เส้นทางบินตรง อาเซียน คืออะไร และทำไมสนามบินภูมิภาคจึงกลายเป็นสมรภูมิใหม่
เส้นทางบินตรง อาเซียน คือการให้บริการเที่ยวบินระหว่างเมืองในภูมิภาคกับจุดหมายต่างประเทศโดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง เพิ่มการเชื่อมต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าในระดับภูมิภาค การแข่งขันในเส้นทางบินตรงดังกล่าวกำลังขยับจากสนามบินศูนย์กลางขนาดใหญ่ลงสู่ท่าอากาศยานระดับภูมิภาค ที่เริ่มดึงสายการบินนานาชาติเข้ามาลงทุนและเปิดเส้นทางใหม่ เพื่อเก็บเกี่ยวผลจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวเอเชียและการเติบโตของโลจิสติกส์ทางอากาศ
กรณีของท่าอากาศยานเชียงใหม่คือภาพชัดเจนของยุทธศาสตร์นี้ เมื่อ 5 สายการบินเตรียมเปิดให้บริการ 6 เส้นทางบินตรงจากตะวันออกกลาง จีน และเกาหลีใต้ในตารางบินฤดูหนาว ช่วยเพิ่มทางเลือกการเดินทางและเชื่อมต่อเมืองสำคัญกับภาคเหนือของประเทศได้โดยตรง การเคลื่อนไหวของเอทิฮัด สายการบินจากจีน และเกาหลีใต้ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มเที่ยวบินรับไฮซีซัน แต่คือการปักหมุดสนามบินภูมิภาคให้กลายเป็นฮับใหม่ที่ดึงผู้โดยสารและสายการบินออกจากสนามบินหลัก

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ลุยเป้าหมายเกือบ 10 ล้านคน การขยายตัวที่ไม่ได้เกิดขึ้นเอง
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ไม่รอให้ความต้องการเดินทางไหลมาถึง แต่เลือกเดินเกมรุกเพื่อดันตัวเองเป็นศูนย์กลางการบินของภาคเหนืออย่างเต็มตัว ในช่วง 8 เดือนแรกมีเที่ยวบินรวม 43,544 เที่ยวบิน และผู้โดยสาร 6.53 ล้านคน ซึ่งผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1.95 ล้านคนคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของทั้งหมด และเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่านักท่องเที่ยวเอเชีย โดยเฉพาะจากจีนและเกาหลี รวมกันมากกว่าครึ่งของผู้โดยสารระหว่างประเทศ
สนามบินจึงตั้งเป้าผู้โดยสารทั้งปีไว้ที่ 9.97 ล้านคน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเพิ่มเที่ยวบินและการกลับมาเปิดเส้นทางเดิมในช่วง Winter Schedule เส้นทางอาบูดาบี–เชียงใหม่ของเอทิฮัดกลับมาเสริมกำลังตลาดตะวันออกกลาง ขณะที่เส้นทางจากจิ่งหง เซี่ยงไฮ้ และอินชอน ช่วยขยายตลาดนักท่องเที่ยวเอเชียยิ่งขึ้น การเติบโตนี้ไม่ได้เกิดจากดีมานด์อย่างเดียว แต่เกิดจากการวางยุทธศาสตร์เส้นทางบินตรง อาเซียน ที่ชัดเจนว่าจะยกระดับเชียงใหม่ให้เป็นฮับรองของภูมิภาค

ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย สนามบินภูมิภาคต้องคิดแบบฮับ ไม่ใช่แค่สนามบินเมืองรอง
เมื่อผู้โดยสารเพิ่มขึ้น สนามบินที่ยังคิดแบบเมืองรองจะกลายเป็นคอขวดทันที ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงเลือกเพิ่มขีดความสามารถเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดซื้อและติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบินใหม่ 6 ชุด และเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม เพื่อให้รองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นได้อย่างลื่นไหล นี่คือสัญญาณว่าเช็คอิน ประตูขึ้นเครื่อง และการหมุนเวียนอากาศยานถูกมองเป็นโครงสร้างดึงสายการบิน ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย
พร้อมกันนั้นสนามบินยังเดินหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วน ทั้งการก่อสร้างอาคารสถานีดับเพลิง อาคารคลังสินค้า อาคาร Control Post 2 และลานจอดอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น รวมถึงการปรับปรุงระบบบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินและผู้โดยสารในระยะต่อไป การลงทุนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สายการบินนานาชาติมั่นใจว่า สนามบินภูมิภาคพร้อมรับเที่ยวบินระยะไกลและปริมาณผู้โดยสารระลอกใหม่โดยไม่กระทบมาตรฐานด้านความปลอดภัย

จากแผ่นดินไหวสู่ฮับใหม่ คุมาโมโตะและเมืองญี่ปุ่นเร่งชิงนักท่องเที่ยวเอเชีย
อีกด้านหนึ่งของภูมิภาค เมืองอย่างคุมาโมโตะเลือกเดินเกมสวนกระแสภัยพิบัติ แทนที่จะชะลอแผนหลังเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 7.1 กลับใช้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและสายการบิน สนามบินคุมาโมโตะประกาศขยายเส้นทางบินต่างประเทศจาก 6 เส้นทางเป็น 11 เส้นทาง เน้นตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปักหมุดเปิดเส้นทางใหม่ไปยังกรุงเทพฯ เป็นลำดับแรก
แผนนี้มีเป้าหมายเพิ่มผู้โดยสารระหว่างประเทศให้เติบโตมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่น้อยกว่า 920,000 คนภายในปีงบประมาณ 2029 และตั้งเป้าว่าผู้โดยสารเส้นทางระหว่างประเทศจะคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด เส้นทางแรกคาดว่าจะเริ่มให้บริการภายในปีงบประมาณ 2030 อาจเริ่มในรูปแบบเช่าเหมาลำก่อน แล้วจึงขยายสู่เที่ยวบินประจำ พร้อมกันนั้นสนามบินเร่งเลื่อนแผนขยายอาคารผู้โดยสารจากเดิมปี 2034 มาเป็นภายในปี 2029 โดยเน้นเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินและที่นั่งรอ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเอเชียและการเชื่อมต่อโรงงาน TSMC และ Sony ที่อยู่ใกล้สนามบิน

บทสรุปยุทธศาสตร์ท้องฟ้าอาเซียน สนามบินภูมิภาคที่คิดใหญ่จะเป็นผู้ชนะ
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าสายการบินนานาชาติและผู้บริหารสนามบินกำลังลงทุนเชิงรุกเพื่อช่วงชิงผู้โดยสารและสินค้าทางอากาศในภูมิภาคอาเซียน สนามบินคุมาโมโตะเร่งขยายอาคารผู้โดยสารภายในปี 2029 เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นหลังเปิดเส้นทางใหม่ ขณะที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่เดินหน้าเพิ่มสะพานเทียบเครื่องบินใหม่ 6 ชุด และโครงสร้างสนับสนุนภาคพื้นเพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินและผู้โดยสาร
ทิศทางนี้บอกชัดว่าใครคิดแบบสนามบินท้องถิ่นจะตามไม่ทันการแข่งขันของเส้นทางบินตรง อาเซียน สนามบินที่กล้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริการ และความปลอดภัย จะดึงทั้งนักท่องเที่ยวเอเชียระดับพรีเมียมและนักเดินทางธุรกิจให้เลือกใช้บริการ และเมื่อสายการบินนานาชาติเห็นตัวเลขผู้โดยสารเติบโตต่อเนื่อง เช่น เป้าหมายผู้โดยสาร 9.97 ล้านคนของท่าอากาศยานเชียงใหม่ พวกเขาก็ยิ่งพร้อมเพิ่มเส้นทางและความถี่มากขึ้น วงจรนี้จะตัดสินว่าใครจะกลายเป็นฮับการบินตัวจริงของภูมิภาคในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า







