ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ยกระดับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ผลักดันเพย์นาว-พร้อมเพย์และ AI สู่ศูนย์กลางดิจิทัล

ยกระดับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ผลักดันเพย์นาว-พร้อมเพย์และ AI สู่ศูนย์กลางดิจิทัล
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์มุ่งอนาคต คืออะไร และทำไมสำคัญต่ออาเซียน

พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งอนาคต คือกรอบความร่วมมือระยะยาวระหว่างรัฐที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการแก้ปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ที่สอดประสานและต่อเนื่อง เพื่อเสริมความสามารถการแข่งขันและความมั่นคงของภูมิภาคในระยะยาว

การประชุมสุดยอดผู้นำอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 5 ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายลอว์เรนซ์ หว่องที่กรุงเทพฯ นำไปสู่การยกระดับความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งอนาคตอย่างเป็นทางการ การกลับมาหารือในรูปแบบนี้อีกครั้งในรอบ 11 ปีแสดงชัดว่าความไว้ใจทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างสองชาติพัฒนาไปอีกขั้น ผู้เขียนมองว่าการยกระดับครั้งนี้ไม่ใช่พิธีกรรมทางการทูต แต่เป็นการประกาศว่าทั้งสองประเทศตั้งใจเป็น “แกนกลางใหม่” ของอาเซียนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว

คำกล่าวของลอว์เรนซ์ หว่องที่ว่า “ความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราอยู่ในจุดที่ยอดเยี่ยมมาก เกิดขึ้นจากความไว้วางใจ และเรามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อเศรษฐกิจไทย” เป็นสัญญาณถึงนักลงทุนทั้งภูมิภาคว่าความร่วมมือไทย-สิงคโปร์ความร่วมมือกำลังก้าวสู่ระยะที่ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ผูกโยงกันมากกว่าที่เคย

ยกระดับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ผลักดันเพย์นาว-พร้อมเพย์และ AI สู่ศูนย์กลางดิจิทัล

จากเพย์นาว-พร้อมเพย์สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอาเซียน

หัวใจของการยกระดับครั้งนี้คือการต่อยอดระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเพย์นาวและพร้อมเพย์ที่เปิดใช้ร่วมกันตั้งแต่ปี 2564 ระบบนี้ไม่ใช่แค่ความสะดวกเวลาโอนเงิน แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล” ที่จะขยายต่อไปยังประเทศอื่นในอาเซียนภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ผู้เขียนเห็นว่าหากเชื่อมต่อสำเร็จ คนทำงาน ย้ายถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วภูมิภาคจะได้ประโยชน์โดยตรงจากค่าธรรมเนียมที่ต่ำลงและความเร็วที่สูงขึ้น

การเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานฟินเทคขั้นสูงของสิงคโปร์กับตลาดผู้บริโภคดิจิทัลขนาดใหญ่และมีพลังของไทยกำลังสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแรง เมื่อระบบเพย์นาว-พร้อมเพย์ถูกขยายไปทั่วอาเซียน ระบบนี้จะกลายเป็น “ภาษา共通” ของการชำระเงินในภูมิภาค เปลี่ยนภูมิภาคให้เป็นตลาดเดียวด้านการชำระเงินแบบเรียลไทม์

ในมุมประชาชนทั่วไป ผลที่ตามมาชัดเจนคือการโอนเงินระหว่างประเทศจะกลายเป็นเรื่องปกติพอๆ กับการสแกนจ่ายในร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ค้าขายข้ามแดนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จะมีต้นทุนระบบรับจ่ายที่ต่ำลงมาก นี่คือการเปลี่ยนจากการรวมกลุ่มทางการเมืองสู่อินทิเกรตเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

ยกระดับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ผลักดันเพย์นาว-พร้อมเพย์และ AI สู่ศูนย์กลางดิจิทัล

ลงทุน AI และเศรษฐกิจสีเขียว เสาหลักใหม่ของการพัฒนา

อีกด้านที่ถูกยกสถานะขึ้นเป็นวาระยุทธศาสตร์คือการลงทุน AI เอเชีย และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องให้ขยายความร่วมมือด้าน AI เศรษฐกิจดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลข้ามพรมแดน การเชื่อมต่อดังกล่าวไม่ได้มีความหมายแค่โครงการนำร่อง แต่เป็นการปูทางให้มาตรฐานด้านข้อมูลและ AI ของทั้งสองประเทศกลายเป็นต้นแบบของอาเซียน

การแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน AI ในภาคการผลิต สาธารณสุข และการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ จะช่วยให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคแข่งขันได้มากขึ้น เมื่อรวมกับพลังของทุน เทคโนโลยี และตลาดผู้บริโภค จะเกิดคลัสเตอร์เทคโนโลยีที่ดึงดูดการลงทุนใหม่เข้ามาในอาเซียน ผู้เขียนมองว่าถ้าไทยปรับกฎระเบียบด้านข้อมูลและนวัตกรรมทัน จะกลายเป็นฐานทดลองโซลูชัน AI สำหรับทั้งภูมิภาค

นอกจาก AI ทั้งสองฝ่ายยังจับมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวและความมั่นคงพลังงาน ผ่านความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน ซึ่งจะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและช่วยให้ภูมิภาคมีระบบไฟฟ้าที่เชื่อมโยงและมีเสถียรภาพมากขึ้น

ความมั่นคงทางอาหารและบทบาทผู้นำอาเซียนในโลกห่วงโซ่เปราะบาง

ท่ามกลางปัญหาโลกร้อนและห่วงโซ่อุปทานโลกที่เปราะบาง ผู้นำทั้งสองกำหนดความมั่นคงทางอาหารเป็นเสาหลักร่วมกัน ไทยถูกวางบทบาทเป็นแหล่งผลิตอาหาร ส่วนสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้า การจัดสรรข้าว 100,000 ตันใน 5 ปีให้แก่สิงคโปร์ไม่ใช่แค่ตัวเลขในสัญญา แต่คือสัญญาณว่าทั้งสองประเทศพร้อมสร้าง “สนธิสัญญาอาหาร” ที่ยืนยาวกว่าราคาตลาดระยะสั้น

ความมั่นคงทางอาหารที่มั่นคงขึ้นหมายถึงผู้บริโภคเมืองใหญ่มีโอกาสเข้าถึงอาหารในราคาที่เสถียรมากขึ้น เกษตรกรฝั่งผู้ผลิตก็มีตลาดที่แน่นอนกว่าเดิม ความร่วมมือเช่นนี้ยังช่วยให้ทั้งสองประเทศต่อรองกับวิกฤตระดับโลกได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องพึ่งพาตลาดเดียวหรือเส้นทางขนส่งเดียวเหมือนในอดีต

เมื่อผูกความร่วมมือด้านอาหารเข้ากับโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนและความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ภูมิภาคจะได้ชุด “ความมั่นคงใหม่” ทั้งอาหาร พลังงาน และดิจิทัล ผู้เขียนเห็นว่าการสร้างเสาหลักทั้งสามนี้ร่วมกันคือวิธีที่ไทย-สิงคโปร์ความร่วมมือใช้เพื่อป้องกันภูมิภาคจากแรงกระแทกของระบบโลกในอนาคต

จากความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่การเป็นหัวจักรอาเซียนยุคดิจิทัล

เบื้องหลังการยกระดับครั้งนี้คือการรับรู้ร่วมกันว่าทั้งสองประเทศกำลังเผชิญความท้าทายระดับโลกเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือการขาดช่วงของห่วงโซ่อุปทาน การสร้างกรอบความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เข้มแข็งจึงเป็นทั้งเกราะป้องกันและฐานออกตัวให้ทั้งสองประเทศขยับบทบาทบนเวทีอาเซียนได้มั่นใจขึ้น

ความร่วมมือด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวระหว่างสองเศรษฐกิจสำคัญจะช่วยผลักดันข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนและโครงการลิงก์สายส่งไฟฟ้าระดับภูมิภาคให้เดินหน้าเร็วขึ้น ผู้เขียนมองว่าหากสองประเทศทำให้โครงการเพย์นาว-พร้อมเพย์และโครงข่ายไฟฟ้าร่วมกันสำเร็จ จะกลายเป็นต้นแบบให้ชาติอื่นใช้เป็นแม่แบบ ทั้งในด้านเทคนิคและการเมือง

ข้อสรุปสำคัญคือ การยกระดับเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งอนาคตไม่ใช่เรื่องของสองประเทศเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนการขยับตัวของทั้งภูมิภาคไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น การจับมือกันบนฐานเทคโนโลยี AI ระบบเพย์นาว ความมั่นคงทางอาหาร และพลังงานสะอาด คือทางเลือกที่กล้าหาญกว่าการยึดติดกับการค้าสินค้าดั้งเดิมแบบเดิม ผู้เขียนเห็นว่าหากเดินหน้าตามแผนนี้ต่อเนื่อง อาเซียนจะมีเสียงที่ดังขึ้นในโลกที่กำลังแตกเป็นหลายขั้ว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!