ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมแบรนด์แฟชั่นใหม่กำลังชนะด้วยคอมมูนิตี้ไม่ใช่รันเวย์

ทำไมแบรนด์แฟชั่นใหม่กำลังชนะด้วยคอมมูนิตี้ไม่ใช่รันเวย์
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

แบรนด์ใหม่แฟชั่นยุคใหม่ คือแบรนด์ที่สร้างคอมมูนิตี้ก่อนสร้างยอดขาย

แบรนด์ใหม่แฟชั่นยุคปัจจุบันหมายถึงแบรนด์ที่เลือกโฟกัสกลุ่มคนเฉพาะ ไม่ใช่ตลาดแมส และสร้างความผูกพันผ่านคอมมูนิตี้แบรนด์ ไม่ใช่ทางรันเวย์หรือพรีเซ็นเตอร์ระดับเซเลบเท่านั้น แบรนด์เหล่านี้มักผูกตัวเองเข้ากับไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง เช่น กีฬาเทนนิส เกมมิง หรือกลุ่มผู้บริโภคแฟชั่นยั่งยืนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างประสบการณ์ร่วมกัน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้คนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของคลับมากกว่าเป็นแค่ลูกค้า ในโลกที่คนเบื่อการตลาดยัดเยียด ความสม่ำเสมอและตัวตนของคอมมูนิตี้กลายเป็นทรัพย์สินสำคัญ แบรนด์ที่กล้าลงไปเล่นในสนามนี้จึงมีโอกาสสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นและแข่งกับแฟชั่นหรูระดับใหญ่ได้ แม้จะยังเล็กก็ตาม

Courting เทนนิสแบรนด์ที่เกิดจากไอเดียคาเฟ่และจบลงที่สนามแข่ง

เรื่องของ Courting คือกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่าเทนนิสแบรนด์เล็กๆ สามารถสร้างตัวจากคอมมูนิตี้ได้อย่างไร Courtney Kelly ก่อตั้ง Courting และล่าสุดเพิ่งปล่อยคอลเลกชันที่สามของแบรนด์ออกมา ทั้งที่แบรนด์เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมระหว่างการแข่งขัน Indian Wells Open ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์เทนนิสประจำปี จุดตั้งต้นของ Courting ไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็นคอนเซ็ปต์ร้านกาแฟธีมเทนนิสเพื่อให้เธอได้พบปะผู้คนในเมืองใหม่ที่ย้ายไปอยู่ โดยตั้งใจจะ “พาคอมมูนิตี้มารวมกันในคาเฟ่ที่มีผู้ติดตามรอบเกมเทนนิส” เมื่อ Kelly ทดลองทำสินค้าเมอร์ชันไดซ์ เธอเห็นศักยภาพของเทนนิสแบรนด์ที่ไปไกลกว่าแก้วกาแฟ จึงเปลี่ยนมาเป็นเสื้อผ้า ready-to-wear แนวเทนนิสด้วยโทนวินเทจยุค 90 มีกราฟิกโดดเด่นและซิลูเอตอย่างเสื้อ ringer แจ็กเก็ตวินด์เบรกเกอร์ กระโปรงพลีตและเดรสสั้น ซึ่งจับกลิ่นไลฟ์สไตล์ทั้งบนและนอกคอร์ตได้อย่างมีบุคลิก

สิ่งที่ทำให้ Courting เติบโตไม่ใช่การหวังให้คนทั่วไปทุกกลุ่มมาซื้อ แต่คือการเกาะกับคอมมูนิตี้เทนนิสตั้งแต่ต้น ทั้งการร่วมออกแบบคอลเลกชันที่สองกับ Whitney Port ซึ่ง Kelly เล่นเทนนิสร่วมกันอยู่แล้ว ไปจนถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์จากบูดาเปสต์ Nini Fucsovics ที่เป็นภรรยานักเทนนิส Marton Fucsovics Kelly ให้แจ็กเก็ต Courting กับเธอ และโพสต์ของ Fucsovics ตอนใส่แจ็กเก็ตไปเชียร์สามีบนคอร์ตก็ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ก่อนต่อยอดเป็นคอลเลกชันเต็ม ทั้งเดรสมินิสีขาว กระโปรงพลีต กางเกงและอุปกรณ์ dampeners สำหรับไม้เทนนิส Courting ยังมุ่งสู่คอมมูนิตี้ระดับการแข่งขัน เช่น การมอบเสื้อผ้าให้ผู้เล่น Varvara Lepchenko และ Ema Burgić ใส่ลงสนาม และการเป็นสปอนเซอร์ Katrina Scott ผู้เล่นวัย 22 ปีจาก Calabasas นี่ไม่ใช่การจ่ายดาราเพื่อโพสต์ แต่คือการเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนที่รักกีฬาเทนนิสจริงๆ

ทำไมแบรนด์แฟชั่นใหม่กำลังชนะด้วยคอมมูนิตี้ไม่ใช่รันเวย์

จากรันเวย์สู่แฟชั่นยั่งยืน The Vault และโมเดลเช่าหรูแบบคอมมูนิตี้

อีกด้านหนึ่งของการปฏิวัติแฟชั่นมาจากโลกแฟชั่นยั่งยืนและแพลตฟอร์มเช่าเสื้อผ้าหรู Janet Mandell ขยายบริการเช่าแฟชั่นลักชัวรีในชื่อของเธอด้วยโปรแกรมใหม่ The Vault ซึ่งเป็นระบบคัดเลือกชิ้นจากคลังของดีไซเนอร์เองให้ลูกค้าและสไตลิสต์เช่าหรือซื้อได้ คอลเลกชันแรกมาจาก Michelle Ochs ครีเอติฟไดเรกเตอร์ของ Et Ochs และ Herve Leger รวมถึงผู้ร่วมก่อตั้ง Cushnie Et Ochs โดยนำผลงานกว่า 40 ชิ้นจากรันเวย์และงาน one-of-one ครอบคลุมคอลเลกชันตั้งแต่ Spring 2010 ถึง Fall 2018 มารวมกัน ไลน์นี้ประกอบด้วยเดรสกลางวันร่วมสมัย เดรสกลางคืนตั้งแต่มินิดรสโครงดำไปจนถึงแม็กซี่เดรสพิมพ์ลายและชุดปัก ลูกเล่นเด่นคือเดรสสีน้ำเงินกรมท่าที่ตัดให้ Karlie Kloss ใส่ไปงาน CFDA Awards ปี 2013 ซึ่งตอนนี้เข้าสู่ระบบเช่า การเปิดคลังระดับนี้ทำให้แฟนแฟชั่นรุ่นใหม่ได้สัมผัสชิ้นรันเวย์หายากแบบเข้าถึงได้มากขึ้น

หัวใจของ The Vault ไม่ใช่แค่ความหรูหราที่จับต้องได้ แต่คือการสร้างระบบแฟชั่นยั่งยืนแบบวงจรหมุนเวียน เป้าหมายดั้งเดิมของ Mandell คือการทำให้ดีไซน์ระดับสูงเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับคนรักแฟชั่นทั่วโลก โดยใช้วิธีเช่าที่หมุนเวียนการใช้แทนการซื้อทิ้ง นี่คือการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาแฟชั่นยั่งยืนโดยไม่อยากสูญเสียความรู้สึกหรูหรา ในงานเปิดตัวที่โชว์รูม Flatiron ก่อนซีซัน Spring 2027 ของนิวยอร์กแฟชั่นวีค แขกได้ชมชิ้นของ Ochs พร้อมเวทีพูดคุยเกี่ยวกับ The Vault กับ Mandell Ochs และ Josh Duboff การจัดงานลักษณะนี้สร้างคอมมูนิตี้แฟชั่นยั่งยืนที่มีพื้นที่แลกเปลี่ยนการมองโลกเรื่องการใช้ทรัพยากร เห็นได้ชัดว่าความหรูในยุคใหม่ไม่ผูกกับการครอบครอง แต่ผูกกับการมีส่วนร่วมในระบบที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

คอมมูนิตี้ก่อนเซเลบ ทำไมกลยุทธ์นี้จึงทรงพลังสำหรับแบรนด์เล็ก

กรณีของ Courting และ The Vault สะท้อนชัดว่าแบรนด์ใหม่แฟชั่นที่โฟกัสคอมมูนิตี้สามารถยืนเทียบแบรนด์หรูเก่าแก่ได้โดยไม่ต้องพึ่งแคมเปญเซเลบขนาดใหญ่ Courting เริ่มจากความตั้งใจของ Kelly ที่จะสร้างพื้นที่พบปะคนในเมืองใหม่ผ่านคาเฟ่ธีมเทนนิส เพื่อนำคนรักเกมเทนนิสมาอยู่ในแวดวงเดียวกัน ต่อมาความคิดนี้กลายเป็นเทนนิสแบรนด์ที่เกาะอยู่กับผู้เล่น นักออกแบบ และแฟนกีฬา ในขณะที่ The Vault เกิดจากความตั้งใจของ Mandell ที่จะสร้างระบบเช่าแฟชั่นยั่งยืนเพื่อให้ดีไซน์ระดับสูงหมุนเวียนไปสู่ผู้ใช้ต่างๆ แทนการกองอยู่ในคลัง เมื่อแบรนด์เลือกกลุ่มคนเฉพาะ เช่น คอมมูนิตี้เทนนิส หรือผู้สนใจแฟชั่นยั่งยืน แบรนด์ไม่จำเป็นต้องพูดกับทุกคนพร้อมกัน แต่พูดกับคนที่มีภาษาและคุณค่าร่วมกัน การจับกลุ่มชัดเจนทำให้คอนเทนต์ กิจกรรม และคอลเลกชันมีทิศทางที่แน่นอน ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “เข้าใจโลกของฉัน” มากกว่าเป็นเพียงสินค้าอีกชิ้นบนรันเวย์

กลยุทธ์คอมมูนิตี้แบรนด์ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์เล็กแข่งขันได้ด้วยความจริงใจและการมีส่วนร่วม เช่น Courting มอบเสื้อผ้าให้ผู้เล่นลงแข่ง US Open และสนับสนุน Katrina Scott วัย 22 ปีจาก Calabasas ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อโดยตรงกับคนในวงการ ไม่ใช่การซื้อพื้นที่โฆษณา ในฝั่งแฟชั่นยั่งยืน The Vault ใช้แนวคิด “เปิดคลัง” ให้คนทั่วไปได้ใกล้ชิดผลงานรันเวย์หายากกว่า 40 ชิ้นของ Cushnie Et Ochs การเปิดประสบการณ์แบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นสมาชิกของวงในมากกว่าผู้เช่าแบบไร้ตัวตน ข้อสังเกตคือ เมื่อคอมมูนิตี้แข็งแรง แบรนด์ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเทรนด์ตลอดเวลา ฐานแฟนที่ผูกพันกับไลฟ์สไตล์และคุณค่า เช่น ความรักกีฬาเทนนิสหรือความเชื่อเรื่องแฟชั่นยั่งยืน จะรอผลงานใหม่และพร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขามองแบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่เพียงชื่อบนป้าย

บทสรุปสำหรับยุคที่แฟชั่นคือการเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่การยืนดู

ทิศทางที่เห็นจากเทนนิสแบรนด์อย่าง Courting และโปรแกรมแฟชั่นยั่งยืนอย่าง The Vault ชี้ให้เห็นภาพเดียวกัน คือยุคที่แฟชั่นหรูหราไม่ถูกนิยามด้วยราคาหรือความยิ่งใหญ่ของรันเวย์เท่านั้น แต่ถูกนิยามด้วยคุณค่าร่วมและคอมมูนิตี้ที่แบรนด์เลือกจะรับใช้ Courting เล่าเรื่องวัยเด็กในสนามเทนนิสผ่านดีไซน์วินเทจและการเข้าไปอยู่ในชีวิตนักกีฬาและแฟนกีฬา ส่วน The Vault พาแฟชั่นรันเวย์กว่า 40 ชิ้นกลับมามีชีวิตใหม่ผ่านระบบเช่าและการหมุนเวียนใช้ซ้ำในกรอบแฟชั่นยั่งยืน สำหรับผู้อ่านที่สนใจแฟชั่น การมองหาแบรนด์ใหม่แฟชั่นในยุคนี้อาจไม่ใช่การถามว่า “ใครดังที่สุด” แต่คือการถามว่า “ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้แบบไหน” เทนนิสแบรนด์ที่ต่อยอดจากเกมในคอร์ต หรือแพลตฟอร์มที่ผลักดันแฟชั่นยั่งยืนแบบวงจรหมุนเวียน ทั้งหมดคือคำเชิญให้เราเปลี่ยนบทบาทจากผู้ชมบนรันเวย์ มาเป็นสมาชิกที่มีส่วนร่วมในโลกแฟชั่นที่รับผิดชอบและมีตัวตนชัดเจนมากขึ้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!