Medical AI ไทย ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแต่คือยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่
Medical AI ไทย คือการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สำหรับระบบการแพทย์และสาธารณสุขโดยอาศัยฐานข้อมูลสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ และงานวิจัยเชิงลึกภายในประเทศ เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้ได้จริงในโรงพยาบาล ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ผ่านการให้บริการผู้ป่วยและการขายลิขสิทธิ์นวัตกรรมแพทย์ไปยังตลาดต่างประเทศ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่โครงการเดี่ยว แต่คือยุทธศาสตร์เปลี่ยนบทบาทจากผู้ตามเทคโนโลยีสู่ผู้ส่งออกนวัตกรรม เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจับมือ TILSNA และ AIEAT สร้างระบบนิเวศ Medical AI ตั้งแต่การวิจัย มาตรฐาน เงินทุน ไปจนถึงตลาดโลก การเคลื่อนตัวครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจชัดเจนว่าประเทศไม่ยอมอยู่แค่บทบาทผู้ซื้อเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่จะลงทุนสร้าง startup ecosystem ด้านแพทย์อัจฉริยะที่สามารถแข่งขันได้เองในเวทีสากล

จากการนำเข้า 9.5 หมื่นล้าน สู่การสร้างห่วงโซ่คุณค่า Medical AI ในประเทศ
ตัวเลขการนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์มูลค่า 95,185 ล้านบาทในปี 2568 คือสัญญาณเตือนว่าระบบสุขภาพพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติสูงเกินไป หากปล่อยต่อเนื่อง ความมั่นคงด้านเทคโนโลยีการแพทย์จะผูกติดกับผู้อื่นแทบทั้งหมด คำตอบที่รัฐเลือกคือการผลักดัน Medical AI ไทยให้กลายเป็นฐานเทคโนโลยีใหม่ โดยใช้จุดแข็งที่มีอยู่แล้ว ทั้งข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ เครือข่ายมหาวิทยาลัยแพทย์ และโรงพยาบาลที่พร้อมทดสอบเทคโนโลยีจริง โครงสร้างนี้เปิดทางให้เกิด startup ecosystem ที่เชื่อมงานวิจัย Deep Tech กับผู้ประกอบการ AI ผ่านรูปแบบ Startup และ Spin-off ที่สามารถเข้าสู่ระบบสาธารณสุขและตลาดเชิงพาณิชย์ได้แท้จริง คำพูดที่ควรจดคือ เป้าหมายไม่ใช่แค่ลดการนำเข้า แต่คือการ "ผลักดันประเทศไทยจากผู้ตามสู่ผู้นำด้านนวัตกรรม Medical AI ในระดับสากล" ซึ่งหมายถึงการสร้าง Local Supply Chain ที่เก็บมูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ในประเทศแม้เมื่อบริษัทขยายสู่ตลาดโลกแล้วด้วย

MADE Program: ฟันเฟืองที่ทำให้ผู้ประกอบการ AI เดินจากห้องแล็บสู่ตลาดโลก
จุดเปลี่ยนเชิงปฏิบัติอยู่ที่โครงการ MADE Program หรือ Medical AI Developer Ecosystem ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้จุดอ่อนสำคัญของผู้ประกอบการ AI ด้านแพทย์ คือการติดอยู่ในห้องวิจัยและไม่สามารถข้ามไปสู่การใช้งานจริงได้ โปรแกรมนี้เปิดรับผู้สมัครกว่า 80 บริษัทและคัดเลือกผู้ประกอบการ Medical AI ไทย 44 บริษัทเข้าร่วม โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีคิดแบบระบบนิเวศ ไม่ใช่แค่สอนเทคนิค แต่ยกระดับ Capability Building รอบด้าน ตั้งแต่มาตรฐานการวิจัยและพัฒนา การทดสอบประสิทธิภาพ มาตรฐาน ISO การขึ้นทะเบียน อย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไปจนถึงการวางแผนธุรกิจและการเข้าถึงเงินทุน TILSNAรับบทเป็นสะพานเชื่อม ระหว่างงานวิจัย มาตรฐาน การลงทุน และตลาด เพื่อ Derisk และ Debottleneck ให้ธุรกิจนวัตกรรมเดินหน้าต่อได้จริง ไม่ต้องหยุดอยู่กับต้นแบบที่ไม่มีวันออกจากห้องแล็บ
Global Medical AI Summit และ MAIN: โครงข่ายจับคู่ทุน ตลาด และมาตรฐาน
ต่อให้เทคโนโลยีดีเพียงใด ถ้าไม่มีเครือข่ายทุนและตลาด นวัตกรรมก็ไม่อาจเติบโตได้ นั่นคือบทบาทของ Global Medical AI Summit 2026 ที่ถูกออกแบบให้เป็นประตูเชื่อม Medical AI ไทยกับภาคการแพทย์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และการลงทุนระดับนานาชาติ งานนี้กำหนดจัดวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อเชื่อมผู้ประกอบการกับโรงพยาบาล นักลงทุน และพันธมิตรต่างประเทศ ผ่านเวทีเสวนา การจัดแสดงนวัตกรรม และ Business Matching แผนงานใหญ่ครอบคลุมห้าด้าน ตั้งแต่การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ การจัด Business Matching เชื่อมพันธมิตรและนักลงทุนต่างประเทศ การผลักดันนวัตกรรมสู่ Global Showcase การสร้าง Medical AI Network หรือ MAIN และการจัดทำ Standard Guideline สำหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ AI ทางการแพทย์ ด้านเงินทุนมีบริษัทอินโนสเปซเตรียมวงเงินสนับสนุน 10 ล้านบาทเพื่อเชื่อมต่อ VC และ PE และต่อยอดบนกรอบ Innovation Diplomacy ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ
บทสรุป: ถ้าอยากเป็นผู้นำ ต้องกล้าสร้างระบบนิเวศ ไม่ใช่รอโชคจากตลาด
สิ่งที่โครงการ Medical AI ไทยกำลังแสดงให้เห็นชัดคือ การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแพทย์ไม่ได้เกิดจากการมีนักวิจัยเก่งหรือเทคโนโลยีโดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบนิเวศที่ตั้งใจออกแบบให้รองรับผู้ประกอบการ AI ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคิดค้น ไปจนถึงวันที่สามารถขายผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศได้จริง การบูรณาการของกระทรวง อว TILSNA และ AIEAT ทำให้เห็นภาพ end to end ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่น งานวิจัยเชื่อมกับโรงพยาบาล มาตรฐานเชื่อมกับหน่วยงานกำกับดูแล เงินทุนเชื่อมกับ VC และ PE ขณะที่เวทีอย่าง Global Medical AI Summit และเครือข่าย MAIN ทำหน้าที่เปิดทางสู่ตลาดโลก หากผู้เล่นทุกฝั่งรักษาวินัยเรื่องมาตรฐาน คุณภาพ ความปลอดภัย และจริยธรรม พร้อมเดินหน้าลงทุนใน startup ecosystem อย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้าเทคโนโลยี สู่ผู้ส่งออกนวัตกรรม Medical AI จะไม่ใช่เพียงคำประกาศเชิงนโยบาย แต่กลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้ในโรงพยาบาลและเศรษฐกิจของคนรุ่นต่อไป






