เข้าปลายปีทีไร บรรยากาศหมูกระทะที่บ้านเริ่มมาทุกที บ้านเราเป็นแบบเดือนนึงตั้งวงหมูกระทะหรือชาบูอย่างต่ำสองครั้ง และทุกครั้งที่ว่า สิ่งที่เหนื่อยสุดไม่ใช่ล้างจาน แต่คือการหั่นเนื้อ ยืนซอยหมูสามชั้นทีละชิ้นจนเมื่อยข้อมือ แถมหนาบางไม่เท่ากันสักที เลยพอเห็นที่สไลด์เนื้อแบบมือโยกราคาหลักร้อยโผล่มาในฟีด เราก็กดสั่งจากช้อปปี้ทันที ของมาถึงในไม่กี่วัน ลองใช้มาพักใหญ่ วันนี้เล่าให้ฟังหมดทั้งข้อดีและจุดที่ต้องระวัง
รู้จักที่สไลด์เนื้อแบบมือโยกก่อนลงมือ

ตัวที่เราสั่งมาเป็นแบบมือโยก โครงสแตนเลสทั้งตัว ฐานมีจุกสุญญากาศดูดติดเคาน์เตอร์ไว้กันเครื่องเลื่อนตอนออกแรง ด้านบนเป็นแท่นวางเนื้อที่มีด้ามกดสีดำคอยทับเนื้อให้นิ่ง ส่วนใบมีดเป็นแขนยาวมีด้ามจับไว้โยกหน้าโยกหลัง ปุ่มปรับความหนาอยู่ข้างตัวเครื่อง ปรับได้ตั้งแต่ 0.3 ถึง 1.5 มิลลิเมตร ร้านที่เราสั่งในช้อปปี้ราคาหลังเก็บโค้ดอยู่ที่ ฿276 ใครอยากได้แบบมือหมุนที่สไลด์เนื้อแช่แข็งแข็งๆ ได้เลยก็มีขายราว ฿799 แต่สายบ้านๆ อย่างเราแบบมือโยกเอาอยู่แล้ว นอกจากสองแบบนี้ยังมีแบบกดใบมีดหวีที่เป็นข่าวในคลิปวิวล้านๆ กดครั้งเดียวได้สิบแปดชิ้น ปรับให้ห่างหน่อยได้แปดชิ้น ในเซตแถมแปรงเล็กกับที่ลับคมมาให้ด้วย อันนั้นเหมาะกับคนอยากได้เร็วๆ ทีละเยอะๆ
เนื้อต้องแข็งนิดนึงถึงจะสไลด์สวย

พลาดครั้งแรกของเราคือหยิบเนื้อออกจากช่องฟรีซแล้วสไลด์เลย ใบมีดเดินไม่ไป เนื้อกระด้างจนแทบหลุดมือ เลยจำไว้ว่าเนื้อต้องแข็งแบบครึ่งทาง คือแช่ฟรีซให้เซ็ตตัวแล้วพักให้นิ่มลงนิดนึงก่อน ถ้ารีบจริงๆ ให้ห่อฟิล์มถนอมอาหารแล้วเอาหม้อสแตนเลสสองใบประกบไว้สัก 10 ถึง 15 นาที เนื้อจะนิ่มพอดีที่ใบมีดเดินได้ลื่น พอได้เนื้อถูกจังหวะก็วางนอนราบในแท่น กดด้ามทับให้แน่น อย่าตั้งเนื้อขึ้นแบบที่เห็นในคลิปบางอัน เพราะแผ่นเนื้อจะขาดไม่เท่ากันทั้งแถว
สไลด์จริง: บางเท่าร้านได้ไหม แล้วเมื่อยไหม

ตอนโยกคันโยกครั้งแรกแล้วแผ่นหมูม้วนตัวออกมาบางเฉียบ เรานี่แทบร้องเฮ มันบางแบบเดียวกับหมูสไลด์ที่ตักตามร้านชาบูจริงๆ ตั้งปุ่มไว้ช่วง 0.3 ถึง 0.5 มิลลิเมตรแล้วแผ่นเนื้อบางจนแทบมองทะลุ จุ่มหม้อหมูกระทะแป๊บเดียวสุก ถ้าจะเอาไปผัดหรือย่างก็ขันให้หนาขึ้นแถว 1.5 มิลลิเมตร ชิ้นจะแน่นขึ้นไม่ขาดง่าย แต่ต้องพูดตรงๆ ว่าสไลด์ไปสักสามจานจะเริ่มเมื่อยแขน เพราะออกแรงโยกหน้าหลังเองตลอด ใครคิดจะสไลด์ทีละห้าสิบกิโลไว้ขายอันนี้ไม่ไหวแน่ แล้วก็อีกเรื่องที่สำคัญมาก ใบมีดคมแบบห้ามประมาท จับเฉพาะด้ามที่ออกแบบมาให้จับเท่านั้น อย่าเอามือไปใกล้แท่นเนื้อตอนใบมีดยังเคลื่อนเด็ดขาด
ชอบตรงไหน
- สไลด์ได้บางและเท่ากันเหมือนเนื้อร้านชาบู
- ปรับความหนาได้ตั้งแต่ 0.3 ถึง 1.5 มิลลิเมตร
- ไม่ต้องเสียบไฟ เงียบและไม่กินค่าไฟ
- ราคาหลักร้อย เอื้อมถึงได้ไม่ต้องคิดนาน
ต้องทำใจตรงไหน
- โยกเองทุกแผ่น สไลด์หลายจานแล้วเมื่อยแขน
- ใบมีดคมมาก ต้องมีสติทุกครั้งที่จับ
- ต้องรอให้เนื้อแข็งครึ่งทางก่อนถึงจะสไลด์สวย
สไลด์เสร็จแบ่งใส่กล่องเข้าฟรีซเลยคุ้มกว่า


ในเมื่อตั้งเครื่องทั้งทีเราทำให้คุ้ม เนื้อที่สไลด์ได้ส่วนหนึ่งม้วนใส่จานสำหรับมื้อคืนนั้น ที่เหลือเราแบ่งใส่กล่องถนอมอาหาร ใส่ผักอย่างเห็ดเข็มทองกับกะหล่ำซอยรองไว้ กล่องละหนึ่งมื้อพอดี ปิดฝาแล้วเรียงเข้าช่องฟรีซ วันไหนขี้เกียจก็หยิบมาทั้งกล่องวางข้างเตาได้เลย ไม่ต้องยืนสไลด์ใหม่ แผ่นเนื้อบางๆ ละลายเร็ว วางพักไว้เดี๋ยวเดียวก็คลี่ออกจากกันเอง ทำแบบนี้แล้วมื้อชาบูวันธรรมดาง่ายขึ้นเยอะ เหมือนมีร้านชาบูของตัวเองอยู่ในตู้เย็น
ล้างไม่ยาก แต่ห้ามประมาทใบมีด

หลายคนลังเลจะกดสั่งเพราะกลัวเรื่องล้าง เราเข้าใจเลย แต่เอาเข้าจริงไม่โหดเท่าที่คิด แบบมือโยกอย่างของเราใช้ฟองน้ำนุ่มๆ เช็ดฐานกับแท่นเนื้อ ส่วนใบมีดให้เช็ดตามแนวคมจากโคนไปปลาย อย่าถูขวางเด็ดขาด แล้วผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเก็บ กันสนิมและกลิ่นอับ ถ้าเป็นแบบไฟฟ้าอย่างที่เห็นในรูปจะได้เปรียบตรงที่เอียงตัวเครื่องเปิดแผ่นรองเช็ดได้ แต่ก็จะมีซอกให้เก็บเยอะกว่า ส่วนแบบกดใบมีดหวีในเซตมักแถมแปรงเล็กไว้คอยเขี่ยเศษเนื้อระหว่างใบมีด เรื่องใบมีดทื่อก็มีทางไป บางร้านรับลับคมหรือขายใบมีดสำรอง เราแนะนำให้ถามร้านไว้ตั้งแต่ตอนสั่ง อย่ารอให้ทื่อแล้วค่อยวิ่งหาทีหลัง
สรุปสำหรับคนยังลังเล ถ้าบ้านไหนตั้งวงหมูกระทะหรือชาบูเดือนละครั้งขึ้นไป ที่สไลด์เนื้อแบบมือโยกราคาหลักร้อยคุ้มตั้งแต่มื้อแรกที่ใช้งาน เพราะแรงแขนที่ประหยัดไปได้มันเอาไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ แต่ถ้าบ้านไหนนานๆ กินที หรือครัวมีเด็กเล็กวิ่งชนทุกอย่างตลอดวัน ใช้มีดคมๆ ที่ถนัดเหมือนเดิมก็ปลอดภัยกว่า ร้านที่เราสั่งแบบมือโยกอยู่ในช้อปปี้ ร้านนี้ ส่วนแบบมือหมุนสำหรับเนื้อแช่แข็งอยู่ ลิงก์นี้ ส่วนทิปพักเนื้อเราอ่านเจอจาก หน้าความรู้เรื่องอาหาร แล้วลองตามได้ผลจริง ใครสั่งมาแล้วเป็นยังไง บอกเราบ้างนะ จะได้เอาประสบการณ์มาแลกกันคราวหน้า






