คลื่น Data Center และ AI ดันกำไรบิ๊กเทคโครงสร้างพื้นฐานพุ่งสองหลัก

คลื่น Data Center และ AI ดันกำไรบิ๊กเทคโครงสร้างพื้นฐานพุ่งสองหลัก
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

Q2 ที่พลิกเกม: กำไรโตแรงเพราะ Data Center และ AI ไม่ใช่เพราะวัฏจักรโชคดี

กระแสความต้องการ AI โครงสร้างพื้นฐาน คือการเร่งลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center), ระบบ Cloud, เครือข่าย และบริการดิจิทัลที่รองรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลเพื่อขับเคลื่อนแอปพลิเคชัน AI, การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และบริการออนไลน์ที่ต้องการความเสถียรและความปลอดภัยสูง ทำให้บริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรงจากเมกะเทรนด์ใหม่นี้ในระยะยาว

ภาพรวมผลงาน Q2 ข้อมูลเซ็นเตอร์ ของบริษัทเทคโนโลยีการเติบโตในตลาดทุนชี้ชัดว่าเรากำลังเข้าสู่รอบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงวัฏจักรไอทีทั่วไปอีกต่อไป ILINK ประกาศรายได้รวม 1,784.20 ล้านบาท กำไรสุทธิ 145.10 ล้านบาท โดยระบุชัดว่าดีมานด์ Data Center, Cloud และ AI เป็นแรงหนุนหลัก ขณะที่ TKC ทำรายได้รวม 1,025.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 148.67% YoY พร้อมกำไรสุทธิพุ่งเป็น 87.38 ล้านบาท โต 348.56% จากปีก่อน INET เสริมภาพเดียวกันด้วยรายได้ Q2/69 ที่ 876.58 ล้านบาท เติบโตกว่า 13% ตามดีมานด์ Cloud-AI ที่เร่งตัว ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่สถิติ แต่คือสัญญาณว่าบริษัทที่วางตัวเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานกำลังกลายเป็นผู้ชนะรอบใหม่ของคลื่น AI อย่างชัดเจน

ILINK: จากสายสัญญาณสู่ผู้เล่นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเต็มตัว

ILINK แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการยืนให้ถูกฝั่งของคลื่นลงทุนดิจิทัลมีค่ามากกว่าการไล่ตามเทรนด์รายปี บริษัทประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ด้วยรายได้รวม 1,784.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 145.10 ล้านบาท ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังท้าทาย ปัจจัยหนุนไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการฟื้นตัวของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และความต้องการ Data Center, Cloud Computing และ Artificial Intelligence (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณและอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารใน Q2 อยู่ที่ 761.94 ล้านบาท พร้อมกำไรสำหรับงวด 61.94 ล้านบาท สะท้อนการขยายฐานลูกค้าและความต้องการโครงสร้างพื้นฐานระบบสื่อสารที่ขยับขึ้นตามการลงทุน Data Center และ Cloud ขณะเดียวกัน ธุรกิจวิศวกรรมโครงการด้านระบบไฟฟ้าและพลังงานแม้กำไรลดลงจากการรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าโครงการ แต่ Backlog งานวิศวกรรมยังแน่นและทยอยรับรู้ในอนาคต ท่าทีของ ILINK ที่ย้ำยุทธศาสตร์ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ และก้าวต่อไป” เพื่อยกระดับสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร จึงไม่ใช่สโลแกนสวยหรู แต่เป็นการวางหมากให้บริษัทอยู่ใจกลางเมกะเทรนด์ Data Center, Cloud, AI, Smart Building และ Energy Transition อย่างมีน้ำหนัก

TKC: กำไรพุ่งสามหลักเพราะรู้จักเกาะรถไฟเมกะโปรเจกต์รัฐและบริการดิจิทัลโซลูชัน

ในบรรดาบริษัทเทคโนโลยีการเติบโต TKC คือกรณีศึกษาสำคัญของคนที่เลือกขึ้นรถไฟเมกะโปรเจกต์ให้ถูกขบวน ผลงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 87.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 348.56% จาก 19.48 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่รายได้รวมทะยานเป็น 1,025.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 148.67% YoY แรงขับหลักมาจากการรับรู้รายได้งานพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ และโครงการขยายบริการคลาวด์กลางภาครัฐ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่ผูกติดกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระยะยาว

ส่วนที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามคือ Backlog ปัจจุบันที่ 3,354 ล้านบาท ซึ่งให้ภาพว่ารายได้จากงานโครงสร้างพื้นฐานยังมีคิวรอรับรู้อีกยาว TKC ประกาศชัดว่ากำลังทรานส์ฟอร์มไปสู่ผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันแบบครบวงจร รองรับเมกะเทรนด์ Cloud Solution, Cyber Security, Smart Solution และ Software Development พร้อมตั้งเป้าให้รายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ไม่น้อยกว่า 25% ในปี 2569 และขยับเป็นไม่น้อยกว่า 40% ภายใน 3–5 ปี ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue) จากระดับ 20% ในปีหน้าเป็น 40% ใน 5 ปี นี่คือสัญญาณว่าผู้เล่นรายนี้ไม่ได้มองแค่กำไรระยะสั้นจากโปรเจกต์รัฐ แต่กำลังออกแบบโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงรองรับยุค Cloud-AI อย่างตั้งใจ

INET: รายได้โตสองหลักเพราะ Cloud-AI และการปักหมุด IDC4 เป็น Digital Hub

INET เป็นอีกตัวอย่างที่ตอกย้ำว่าการลงทุนใน Data Center ไม่ใช่การ “สร้างตึกไว้ก่อนแล้วค่อยหาลูกค้า” แต่คือการตอบสนองความต้องการ Cloud-AI ที่เกิดขึ้นแล้ว บริษัทรายงานว่าปิดงบ Q2/69 ด้วยรายได้รวม 876.58 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 13% โดยสอดรับกับดีมานด์ Cloud-AI ที่ยังขยายตัว ทิศทางนี้บอกอย่างชัดเจนว่ารายได้คลาวด์ AI เริ่มกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนควรจับตา INET ไม่ใช่แค่ตัวเลขรายได้ แต่คือแผนเดินหน้าขยายศูนย์ข้อมูล IDC4 สู่การเป็น Digital Hub แห่งใหม่ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการเสริมอธิปไตยดิจิทัลในระยะยั่งยืน การตั้งเป้าเป็น Digital Hub ไม่ได้มีความหมายด้านแบรนด์เท่านั้น แต่สื่อว่า INET กำลังวางตัวเป็นศูนย์กลางให้บริการ Data Center, Cloud และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบ AI ในระดับที่ลูกค้าหลากหลายกลุ่มสามารถพึ่งพาได้ เมื่อดูร่วมกับแนวโน้มที่ลูกค้าองค์กรต้องการศูนย์ข้อมูลและคลาวด์ที่ปลอดภัยและสอดรับข้อกำกับ การขยาย IDC4 จึงตีความได้ว่าเป็นการลงทุนล่วงหน้าเพื่อรองรับรายได้ประจำและสัญญายาวในอนาคต มากกว่าจะเป็นการเก็งกำไรจากกระแส AI ระยะสั้น

บทสรุป: ทำไมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือ “หุ้นทางด่วน” ของคลื่น AI รอบนี้

เมื่อเอาตัวเลขของ ILINK, TKC และ INET มาต่อภาพร่วมกัน จะเห็นแพตเทิร์นที่ชัดเจน: คลื่น AI ไม่ได้ไหลตรงไปหาผู้พัฒนาแอปพลิเคชันก่อน แต่ไหลผ่านท่อ Data Center และ Cloud เสมอ ผลงาน Q2 ข้อมูลเซ็นเตอร์ ที่เติบโต พร้อมกำไรและ Backlog ที่ขยายตัว จึงสะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐานกำลังกลายเป็น “หุ้นทางด่วน” ของรอบนี้ บริษัทเหล่านี้กำลังวางตัวเป็นผู้รับประโยชน์จากการยอมรับ AI ทั่วตลาด โดยขยายบริการคลาวด์ AI, ศูนย์ข้อมูล และดิจิทัลโซลูชันที่ผูกสัญญายาวและสร้างรายได้ประจำ

จากมุมมองเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนที่ยังมองธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นเพียงงานรับเหมาระยะสั้นอาจกำลังประเมินโอกาสต่ำเกินไป เราเห็น ILINK ปรับโครงสร้างธุรกิจให้ชัดเจนขึ้นเพื่อโฟกัสโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล TKC มุ่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจใหม่และรายได้ประจำอย่างเป็นระบบ และ INET ตั้งธง Digital Hub ผ่านการขยาย IDC4 เพื่อรองรับดีมานด์ Cloud-AI ระยะยาว ข้อสรุปจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา: ในยุคที่ข้อมูลและ AI กลายเป็นน้ำมันใหม่ ผู้ที่สร้างท่อ ส่งไฟ และศูนย์เก็บข้อมูล กำลังมีอำนาจต่อรองและศักยภาพการเติบโตมากกว่าที่ตลาดเคยมองไว้ หากคลื่น AI ยังเดินหน้า บริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเหล่านี้มีทุกเหตุผลที่จะโตเร็วกว่าตลาดในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!