เมื่อคลื่น AI กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจท่ามกลางโลก K-Shape
การผลักดัน AI วิเคราะห์ข้อมูลให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจหมายถึงการวางระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจและนโยบายสาธารณะอย่างแม่นยำ เพิ่มผลิตภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างโอกาสใหม่ทั้งในด้านส่งออกเทคโนโลยี การลงทุน และการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรายเล็กให้แข่งขันได้ในตลาดโลกที่ผันผวนสูงจากภูมิรัฐศาสตร์และความเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล สัญญาณสำคัญคือคำเตือนจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ว่าเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และทำให้การเติบโตทั่วโลกแยกเป็นรูปตัว K ชัดเจนมากขึ้น ระหว่างกลุ่มประเทศที่ใช้คลื่นดิจิทัลสร้างมูลค่าเพิ่ม กับกลุ่มที่ยังถูกฉุดด้วยต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อที่สูง ในภาพนี้ ผู้นำเศรษฐกิจมองตรงกันว่าทางรอดไม่ใช่การรอให้วิกฤตคลี่คลาย แต่คือการเร่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI ตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้หลุดไปอยู่ในขา K ขาลงอย่างถาวร

การส่งออกเทคโนโลยีพุ่งแรง แต่โครงสร้างมูลค่าเพิ่มยังตามไม่ทัน
ตัวเลขการส่งออกครึ่งปีแรกแสดงชัดว่าคลื่น AI ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่มาเป็นดีมานด์จริง สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีคิดเป็นกว่า 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งหมด และเติบโตถึง 45.9% ในช่วงครึ่งปีแรก ตามความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก การเติบโตรวมของมูลค่าการส่งออกที่ 17.6% สะท้อนว่าเศรษฐกิจดิจิทัลเริ่มกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตที่อยู่ในฝั่ง K ขาขึ้นยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มกลับเข้าสู่เศรษฐกิจได้เต็มที่ เพราะโซ่อุปทานจำนวนมากยังอิงการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ เมื่อมูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่ไปกระจุกในห่วงโซ่ภายนอก ลูกโซ่ภายในจึงได้ประโยชน์จำกัด นี่จึงไม่ใช่เรื่องของยอดส่งออกอย่างเดียว แต่เป็นคำถามว่าเราจะปรับโครงสร้างการผลิตให้มี Local Content สูงขึ้นได้อย่างไร เพื่อให้คลื่นส่งออกเทคโนโลยีแปลงเป็นรายได้จริงของผู้ประกอบการและแรงงานภายในประเทศ มากกว่าการเป็นเพียงศูนย์ประกอบและขนส่งสินค้า

เชื่อมข้อมูลรัฐ–เอกชน: จากฐานข้อมูลกระจัดกระจายสู่เครื่องมือ AI วิเคราะห์ข้อมูล
จุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ผู้นำเศรษฐกิจชี้ให้เห็นไม่ใช่แค่เรื่องเงินลงทุน แต่คือการขาดการเชื่อมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ข้อมูลโรงงาน โครงสร้างการผลิต Local Content แรงงาน และห่วงโซ่อุปทานยังถูกเก็บแยกเป็นไซโล ทำให้ทั้งรัฐและเอกชนขาดภาพรวมที่แม่นยำสำหรับการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางนโยบายและการตัดสินใจทางธุรกิจ ข้อเสนอ Connect the Dots เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลรัฐ–เอกชนจึงเป็นหัวใจ ถ้าทำได้จริง เราจะสามารถออกแบบมาตรการช่วยเหลือธุรกิจกลุ่ม K ขาลงได้ตรงจุด คัดกรองผู้รับสวัสดิการได้แม่น ตรวจสอบนอมินีและทุนผิดกฎหมาย ลดเศรษฐกิจนอกระบบ และสร้างสภาพแวดล้อมข้อมูลแบบ Open Government ที่เอื้อต่อการพัฒนา AI เชิงนโยบาย พื้นที่ EEC ถูกวางให้เป็นต้นแบบในการใช้ระบบ One Stop Service รองรับการลงทุน ซึ่งในทางปฏิบัติจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีการเชื่อมข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ไม่ใช่เพียงการตั้งศูนย์บริการแบบเปลือกนอก

ห้ายุทธศาสตร์ใหม่: วางรากฐานเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
การยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกเป็น K-Shape นำไปสู่การออกแบบยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่ที่ชัดเจน ผู้นำภาคเอกชนประกาศพร้อมสนับสนุน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ Investment & Industry Transformation Hub, AI & Digital Hub, Green Economy, Financial Hub และ Medical Hub เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว หัวใจร่วมของทั้งห้าด้านคือการใช้ข้อมูลและ AI เป็นฐานคิด ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมให้ใช้ Local Content มากขึ้น การส่งเสริมสินค้าที่ผลิตในประเทศ การมีข้อมูลแรงงานและ supply chain ที่ครบถ้วน หรือการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแบบจำลองการลงทุนและการสร้างงานคุณภาพในอนาคต คำกล่าวที่ควรถูกหยิบไปอ้างคือการที่ผู้นำเศรษฐกิจย้ำว่า "การกำหนดนโยบายเศรษฐกิจต่อไปจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทุกภาคส่วน" ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งประเทศ
ข้อสรุปเชิงนโยบาย: จากเป้าหมายตัวเลขสู่การเปลี่ยนโครงสร้าง
การคงประมาณการเศรษฐกิจขยายตัวที่ 1.6%-2.0% พร้อมคาดการณ์เงินเฟ้อ 2.5%-3.0% และการส่งออกโต 8%-10% ไม่ใช่เพียงการรายงานตัวเลข แต่สะท้อนความเชื่อว่าถ้าใช้คลื่นเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ เศรษฐกิจยังมีช่องทางเติบโต แม้โลกจะถูกบีบด้วยสงครามและดอกเบี้ยสูง คำถามคือจะไปให้ถึงตัวเลขเหล่านี้ด้วยโครงสร้างเดิม หรือใช้โอกาสจากการเติบโตของส่งออกเทคโนโลยี 45.9% เป็นแรงผลักดันให้กล้าปรับฐานเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการเชื่อมข้อมูล การสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และการยกระดับทักษะแรงงานให้พร้อมกับ AI วิเคราะห์ข้อมูล ข้อสรุปเชิงนโยบายจึงชัดเจน: หากผู้นำรัฐและเอกชนเดินหน้า Connect the Dots เรื่องข้อมูลอย่างจริงจัง และใช้ 5 ยุทธศาสตร์ใหม่เป็นเข็มทิศ ไม่เพียงแต่จะรักษาการเติบโตท่ามกลางโลกผันผวน แต่ยังมีโอกาสเปลี่ยนเศรษฐกิจจากผู้ตามเป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทางคลื่น AI ระดับภูมิภาค






