ท่องเที่ยวอาเซียนกำลังเปลี่ยนหน้า: จากขายปลายทางเดี่ยวสู่ประสบการณ์ทะลุพรมแดน
ท่องเที่ยวอาเซียนในวันนี้คือการสร้างประสบการณ์เดินทางแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวทะลุพรมแดนที่เชื่อมหลายเมือง หลายประเทศ และหลายกิจกรรมเข้าด้วยกัน โดยมุ่งจับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง ผ่านความร่วมมือการท่องเที่ยวระดับรัฐมนตรี หน่วยงานท่องเที่ยว และเอกชน เพื่อยกระดับคุณค่าและความปลอดภัยมากกว่าการขายปลายทางเดี่ยวราคาถูกเพียงอย่างเดียว ทิศทางใหม่นี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังขยับจากการแข่งจำนวนคน มาแข่งที่คุณภาพ ประสบการณ์ และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างกันทั้งภูมิภาคอย่างเป็นระบบ
มุมมองเชิงนโยบายที่น่าสนใจคือ ภูมิภาคไม่ได้มองนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นแค่ผู้บริโภคบริการ แต่เห็นว่าเป็นตัวกลางเชื่อมเศรษฐกิจ การค้า การกีฬา และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันผ่านท่องเที่ยวอาเซียนที่ออกแบบร่วมกัน การดึงสายการบิน แพลตฟอร์มเดินทาง และกิจกรรมพรีเมียมเข้ามา คือการลงทุนในฐานเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ระยะยาว ซึ่งหากดำเนินต่อเนื่องจะสร้างภาพลักษณ์ภูมิภาคให้เป็น “หนึ่งทริปหลายประเทศ” แทนความคิดแบบเดิมที่เดินทางไปเพียงประเทศเดียวแล้วจบทริป
| Spec | A | B |
|---|---|---|
| โฟกัสหลัก | ประสบการณ์พรีเมียม | จำนวนผู้เดินทาง |
| รูปแบบทริป | หลายประเทศหนึ่งทริป | ประเทศเดียว |
| ผลต่อเศรษฐกิจ | เชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาค | จำกัดในประเทศเดียว |

ความร่วมมือกับรัสเซีย: ยกระดับความปลอดภัยและกีฬาสู่จุดขายใหม่
การหารือระหว่างรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล กับเอกอัครราชทูตรัสเซีย นายเยฟเกนี โตมีฮิน สะท้อนชัดว่าท่องเที่ยวกำลังก้าวข้ามแค่เรื่องวีซ่าและโปรโมชันเข้าสู่ความร่วมมือรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกีฬา วัฒนธรรม การศึกษา และการแลกเปลี่ยนประชาชน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มเที่ยวบินเพื่อเชื่อมโยงทางอากาศให้สะดวกขึ้น และดึงนักท่องเที่ยวรัสเซียให้แตะ 2 ล้านคนภายในสิ้นปี 2026 เป้าหมายนี้แสดงว่าตลาดรัสเซียถูกมองเป็นกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพใช้จ่ายสูงและเดินทางระยะยาว
จุดสำคัญคือการย้ำมาตรการความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ควบคู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสถานทูตรัสเซีย นี่ไม่ใช่แค่การ “ปลอบใจ” แต่คือการทำให้ความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจประสบการณ์เชิงพรีเมียม นอกจากนี้ แผนปฏิบัติการร่วมด้านกีฬา 2026-2028 ที่มุ่งแลกเปลี่ยนนักกีฬาและผู้ฝึกสอน โดยเฉพาะกีฬาฤดูหนาวอย่างฮอกกี้น้ำแข็งและสเกตน้ำแข็ง เปิดทางให้เกิดรูปแบบใหม่ของสปอร์ตทัวริซึม ซึ่งเอื้อให้ทั้งนักกีฬาและแฟนกีฬาเดินทางตามค่ายฝึกหรือการแข่งขัน กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าเที่ยวทั่วไป

แพ็กเกจทะลุพรมแดนสามชาติ: จากแข่งราคา สู่เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวมาเลเซีย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวมาเลเซียหลายแห่ง และกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวสิงคโปร์ จัด “Roadshow to Singapore and Malaysia 2026” พร้อมเวที B2B ให้นำสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวระดับพรีเมียมจากเมืองหลักและเมืองรองไปเสนอแก่ผู้ประกอบการทั้งสองประเทศ นี่ไม่ใช่งานพบปะทั่วไป แต่เป็นการออกแบบห่วงโซ่ท่องเที่ยวที่ตั้งใจจับกลุ่ม “ไฮสเปนดิ้ง” ที่มองหาประสบการณ์มากกว่าราคา โดยเปลี่ยนจากขายโปรแกรมเดี่ยว มาเป็นรูปแบบ “Two Countries One Destination” และแพ็กเกจเชื่อมโยง 3 ประเทศในทริปเดียว
แนวทางนี้สอดคล้องกับเทรนด์ “Experience Economy” ที่นักท่องเที่ยวเน้นอารมณ์ ความรู้สึก และความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตมากกว่าการคำนึงถึงเรื่องราคา การเตรียมปลดล็อกเส้นทางรถไฟหรู Belmond หรือ Oriental Express ซึ่งจับตลาดซูเปอร์ลักชัวรีที่ขายแนวคิด “Healing Luxury” ก็ยิ่งตอกย้ำว่าภูมิภาคกำลังสร้างท่องเที่ยวอาเซียนในฐานะเวทีของแบรนด์ระดับโลก และประสบการณ์ระดับบนสุด มากกว่าการเป็นจุดแวะพักราคาประหยัด ความร่วมมือการท่องเที่ยวในลักษณะนี้ยังช่วยให้เมืองรองอย่างกระบี่ สตูล ตรัง พังงา โคราช แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอนถูกดันขึ้นมาในโครงการ “The Link” ปี 2569-2570 เพื่อขาย Local Experience และ Lesser-Known Cities ให้กับตลาดนานาชาติ

กรอบใหม่ของความร่วมมือภูมิภาค: ดานังเชื่อมท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน
การประชุมเชิงปฏิบัติการที่จัดโดยสหภาพองค์กรมิตรภาพและสมาคมมิตรภาพเวียดนาม-ไทย เมืองดานัง ร่วมกับหน่วยงานท่องเที่ยวและธุรกิจหลายฝ่าย แสดงให้เห็นว่าท่องเที่ยวถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมมิติอื่นของเศรษฐกิจอย่างจริงจัง การอภิปราย 4 ช่วงและการนำเสนอ 10 ครั้งมุ่งหาแนวทางใหม่ตั้งแต่การพัฒนาตลาด การเชื่อมต่อเส้นทางบิน โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ไปจนถึงการค้า โลจิสติกส์ และการดึงดูดการลงทุน ดานังถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเวียดนามตอนกลางที่เชื่อมพื้นที่อื่นในภูมิภาคได้ดี ขณะที่อีกฝ่ายมีจุดแข็งด้านบริการและตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กว้างขวาง
ทิศทางของดานังที่ต้องการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม โลจิสติกส์ การเงิน การค้า และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง พร้อมแผนสร้างศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศและเขตการค้าเสรี เปิดช่องให้ธุรกิจท่องเที่ยวเชื่อมกับการเงินและการลงทุนอย่างใกล้ชิด สำหรับนักท่องเที่ยว นั่นหมายถึงโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางที่ดีขึ้น เส้นทางบินตรงมากขึ้น และแพ็กเกจที่รวมเมืองชายฝั่ง เมืองนวัตกรรม และแหล่งธรรมชาติในทริปเดียว หากกรอบความร่วมมือการท่องเที่ยวและการค้าเดินหน้าอย่างจริงจัง ท่องเที่ยวอาเซียนจะไม่ใช่แค่เรื่องโรงแรมและแหล่งเที่ยว แต่เป็นแพลตฟอร์มดึงเม็ดเงินลงทุนและสร้างงานทักษะสูงให้คนในภูมิภาค

บทสรุป: ใครได้ประโยชน์จากคลื่นใหม่ของท่องเที่ยวอาเซียน
เมื่อมองภาพรวม ความร่วมมือการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นทั้งกับรัสเซีย การออกแพ็กเกจหลายประเทศ และการขยายกรอบทำงานกับเมืองดานัง ล้วนชี้ไปในทางเดียวกัน คือการยกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากฐานปริมาณสู่ฐานคุณภาพ และเชื่อมการเดินทางเข้ากับกีฬา วัฒนธรรม การค้า และการลงทุนอย่างตั้งใจ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย ปลอดภัย และลึกซึ้งกว่าเดิม ขณะที่ผู้ประกอบการในภูมิภาคมีโอกาสเข้าตลาดใหม่ สร้างสินค้าใหม่ และจับกลุ่มลูกค้าที่จ่ายเพื่อประสบการณ์ไม่ใช่แค่ที่พักราคาต่ำ
อย่างไรก็ตาม คลื่นใหม่ของท่องเที่ยวอาเซียนจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศพร้อมเปิดใจร่วมมือมากกว่าจะแข่งกันดึงลูกค้าหรือไม่ หากยังติดกรอบ “ใครได้ ใครเสีย” ก็จะหลุดโอกาสการสร้างแพ็กเกจทะลุพรมแดนที่มีมูลค่ามหาศาล ในทางกลับกัน หากใช้แนวคิด “ภูมิภาคเดียว หลายประสบการณ์” แล้วออกแบบนโยบายให้สอดคล้องกัน ทั้งระบบสายการบิน รถไฟหรู สปอร์ตทัวริซึม และเมืองรองที่กำลังถูกผลักดัน จะรวมกันกลายเป็นข้อเสนอที่ทรงพลังต่อสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก และดันภูมิภาคให้ขึ้นเป็นมหาอำนาจท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์อย่างเต็มตัว






