เข้าใจก่อนว่าแต่งตาสีฟ้าคืออะไร และยากตรงไหน
การแต่งตาสีฟ้าคือการใช้อายแชโดว์ อายไลเนอร์ หรือเมกอัปบริเวณดวงตาในโทนสีฟ้า ตั้งแต่ฟ้าพาสเทล ฟ้าไอซ์บลู ไปจนถึงโทนฟ้าแบบพาวเดอร์ โดยมักเกลี่ยให้ฟุ้งหรือเน้นเป็นเส้นเฉพาะจุดเพื่อให้ดวงตาเป็นจุดเด่นของใบหน้า การแต่งตาสีฟ้าจึงต้องคิดเรื่องการแมตช์สีบลัชออนและสีลิปสติกให้ดี เพื่อไม่ให้สีแก้มและปากแย่งความสนใจจากดวงตาหรือหลุดธีมของลุคโดยรวม
ลุคแต่งตาสีฟ้าเวฟใหม่มีทั้งแบบฟุ้งนุ่ม เนื้อเมทัลลิก ไปจนถึงการใช้อายไลเนอร์สีฟ้าเพียงบางจุด ทำให้แต่งได้ทั้งในชีวิตประจำวันและวันที่อยากจัดเต็มสีสัน สิ่งที่หลายคนติดขัดคือแต่งตาแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกสีบลัชออนและสีลิปสติกอย่างไรไม่ให้ดูเยอะเกินไป บทความนี้จึงโฟกัสเฉพาะเรื่องการแมตช์สี โดยเล่าผ่านมุมมองแบบเพื่อนสอนเพื่อน แยกตามโทนสีตา โทนผิว และความเข้มของสีฟ้า เพื่อให้หยิบใช้ได้จริง
อ่านระดับความเข้มของฟ้าบนเปลือกตา ก่อนเลือกสีแก้มปาก
ก่อนจับคู่สีบลัชออนและสีลิปสติก สิ่งแรกที่ควรดูคือระดับความเข้มของฟ้าที่ใช้บนตา เพราะฟ้าพาสเทล ฟ้าไอซ์บลู และฟ้าพาวเดอร์ให้ความรู้สึกต่างกัน ตัวอย่างเช่นลุค Baby Blue ที่ใช้อายแชโดว์สีฟ้าพาสเทลเป็นจุดเด่นบนเปลือกตา แล้วคุมทั้งแก้มและปากให้ดูนุ่มด้วยบลัชสีชมพูอ่อนและลิปสติกชมพูนู้ด วิธีนี้ช่วยลดความเย็นของสีฟ้าและไม่ทำให้เมกอัปโดยรวมดูแข็ง
อีกลุคที่น่าสนใจคือ Powder Blue Revival ซึ่งใช้อายแชโดว์สีฟ้าพาวเดอร์ระบายรอบดวงตาอย่างชัดเจน แล้วเสริมด้วยแก้มโทนชมพูกุหลาบและลิปชมพูอมน้ำตาลที่มีความฉ่ำเล็กน้อย จะเห็นว่าพอระดับสีฟ้าเข้มและพื้นที่ที่ฟ้ากินกว้างขึ้น โทนแก้มปากจึงถูกดึงมาไว้ในกลุ่มสีอบอุ่นเพื่อบาลานซ์ ไม่ไปชนกับฟ้ารอบดวงตา หลักคิดง่ายๆ คือ ยิ่งงานตาฟ้าอิ่มแน่นหรือกินพื้นที่เยอะ สีแก้มปากควรยิ่งเนียนกลืนและออกโทนอุ่นมากขึ้น
- ส่องกระจกดูความเข้มและพื้นที่ของอายแชโดว์สีฟ้าบนเปลือกตา ว่าเป็นฟ้าพาสเทลเบา ฟ้าไอซ์ใส หรือฟ้าพาวเดอร์ที่ชัดทั่วตา
- ถ้าตาฟ้าออกโทนอ่อนและฟุ้ง ให้เลือกสีบลัชออนชมพูอ่อนหรือชมพูกุหลาบบางๆ แล้วตามด้วยลิปสติกชมพูนู้ดหรือโทนใกล้เคียงริมฝีปาก
- ถ้าตาฟ้าเข้ม ชัด กินพื้นที่รอบดวงตา ให้ขยับบลัชออนไปทางชมพูกุหลาบหรือพีชอมน้ำตาล และเลือกสีลิปสติกนู้ดอมน้ำตาลหรือชมพูอมน้ำตาลเพื่อดึงลุคให้กลมกล่อม

ตัวอย่างการแมตช์สีบลัชออนและลิปสติกกับลุคตาสีฟ้าต่างๆ
เมื่อเข้าใจระดับความฟ้าแล้ว มาดูตัวอย่างการแมตช์สีในชีวิตจริงกันเริ่มจากลุค Baby Blue, Rosy Glow ที่ใช้อายแชโดว์ฟ้าพาสเทลบนตา คุมโทนแก้มด้วยบลัชสีชมพูอ่อน และจบด้วยลิปสติกชมพูนู้ดเนื้อกลอสเพื่อให้ริมฝีปากดูฉ่ำใส ลุคนี้ให้ความรู้สึกหวานนุ่ม เหมาะกับผิวขาวถึงผิวโทนกลางที่อยากให้ตาฟ้าเป็นพระเอกโดยไม่ดูแรง
ถ้าอยากได้ฟ้าฟุ้งแบบสโมกกี้นุ่มๆ สามารถลองลุค Soft-Focus Blue ที่ใช้อายแชโดว์สีฟ้าไล่กับสีเทาชาร์โคลบริเวณหางตา แล้วแตะบลัชออนชมพูอ่อนบางๆ ก่อนทาลิปชมพูนู้ดเนื้อกลอสแบบ Glass Lips เพื่อให้ดวงตาดูมีมิติ แต่ยังกลืนไปกับผิว ส่วนคนผิวสองสีที่กังวลว่าฟ้าอ่อนจะทำให้หน้าดูหม่น สามารถใช้เทคนิคแบบ Frosted Blue Flush คือทาฟ้าไอซ์บลูบางๆ บนตา แล้วเพิ่มชีวิตชีวาด้วยบลัชชมพูกุหลาบปัดสูงตามโหนกแก้ม และลิปชมพูนู้ดอมสีน้ำตาลเนื้อฉ่ำซึ่งเข้ากับสีผิว

ลุคตาสีฟ้าโทนเย็นกับแก้มปากสีอุ่น ทำอย่างไรไม่ให้สีตีกัน
หลายคนชอบความคอนทราสต์ระหว่างตาเย็นกับแก้มปากอุ่น ลุค Blue Heat คือไอเดียที่ใช้ได้ง่ายในชีวิตจริง โดยเกลี่ยอายแชโดว์สีฟ้าอ่อนเป็นทรงเฉียงบริเวณหางตาให้ดวงตาดูคม แล้วจับคู่กับบลัชออนสีพีชอมน้ำตาลซึ่งเพิ่มความอบอุ่นให้ผิว ก่อนจบด้วยลิปสติกสีนู้ดอมน้ำตาลที่ไม่แย่งซีนจากดวงตา การใช้โทนพีชหรือน้ำตาลช่วยเบรคความเย็นของฟ้าให้หน้าดูละมุนขึ้น
อีกแนวทางสำหรับคนที่อยากใส่สีแก้มให้ชัดขึ้นคือ Icy Blue, Berry Flush ที่ปล่อยให้ฟ้าไอซ์บลูบนเปลือกตาดูโปร่งเบา แล้วเติมบลัชออนชมพูเบอร์รีตั้งแต่ใต้ตาไปถึงสันจมูก ส่วนปากใช้ลิปสีชมพูกุหลาบหม่นเนื้อฉ่ำซึ่งรับกับสีแก้มโดยไม่ทำให้หน้ามีสีสดหลายจุดเกินไป เคล็ดลับคือต้องเลือกให้แก้มกับปากอยู่ในโทนใกล้กัน แม้จะเข้มขึ้นแต่ยังเป็นกลุ่มเดียวกัน ทำให้ตายังเด่นแต่หน้าไม่แตกเป็นหลายธีม

สำหรับมือใหม่ อยากแต่งตาสีฟ้าแบบบางเบาแต่ยังดูแพง
ถ้าเพิ่งเริ่มแต่งตาสีฟ้าและยังไม่กล้าใช้ทั่วเปลือกตา สามารถเริ่มจากลุค A Hint of Blue ที่ใช้อายแชโดว์สีฟ้าอมเงินแตะเพียงกลางเปลือกตา แล้วเกลี่ยสีน้ำตาลรอบกระบอกตาให้ฟ้ากลืนกับสีผิว จากนั้นใช้บลัชออนสีพีชอมน้ำตาลบนพวงแก้ม และทาลิปสติกสีนู้ดคาราเมลเนื้อฉ่ำ ลุคนี้เหมาะกับทุกโทนผิวและใช้ได้ทั้งวันทำงานและวันออกไปข้างนอก เพราะโดยรวมยังเป็นเมกอัปโทนน้ำตาลที่คุ้นเคย แต่มีประกายฟ้ากลางเปลือกตาเพิ่มความสดใหม่
ในวันที่อยากเปลี่ยนอารมณ์เป็นโทนละมุนใส สามารถยืมไอเดียจากลุคที่เน้นแก้มและปากสีม่วงอ่อนอย่างโทน Mauve หรือ Violet Dreams ซึ่งใช้บลัชออนสีม่วงอ่อนหรือชมพูอมม่วงเพื่อให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น แล้วคู่กับลิปกลอสสีนู้ดหรือชมพูระเรื่อให้ริมฝีปากดูอิ่ม เมื่อนำหลักคิดนี้มาใช้กับตาสีฟ้า โจทย์คือให้เลือกแก้มปากโทนใกล้เคียงกันและเกลี่ยให้ฟุ้งนุ่ม จะได้ลุคที่ดูโปร่งเบา ไม่ตัดกันแรง ส่วนภาพรวมให้ระวังไม่ใช้สีเด่นหลายจุดพร้อมกัน เลือกให้ตาเป็นตัวเอก แล้วปล่อยให้แก้มและปากเป็นตัวประกอบที่ช่วยส่ง
สรุปแล้ว การแมตช์สีเมกอัปกับแต่งตาสีฟ้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่สังเกตระดับความเข้มของฟ้า แล้วเลือกสีบลัชออนและสีลิปสติกให้อยู่ในครอบครัวเดียวกันหรือโทนที่กลมกล่อมกัน ก็ได้ลุคที่ดูต่อเนื่องและใช้งานได้จริงในทุกโอกาส







