่าที่โครงสร้างพื้นฐานรองรับได้
ท้ายที่สุด การรีเซ็ตแผน PDP 2026 และโครงสร้าง Direct PPA รอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่มันคือการเลือกว่าระบบไฟจะรับใช้ศูนย์ข้อมูลแบบไหน เราจะปล่อยให้ดีมานด์ใหม่กลายเป็นข้ออ้างสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซไม่หยุด หรือใช้ศูนย์ข้อมูลเป็นแรงกดดันให้ระบบไฟเร่งเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่อย่าง SMR และ CCS อย่างระมัดระวัง การตัดสินใจภายในไม่กี่ปีข้างหน้าจะกำหนดทั้งโครงสร้างค่าไฟและความสามารถแข่งขันในโลกดิจิทัลไปอีกยาวนาน






