ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เปิดแผนลับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีลวงทุนอสังหาฯ

เปิดแผนลับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีลวงทุนอสังหาฯ
ความสนใจ|ญี่ปุ่น-เกาหลี

แก๊งเกาหลีลวงทุนและคอลเซ็นเตอร์กลโกงคืออะไร และทำไมคดีนี้จึงสำคัญ

แก๊งเกาหลีลวงทุนและคอลเซ็นเตอร์กลโกง คือเครือข่ายอาชญากรรมดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารออนไลน์ ผสมกับการหลอกลวงเชิงจิตวิทยา เพื่อชักจูงเหยื่อให้โอนเงินหรือร่วมลงทุน โดยอ้างตัวเป็นหน่วยงานรัฐหรือนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ใช้สคริปต์สนทนาอย่างเป็นระบบ ทำงานในลักษณะสำนักงานคอลเซ็นเตอร์ลับ แพร่กระจายความเสียหายเป็นวงกว้างและยากต่อการติดตามตัวผู้บงการ เพราะเชื่อมโยงข้ามประเทศและซ่อนร่องรอยทางดิจิทัลอย่างแนบเนียน หัวใจของคดีล่าสุดคือการแสดงให้เห็นว่าการปราบปรามอาชญากรรมดิจิทัลไม่สามารถทำแบบโดดเดี่ยวอีกต่อไป การจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้และจีนจำนวน 13 รายในวันที่ 8 กันยายน โดยหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีร่วมกับฝ่ายกงสุลตำรวจของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ สะท้อนว่าการประสานงานระดับระหว่างประเทศคืออาวุธใหม่ของตำรวจยุคดิจิทัล หากมองในภาพรวม คดีนี้ไม่ใช่แค่การทลายบ้านหรูที่ถูกดัดแปลงเป็นออฟฟิศ แต่คือการตัดตอนโครงข่ายหลอกลวงที่สั่งสมประสบการณ์และปรับตัวมาหลายปี

เปิดแผนลับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีลวงทุนอสังหาฯ

Breaking Chain 2025 กับ War room ที่เปลี่ยนเกมปราบปรามอาชญากรรมดิจิทัล

หากจะเข้าใจว่าทำไมตำรวจถึงเริ่มเข้าถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลโกงได้ลึกขึ้น ต้องเริ่มจากการตั้ง War room ด้านอาชญากรรมไซเบอร์ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเกิดขึ้นเพราะรูปแบบการหลอกลวงของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์เปลี่ยนแปลงหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น นี่คือการยอมรับความจริงว่าโลกดิจิทัลต้องใช้ยุทธศาสตร์ดิจิทัลตอบโต้ ไม่ใช่แค่สายตรวจและแฟ้มสำนวนแบบเดิม ปฏิบัติการ Breaking Chain 2025 จึงถูกออกแบบมาเพื่อสลายโซ่เชื่อมโยงขององค์กรอาชญากรรมออนไลน์ชาวเกาหลีใต้และจีนที่ลักลอบเข้ามาซ่อนตัว เปิดสำนักงานลับเพื่อหลอกเหยื่อ เป้าหมายไม่ใช่เพียงจับตัวคนงานผิดกฎหมาย แต่คือการตามถึงโครงสร้างเครือข่าย การเงิน และเส้นทางหลบหนี การตรวจค้นบ้านหรูในย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการที่ถูกดัดแปลงเป็นออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ พร้อมโต๊ะทำงาน 13 จุด เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ VoIP และเอกสารสคริปต์หลอกลวง แสดงให้เห็นว่าตำรวจเริ่มเข้าใจรูปแบบการปฏิบัติการของแก๊งมากขึ้นอย่างเป็นระบบ

เปิดแผนลับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีลวงทุนอสังหาฯ

บ้านหรูบางพลีกับโรงงานสร้างเรื่องหลอกลวงผ่าน VoIP

รายละเอียดจากการตรวจค้นบ้านหรูย่านบางพลีคือภาพสะท้อนสำคัญของคอลเซ็นเตอร์กลโกงยุคใหม่ ภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์อย่างเต็มรูปแบบ มีโต๊ะทำงาน 13 จุด อุปกรณ์โทรศัพท์ VoIP เราเตอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าจอค้างเป็นข้อความบทสคริปต์ รวมถึงรายชื่อเหยื่อชาวเกาหลีใต้พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และเอกสารปลอมแอบอ้างเป็นหนังสือทางราชการของอัยการเกาหลีใต้ นี่ไม่ใช่การหลอกแบบเฉพาะกิจ แต่เป็นการผลิตเรื่องโกหกซ้ำๆ ด้วยสคริปต์มาตรฐาน ผู้ต้องหาให้การว่าบทสคริปต์เหล่านี้ใช้เป็นต้นแบบการสื่อสารเพื่อหลอกเหยื่อผ่านออนไลน์ โดยโทรผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อปลอมเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ โทรข่มขู่ว่ามีคดีและหลอกให้โอนเงินเข้ากลุ่มคนร้าย จุดที่น่ากังวลคือความเป็นโรงงานผลิตคำพูด ซึ่งในอนาคตอาจผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ๆ จนแยกความจริงออกจากการหลอกยากขึ้นไปอีก การทลายออฟฟิศนี้จึงเป็นทั้งชัยชนะและคำเตือนว่าโรงงานแบบเดียวกันยังอาจซ่อนตัวอยู่ในหลายพื้นที่

เปิดแผนลับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีลวงทุนอสังหาฯ

ตัวบงการแก๊งเกาหลีลวงลงทุนอสังหาฯ กับความเสียหายหลักร้อยล้าน

อีกด้านหนึ่งของโครงข่ายคือแก๊งเกาหลีลวงทุนที่ใช้ภาพลวงของการลงทุนอสังหาฯ สร้างความเสียหายระดับร้อยล้านบาท นายฮัน ซึง ฮุน ถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายที่หลอกนักลงทุนซื้่ออสังหาริมทรัพย์ มีการเชื่อมกับผู้ต้องหาซึ่งทำตัวเป็นนักธุรกิจจัดหาการลงทุน มีการพาเหยื่อเดินทางมาดูพื้นที่ ก่อนนำไปสู่การแจ้งความคดีลวงลงทุนอสังหาฯ รวม 4 คดี มูลค่าความเสียหาย 147,579,278 บาทในฐานข้อมูลคดี นี่คือระดับความเสียหายที่มากพอจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย ตามคำให้สัมภาษณ์ของผู้บังคับการกองปราบพบว่า นายฮันกับเครือข่ายยังถูกกล่าวหาก่อเหตุอีก 14 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 1,047 ล้านบาทในอีกชุดคดี ข้อมูลจากอดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ระบุว่า นายฮันเป็นบุคคลที่ถูกเนรเทศและไม่สามารถเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง และยังมีคดีร้องทุกข์กับตำรวจเกาหลีประมาณ 14 คดี เมื่อรวมภาพทั้งหมด เราจะเห็นโครงสร้างแก๊งเกาหลีลวงทุนที่กินเวลายาวนาน มีการฝังตัว ใช้เครือข่ายคนรู้จัก และหลบเลี่ยงร่องรอยดิจิทัลเพื่อดำรงอยู่มานานหลายสิบปี

เปิดแผนลับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีลวงทุนอสังหาฯ

บทเรียนและข้อคิดจากคดีแก๊งเกาหลีลวงทุนสู่ยุทธศาสตร์ต่อไป

คดีแก๊งเกาหลีลวงทุนและคอลเซ็นเตอร์กลโกงครั้งนี้ให้บทเรียนสำคัญหลายด้าน ด้านแรกคือความจำเป็นของการปราบปรามอาชญากรรมดิจิทัลแบบบูรณาการ ตั้งแต่ War room ที่รวบรวมข้อมูลข้ามประเทศ ไปจนถึงการประสานกับหน่วยงานต่างชาติเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลและประวัติอาชญากรรม หากไม่มีความร่วมมือระดับนี้ การตามถึงตัวบงการที่ไม่มีร่องรอยเดินทางเข้าออก ใช้ช่องทางธรรมชาติ และไม่ใช้บัญชีธนาคารหรือโซเชียลมีเดียแทบจะเป็นไปไม่ได้ ด้านที่สองคือความเปลี่ยนแปลงของภาพลักษณ์แก๊งหลอกลวง จากเดิมที่ผู้คนมักจินตนาการถึงห้องเล็กๆ ในประเทศห่างไกล วันนี้เราพบว่าอาจเป็นบ้านหรูในเมืองใหญ่ ถูกดัดแปลงเป็นสำนักงานจัดเต็ม และใช้บทสนทนาระดับมืออาชีพหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ สุดท้าย บทเรียนเชิงสังคมคือการตระหนักว่าคำว่า แก๊งเกาหลีลวงทุน หรือ คอลเซ็นเตอร์กลโกง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ความเสี่ยงดิจิทัลยุคใหม่ ที่ทุกคนต้องตั้งคำถามก่อนลงทุนหรือโอนเงินให้ใครก็ตามที่ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์

เปิดแผนลับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีลวงทุนอสังหาฯ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!