ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

1 ใน 4 เสี่ยงโรคไตเรื้อรัง ทำไมต้องรีบตรวจตั้งแต่ยังไม่ป่วย

1 ใน 4 เสี่ยงโรคไตเรื้อรัง ทำไมต้องรีบตรวจตั้งแต่ยังไม่ป่วย
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

โรคไตเรื้อรังคืออะไร และทำไมวันนี้ทุกคนต้องสนใจ

โรคไตเรื้อรังคือภาวะที่ไตเสื่อมสมรรถภาพต่อเนื่องยาวนาน จนการกรองของเสียและควบคุมน้ำ เกลือแร่ และความดันเลือดทำได้ลดลงเรื่อยๆ โดยมักดำเนินโรคอย่างเงียบๆ ไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อปล่อยให้ไตเสื่อมมากขึ้นจะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจ หลอดเลือด สมดุลฮอร์โมน และคุณภาพชีวิต โดยหลายคนเพิ่งรู้ตัวเมื่อไตเสียหายจนกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้อีก

ตัวเลขที่น่าตกใจคือพบโรคไตเรื้อรังในประชากรได้มากถึงประมาณ 1 ใน 4 คน แต่มีเพียงราว 1.9-3.5% ที่รู้ว่าตนเองป่วย ขณะเดียวกันข้อมูลอีกด้านระบุว่ามีผู้ป่วยสะสมกว่า 8 ล้านคน หรือราว 17.6% ของประชากร ภาพรวมนี้บอกชัดว่าเราอยู่ท่ามกลาง “ระบาดเงียบ” ของโรคไตเรื้อรัง การปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเพียงสถิติในรายงานคือความผิดพลาด เพราะทุกตัวเลขคือคนจริง ครอบครัวจริง และค่าใช้จ่ายมหาศาลที่น่าจะป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทาง

1 ใน 4 เสี่ยงโรคไตเรื้อรัง ทำไมต้องรีบตรวจตั้งแต่ยังไม่ป่วย

เมื่อเบาหวาน หัวใจ และไต ป่วยเป็นทีม ความเสี่ยงชีวิตพุ่ง 43%

ความเข้าใจแบบเดิมที่มองว่าเบาหวาน หัวใจ และไตเป็นโรคคนละเรื่องกำลังทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเสียโอกาสในการดูแลแบบครบวงจร งานวิชาการระดับนานาชาติอธิบายกลุ่มโรคนี้ในชื่อ Cardiovascular Kidney Metabolic Syndrome หรือกลุ่มเบาหวาน หัวใจ ไต และภาวะเมตาบอลิซึมผิดปกติ เช่น โรคอ้วนและเบาหวานชนิดที่ 2 ว่าล้วนส่งผลต่อกันไปมา เบาหวานเรื้อรังคุมไม่ดีทำให้เส้นเลือดฝอยที่ไตเสียหาย ขณะที่ไตเสื่อมกลับเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานด้านสุขภาพชี้ว่า ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเกิดโรคไตเรื้อรังสูงกว่าคนทั่วไปเกือบ 2 เท่า และเมื่อหลายโรคเกิดพร้อมกัน ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน งานวิจัยที่ติดตามประชากร 87,151 คนเป็นเวลา 15 ปีพบว่า “ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหลายโรคร่วมกันมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 43%” นี่ไม่ใช่เรื่องของคนป่วยไม่กี่ราย แต่คือภาพสะท้อนระบบสุขภาพที่ยังดูแลโรคทีละโรค ในขณะที่โรคจริงๆ กำลังเล่นเป็นทีมกับชีวิตคนไข้

1 ใน 4 เสี่ยงโรคไตเรื้อรัง ทำไมต้องรีบตรวจตั้งแต่ยังไม่ป่วย

การคัดกรองโรคไตและเบาหวาน-หัวใจ-ไต ต้องเริ่มก่อนป่วย

ข้อเท็จจริงที่น่ากังวลที่สุดคือกว่า 90% ของผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังยังไม่รู้ตัว นั่นหมายความว่าเราปล่อยให้ไตเสื่อมไปเงียบๆ จนเข้าโรงพยาบาลในวันที่ค่าเลือดผิดปกติแล้ว การคัดกรองโรคไตและกลุ่มเบาหวาน หัวใจ ไต จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่เป็นเกราะป้องกันแรกเริ่ม การตรวจเลือดดูค่าการทำงานของไตและน้ำตาล ระดับไขมัน และการวัดความดัน ควรถูกมองเป็นกิจวัตรสำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคนที่อ้วน มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานหรือความดันสูง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขย้ำว่า การตรวจคัดกรองและค้นหาโรคตั้งแต่ระยะแรก ร่วมกับการยกระดับการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพในทุกภูมิภาค เป็นหัวใจของการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูง การรักษาเร็วสามารถลดโอกาสเดินหน้าไปสู่ไตวายระยะสุดท้ายได้ถึง 32% นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราควรคิดใหม่ การ “รอให้ป่วยก่อนค่อยตรวจ” คือการยอมให้ไตและหัวใจเสียหายโดยไม่จำเป็น

1 ใน 4 เสี่ยงโรคไตเรื้อรัง ทำไมต้องรีบตรวจตั้งแต่ยังไม่ป่วย

ลดเค็ม เลี่ยงยากินเอง และใช้ทีมหมอ เภสัช พยาบาล ช่วยชะลอไตเสื่อม

การป้องกันโรคไตไม่ใช่เรื่องลึกลับ ส่วนหนึ่งเริ่มจากจานข้าวตรงหน้าและยาที่เราหยิบกินเอง ข้อมูลสุขภาพชี้ว่าปัจจัยสำคัญของความเสี่ยงโรคไตคือเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งมักมาจากการกินโซเดียมมากเกินไป อาหารเค็มจัด น้ำปลาเยอะ ของหมักดอง ขนมกรุบกรอบ และเครื่องดื่มชูกำลัง ล้วนผลักให้ความดันสูงขึ้นเรื่อยๆ และไตต้องทำงานหนักโดยไม่รู้ตัว การลดเค็มจึงไม่ใช่แค่คำขอ แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญของการป้องกันโรคไตเรื้อรังและลดความเสี่ยงโรคหัวใจไปพร้อมกัน

อีกด้านหนึ่ง การใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยาปฏิชีวนะ หรือยาชุดที่มีสเตียรอยด์โดยไม่ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์สามารถทำลายไตได้เช่นกัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีการรณรงค์การใช้ยาอย่างสมเหตุผล และเสริมบทบาทของเภสัชกรในชุมชนให้เป็นด่านแรกของคำแนะนำด้านยาและสุขภาพ ทีมสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานร่วมกัน ทั้งหมอ เภสัชกร และระบบบริการสุขภาพ ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถชะลอความเสื่อมของไตและช่วยประหยัดงบประมาณด้านสุขภาพของรัฐได้ราว 7% ภายใน 5 ปี

เลือกปกป้องไตวันนี้ ดีกว่ารอวันฟอกไตพรุ่งนี้

หลายคนยังคิดว่าโรคไตคือเรื่องไกลตัว และหากเป็นแล้วค่อยฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตก็จบ แต่ความจริงคือเมื่อถึงจุดนั้นทั้งค่าใช้จ่าย เวลา และคุณภาพชีวิตจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ข้อมูลด้านสุขภาพระบุว่ามีผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายกว่า 80,000 ราย และจำนวนนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คำถามคือ เราจำเป็นต้องเดินไปถึงจุดนั้นทุกคนหรือไม่ ในเมื่อโรคไตเรื้อรังจำนวนมากสามารถชะลอหรือป้องกันได้ด้วยการคัดกรองเร็ว คุมเบาหวานและความดัน ลดเค็ม เลี่ยงยากินเอง และร่วมมือกับทีมแพทย์และเภสัชกรตั้งแต่ต้น

บทเรียนจากรายงานโรคหัวใจ ไต และเมตาบอลิซึมชัดเจนมากว่า เมื่อปล่อยให้โรคเรื้อรังสะสมร่วมกัน ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 43% การเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเล็กๆ วันนี้จึงเท่ากับการยอมเสี่ยงชีวิตในระยะยาว หากต้องสรุปเป็นข้อเดียว การป้องกันโรคไตที่ดีที่สุดคือการปกป้องทั้งระบบเบาหวาน หัวใจ และไตไปพร้อมกัน เริ่มจากการตรวจสุขภาพพื้นฐานปีละครั้ง ใส่ใจจานอาหาร และถามเภสัชกรทุกครั้งก่อนซื้อยาเอง สุขภาพไตดีไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของเราเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!