ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

คะแนน PISA 2025 ขยับขึ้น สัญญาณว่าการศึกษาเริ่มเปลี่ยนทิศ

คะแนน PISA 2025 ขยับขึ้น สัญญาณว่าการศึกษาเริ่มเปลี่ยนทิศ
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับเด็กวัยเรียน

PISA 2025 คืออะไร และทำไมคะแนนที่ขยับขึ้นจึงสำคัญ

การประเมินผลการศึกษา PISA 2025 คือการทดสอบมาตรฐานสากลที่วัดความสามารถนักเรียนวัยมัธยมตอนปลายด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และทักษะสมัยใหม่ เช่นการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ เพื่อสะท้อนว่าระบบการศึกษาผลิตคนที่พร้อมใช้ความรู้ในชีวิตจริงและตลาดแรงงานยุคดิจิทัลได้แค่ไหน ไม่ใช่แค่จำเนื้อหา แต่เน้นการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาในสถานการณ์ซับซ้อน ซึ่งคะแนน PISA 2025 คะแนนที่เพิ่มขึ้นจึงถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้ทิศทางคุณภาพการศึกษาระยะยาวและขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงผลการประเมิน PISA 2025 และมอบนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษา สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือการที่คะแนนดีขึ้นทุกด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ 432 คะแนน คณิตศาสตร์ 407 คะแนน และการอ่าน 392 คะแนน เมื่อเทียบกับ PISA 2022 รวมถึงคะแนนการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ 476 คะแนนที่เข้าใกล้ค่าเฉลี่ย OECD ที่ 500 คะแนน ตัวเลขเหล่านี้ทำให้รัฐมนตรีช่วยฯ ย้ำว่าผล PISA เป็นกระจกสะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศ เพราะทรัพยากรมนุษย์คือรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การขยับขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องสถิติ แต่คือสัญญาณว่าการลงทุนด้านการศึกษาเริ่มให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

คะแนน PISA 2025 ขยับขึ้น สัญญาณว่าการศึกษาเริ่มเปลี่ยนทิศ

คะแนนดีขึ้นทุกวิชา แต่คำถามคือคุณภาพการเรียนรู้เปลี่ยนแล้วหรือยัง

การที่ PISA 2025 คะแนนของนักเรียนดีขึ้นทั้งสามวิชาแกนกลางและด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ เป็นเรื่องที่ควรชื่นชม เพราะสะท้อนว่าความสามารถนักเรียนในระดับเนื้อหาพื้นฐานเริ่มขยับขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม หากดูบทเรียนจากหลายประเทศที่เคยให้ความสำคัญกับคะแนนสอบอย่างเดียว จะพบว่าคะแนนสูงไม่ได้แปลว่าเด็กคิดเป็นหรือพร้อมรับมือโลกดิจิทัลเสมอไป สิ่งที่รัฐมนตรีช่วยฯ สื่อชัด คือ PISA 2025 ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้ระยะต่อไป นั่นหมายความว่าการไล่ตามตัวเลขคะแนนอย่างเดียวไม่พอ ระบบต้องเปลี่ยนจากการสอนเพื่อข้อสอบ ไปสู่การสอนเพื่อความสามารถใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง เช่นการอ่านเพื่อเข้าใจและตั้งคำถาม การใช้คณิตศาสตร์จัดการข้อมูล และการใช้วิทยาศาสตร์อธิบายปรากฏการณ์ที่พบในชีวิตประจำวัน ถ้าโรงเรียนยังเน้นการท่องจำมากกว่าการคิดวิเคราะห์ แม้คะแนนดีขึ้นก็จะกลายเป็นความสำเร็จที่เปราะบาง

คะแนน PISA 2025 ขยับขึ้น สัญญาณว่าการศึกษาเริ่มเปลี่ยนทิศ

Media Literacy และ AI Literacy กลายเป็นทักษะฐานเหมือนอ่านออกเขียนได้

จุดพลิกสำคัญในข่าวนี้คือการประกาศว่าปี 2572 องค์การ OECD จะเพิ่มการประเมินด้าน Media and AI Literacy เป็นครั้งแรก เพื่อวัดทั้งความสามารถในการแยกแยะข้อมูลจริงเท็จ และการใช้เครื่องมือ AI อย่างมีวิจารณญาณและรับผิดชอบ นี่คือสัญญาณตรงว่าทักษะดิจิทัลไม่ใช่เรื่องเสริมอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับเป็นมาตรฐานใหม่ของความสามารถนักเรียนบนเวทีโลก คำตอบของกระทรวงศึกษาธิการจึงชัดเจนว่า “จะไม่รอให้ถึงปี 2029 แล้วค่อยเริ่มเตรียมตัว” แต่จะเริ่มเตรียมความพร้อมด้าน Media and AI Literacy ตั้งแต่วันนี้ โดยบูรณาการทักษะคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูล และการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมเข้าไปในการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ท่าทีแบบนี้ถือเป็นก้าวที่ถูกทาง เพราะเด็กยุคใหม่เผชิญข่าวปลอม คอนเทนต์บิดเบือน และเครื่องมืออัตโนมัติรายวัน การอ่านออกเขียนได้ในศตวรรษนี้จึงต้องรวมถึงการอ่านข้อมูลออนไลน์เป็นและใช้ AI อย่างปลอดภัยด้วย

นโยบาย 5 ด้านของ ศธ. ดูจะตอบโจทย์ แต่การลงมือทำต้องไม่เพิ่มภาระครู

ในมุมโครงสร้าง รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่านโยบายหลักของกระทรวงศึกษาธิการที่เชื่อมโยงกับการยกระดับ PISA มี 5 ด้าน ตั้งแต่การคืนเวลาให้ครู การรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำทางงบประมาณ การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไปจนถึงการออกกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เพื่อวางโครงสร้างการศึกษาเป็นวาระของชาติ หากทำได้จริง นี่คือการขยับจากการแก้ปลายเหตุไปสู่การปรับฐานระบบ ที่น่าสนใจคือแนวทางการใช้ข้อมูลจาก PISA มาพัฒนาเป็นแนวทางจัดการเรียนรู้ที่ครูใช้ได้จริง ครอบคลุมทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การอ่าน ทักษะดิจิทัล และ AI โดย “ไม่เพิ่มภาระครู” พร้อมขยายสู่ระดับประถมและจับมือสถาบันผลิตครูเพื่อเตรียมครูรุ่นใหม่ให้เน้นการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา จุดนี้เป็นคอขวดสำคัญ เพราะหากนโยบายดีแต่ลงสู่ห้องเรียนในรูปแบบเอกสารสั่งการและงานเอกสารซ้ำซ้อน ครูจะหมดแรงและคุณภาพการเรียนรู้จะไม่เปลี่ยน การติดตามว่ามาตรการ “คืนเวลาให้ครู” ทำได้จริงเพียงใด จึงเป็นดัชนีความสำเร็จที่ควรถูกจับตาไม่แพ้คะแนนสอบ

จากคะแนนสอบสู่ความพร้อมในโลกดิจิทัล ขยับตัวเลขแล้วต้องขยับวิธีคิด

เมื่อมองภาพรวม ผลการประเมิน PISA 2025 คะแนนที่เพิ่มขึ้นทุกวิชาและคะแนนการแก้ปัญหาเชิงคำนวณที่เข้าใกล้ค่าเฉลี่ย OECD เป็นสัญญาณว่าระบบการศึกษากำลังเริ่มขยับจากภาวะหยุดนิ่ง แต่การแข่งกันด้วยคะแนนในแบบราแง่ตัวเลขจะไม่เพียงพอในโลกที่ AI และข้อมูลมหาศาลกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมือง ความท้าทายต่อไปคือการแปลงคำว่าการประเมินผลการศึกษาให้หมายถึงการวัด “ความพร้อมใช้ชีวิตและทำงาน” แทนที่จะวัดแค่ความสามารถทำข้อสอบ การเตรียมเด็กให้มี Media Literacy และ AI Literacy ตั้งแต่ประถมคือจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องตามด้วยการออกแบบการเรียนรู้ที่ให้เด็กลงมือคิด ทดลอง ตั้งคำถาม และใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบในทุกวิชา หากเรามอง PISA เป็นกระจกสะท้อนระบบ ก็ต้องกล้ายอมรับข้อบกพร่องที่สะท้อนกลับมา และใช้มันเป็นเข็มทิศ กล้าเปลี่ยนวิธีคิด การสอน และการประเมินในห้องเรียน เมื่อถึงวันนั้น คะแนนที่ดีขึ้นจะไม่ใช่แค่ข่าวดีรายปี แต่เป็นหลักฐานว่าการศึกษาเริ่มพาเด็กไปไกลกว่าข้อสอบ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!