ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ดีไซเนอร์ไทย 17 แบรนด์ประกาศอิสระบนรันเวย์ใหญ่

ดีไซเนอร์ไทย 17 แบรนด์ประกาศอิสระบนรันเวย์ใหญ่
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

ELLE Fashion Week ที่ไอคอนสยาม คืออะไร และทำไมคำว่า Freedom สำคัญ

งาน ELLE Fashion Week 2026 at ICONSIAM คือเทศกาลแฟชั่นรันเวย์ที่รวมดีไซเนอร์ไทยระดับแถวหน้าไว้ในพื้นที่เดียว ใช้แนวคิด Freedom เป็นแกนกลางในการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถนิยามสไตล์และความงามด้วยตัวเอง ผ่านโชว์แฟชั่นหลากหลายคาแรกเตอร์ที่ไม่ผูกติดกับฤดูกาล เพศสภาพ หรือภาพจำดั้งเดิมของการแต่งกาย เพื่อผลักดันงานออกแบบไทยให้ขยับเข้าใกล้เวทีสากลในฐานะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์และงานฝีมือโดดเด่น แก่นของงานปีนี้คือการกล้าประกาศว่าแฟชั่นไม่ใช่เรื่องของกลุ่มคนบางประเภทอีกต่อไป แต่คือพื้นที่เปิดกว้างที่ทุกคนมีสิทธิ์เล่าเรื่องตัวเองผ่านเสื้อผ้า ตั้งแต่ผู้ชนะโครงการค้นหานางแบบนายแบบหน้าใหม่ที่ได้เดินบนรันเวย์จริง ไปจนถึงคนดูที่มีโอกาสต่อยอดแรงบันดาลใจจากรันเวย์สู่การแต่งตัวในชีวิตประจำวันผ่านประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบใหม่ในงานเดียว

ดีไซเนอร์ไทย 17 แบรนด์ประกาศอิสระบนรันเวย์ใหญ่

12 โชว์ 17 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย คือภาพรวมพลังของวงการแฟชั่น

การที่งาน ELLE Fashion Week 2026 at ICONSIAM รวม 12 โชว์จาก 17 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยเข้าด้วยกัน ไม่ใช่แค่การจัดตารางรันเวย์ แต่คือการประกาศว่าพลังของวงการแฟชั่นจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนเดินไปด้วยกัน รายชื่อแบรนด์บนรันเวย์อย่าง ANGELYS BALEK, ARCHIVE026, ASAVA, AURUM, BAAB, HEIDI’S SECRET Presented by Havaianas, HOOK’S Presented by O&B, ICONCRAFT, NICHP, TANDT Presented by Madame Fin และ WACAY สะท้อนความหลากหลายของสไตล์ ตั้งแต่งานเส้นสายมินิมัล งานสีสันจัดจ้าน ไปจนถึงงานร่วมสมัยที่ใช้ภูมิปัญญาเครื่องแต่งกายพื้นถิ่นเป็นฐาน ไฮไลต์อีกด้านคือโชว์พิเศษจาก ELLE Thailand ที่ผนึกกำลัง 6 แบรนด์ชั้นนำอย่าง 37C Degrees Celsius, ANURUQ, ISSUE, Kloset, Painkiller Atelier และ Sretsis ซึ่งช่วยเปิดกรอบแฟชั่นสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษให้ไหลลื่นมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าภาพแฟชั่นใหม่ไม่ถูกแบ่งด้วยคำว่าชายหรือหญิง แต่ด้วยตัวตนและทัศนคติของผู้สวมใส่

ดีไซเนอร์ไทย 17 แบรนด์ประกาศอิสระบนรันเวย์ใหญ่

เสาหลัก Freedom 6 ข้อ เปลี่ยนรันเวย์ให้เป็นพื้นที่ค้นพบตัวตน

แนวคิด Freedom ในปีนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่คำสวยหรูบนโปสเตอร์ แต่ถูกแปลงให้เป็นเสาหลัก 6 ข้อที่ชัด Self-Expression, Fluidity, Unity, Diversity, Innovation และ Legacy เพื่อให้ตู้เสื้อผ้ากลายเป็นพื้นที่ทดลองและค้นพบตัวตนอย่างแท้จริง เสาหลักเหล่านี้กดรีเซ็ตกติกาเดิมของแฟชั่น ตั้งแต่การไม่จำกัดเสื้อผ้าตามเพศ ไปจนถึงการไม่ยึดติดฤดูกาลหรือไซซ์มาตรฐาน คำพูดที่จับใจที่สุดคือวิสัยทัศน์ที่ว่า “ในระยะยาวเราอยากให้ ELLE Fashion Week เติบโตจากการเป็นแฟชั่นอีเวนต์สู่การเป็นแพลตฟอร์มของวงการแฟชั่นไทยอย่างแท้จริง ที่เชื่อมต่อ Designers, Talents, Creatives, Brands, Media และ Audience เข้าด้วยกัน” ซึ่งสะท้อนชัดว่ารันเวย์ถูกมองใหม่ให้เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส ไม่ใช่เพียงเวทีจบงาน เมื่อคนดูสามารถต่อยอดความชอบจากรันเวย์ไปสู่ ELLE Fashion Week Pop-up ชั้น 1 ได้ทันที ประสบการณ์แฟชั่นจึงถูกเชื่อมจากการชมไปสู่การใช้ชีวิตแบบต่อเนื่อง

ICONCRAFT และ Thai Craft Wisdom ยกระดับงานฝีมือสู่แฟชั่นร่วมสมัย

หากมีจุดไหนในงานที่แสดงให้เห็นชัดว่า ดีไซเนอร์ไทยกำลังกลายเป็นมาสเตอร์ของงานฝีมือร่วมสมัย ก็คือรันเวย์ของ ICONCRAFT และ BAAB ที่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Thai Craft Wisdom นี่คือการหยิบภูมิปัญญาและทักษะหัตถกรรมดั้งเดิมมาบิดใหม่ให้สนทนากับเส้นสายแฟชั่นระดับโลก โดยไม่ทิ้งรากเดิม ฝ่ายบริหารของสถานที่จัดงานอธิบายอย่างน่าใส่ใจว่า “อีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญที่สุดของเราคือการผลักดันดีไซเนอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลผ่านการแสดงแฟชั่นโชว์ของ ICONCRAFT ซึ่งในปีนี้นำเสนอผลงานผ่านมุมมองของ 3 นักออกแบบ ภายใต้แนวคิด Thai Craft Wisdom สู่บทใหม่ของแฟชั่นร่วมสมัย” คำพูดนี้ไม่ใช่คำโฆษณา แต่คือแผนการใช้รันเวย์เป็นสะพานเชื่อมงานฝีมือและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เติบโตไปพร้อมกันเมื่อ Fashion Ecosystem แข็งแรง อุตสาหกรรมก็ขยาย และภาพลักษณ์ประเทศต้นทางของดีไซเนอร์ก็ถูกยกระดับตามไป

ดีไซเนอร์ไทย 17 แบรนด์ประกาศอิสระบนรันเวย์ใหญ่

จากรันเวย์สู่แพลตฟอร์ม: ทำไมงานนี้สำคัญต่อคนทั้งวงการ

สิ่งที่ทำให้งานแฟชั่นครั้งนี้ต่างจากอีเวนต์แบบเดิมคือบทบาทที่ตั้งใจจะเป็นมากกว่ารันเวย์ ฐานคิดของผู้จัดงานชัดเจนว่าต้องการให้ ELLE Fashion Week กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม Designers, Talents, Creatives, Brands, Media และ Audience เข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่า คนที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มมีบางอย่างจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์ที่ได้เห็นผลงานตัวเองถูกพูดถึงในสเกลใหญ่ โมเดลหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีจริง หรือผู้ชมที่ได้ทดลองแต่งตัวโดยไม่กลัวเกณฑ์ความงามเดิม ความร่วมมือระหว่างผู้ถือสิทธิ์แบรนด์นิตยสารและไอคอนสยามที่สานต่อมา 3 ปี แสดงให้เห็นว่าการสร้าง Fashion Ecosystem ต้องอาศัยพันธมิตรหลากหลายด้าน ทั้งสื่อ แบรนด์ ดีไซเนอร์ พาร์ตเนอร์ และผู้บริโภค การที่ทุกคนยอมแลกพื้นที่และความคิดสร้างสรรย์กัน ทำให้รันเวย์ที่ริเวอร์พาร์คในวันที่ 22-25 ตุลาคม กลายเป็นมากกว่าแค่โชว์ แต่เป็นภาพจำใหม่ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่ให้ความสำคัญกับอิสรภาพในการแต่งกายและการแสดงตัวตน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!