One Bangkok จากรีเทลโปรเจกต์สู่เดสติเนชันไลฟ์สไตล์ของคนเมือง
One Bangkok คือโครงการรีเทลและมิกซ์ยูสที่พัฒนาให้พื้นที่ค้าปลีกกลายเป็นห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยผสมผสานร้านค้าปลีกกรุงเทพ แบรนด์ยักษ์ใหม่ พื้นที่สำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม และพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเดสติเนชันที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมาใช้ชีวิตมากกว่ามาช้อปปิ้งเพียงครั้งคราว การออกแบบเน้นประสบการณ์ครบวงจรตั้งแต่การทำงาน การพักผ่อน การพบปะคอมมูนิตี้ ไปจนถึงกิจกรรมครอบครัวและสัตว์เลี้ยง สะท้อนแนวคิดว่าศูนย์การค้าในยุคใหม่ต้องกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของไลฟ์สไตล์คนเมือง
ตลอด 2 ปีแรก One Bangkok Retail ดึงดูดผู้มาเยือนมากกว่า 40 ล้านคนต่อปี พร้อมอัตราเช่าพื้นที่ 96% และคาดว่าจะขยับเป็น 98% ภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่ยอดขายรวมรีเทลเติบโตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่าที่นี่กำลังไต่ขึ้นเป็นผู้นำสมรภูมิห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์กลางเมือง ท่ามกลางการแข่งขันของร้านค้าปลีกกรุงเทพที่กำลังเข้าสู่ช่วงรวมศูนย์และคัดตัวผู้เล่นที่แข็งแรงที่สุดให้อยู่รอด

Tsutaya ไทย และแพลตฟอร์มแบรนด์ระดับแฟลกชิป
การดึง Tsutaya ไทย เข้ามาเป็นหนึ่งในไฮไลต์ใหม่ไม่ใช่แค่การเพิ่มร้านหนังสือ แต่คือการส่งสัญญาณชัดว่ากลยุทธ์ของ One Bangkok คือการปั้นแพลตฟอร์มสำหรับแบรนด์ยักษ์ใหม่และแฟลกชิปสโตร์ที่เน้นประสบการณ์เชิงลึก Tsutaya Bookstore ร้านหนังสือและไลฟ์สไตล์ระดับคัลต์จากญี่ปุ่น เตรียมเปิดสาขาแรกในโครงการ One Bangkok ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 บนพื้นที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 2 ชั้น ที่อาคาร The Storeys
ภายใน Tsutaya ไทย จะมีหนังสือกว่า 50,000 เล่ม ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ พร้อมสินค้าไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่น ภายใต้การดีไซน์คอนเซ็ปต์ The Waves of Wisdom แบบมินิมอล รับแสงธรรมชาติ เมื่อวางคู่กับแฟลกชิปแบรนด์หรูอย่าง Rolex Patek Philippe BOSS Carnival รวมถึง Experiential Retail เช่น TECHHOUSE by Dotlife Sarapad Thai One Ultra Screens Jim Thompson และ THANN ภาพของ One Bangkok ในฐานะห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมยิ่งเด่นชัดขึ้น นี่คือการประกาศว่าโครงการไม่ได้แข่งด้วยจำนวนร้านค้า แต่แข่งด้วยคุณภาพและความยูนีกของประสบการณ์

อีเวนต์ 365 วัน กลยุทธ์ “ต้องกลับมาซ้ำ” เจาะ Gen Z และคอมมูนิตี้เมือง
จุดที่ทำให้ One Bangkok แตกต่างจากห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์รายอื่นคือการยึดอีเวนต์เป็นหัวใจของทราฟิก กลยุทธ์ “Creating Reason to Come Back” ถูกใช้เพื่อตอบโจทย์สำคัญว่า ทำอย่างไรให้คนมาแล้วต้องกลับมาซ้ำ One Bangkok Retail จึงออกแบบพื้นที่ให้รองรับการทำงาน ช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร สังสรรค์ ออกกำลังกาย กิจกรรมครอบครัว และคอมมูนิตี้คนรักสัตว์เลี้ยงในที่เดียว พร้อมอัดแน่นอีเวนต์ตลอดทั้งปีตั้งแต่เทศกาลตรุษจีน สงกรานต์ Pride Month Onederous Christmas ไปจนถึงงานเคานต์ดาวน์ One Bangkok Countdown Celebration
ในมุมกลยุทธ์แบรนด์ผสมผสานกับอีเวนต์ โครงการเลือกดึงแบรนด์ที่พูดกับคนรุ่นใหม่ เช่น Edikted แบรนด์สตรีตแวร์จากสหรัฐอเมริกาที่เปิดสาขาแรกในเอเชียที่นี่ เพื่อจับกลุ่ม Gen Z โดยตรง ควบคู่กับการจัดคอนเสิร์ตในสวน ครีเอทีฟมาร์เก็ต เวิร์กช็อปศิลปะ แฟนมีตติ้ง และอีเวนต์เปิดตัวสินค้าใหม่ร่วมกับเทนแนนต์ แนวทางนี้ทำให้ One Bangkok ไม่ดูเหมือนห้างที่จัดโปรโมชันลดแลกแจกแถมเป็นครั้งคราว แต่กลายเป็นสนามเด็กเล่นทางวัฒนธรรมของคนเมืองที่มีเรื่องใหม่ให้ค้นหาทุกสัปดาห์

จากศูนย์การค้าสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์คิวเรตสำหรับคนเมือง
ในยุคที่ร้านค้าปลีกกรุงเทพเริ่มรวมศูนย์อยู่ในไม่กี่ผู้เล่นใหญ่ การจะโดดเด่นในตลาดไม่อาจพึ่งรูปแบบห้างเดิมได้อีกต่อไป One Bangkok เลือกวางตัวเป็นเดสติเนชันที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่การเป็นที่ทำงานในทาวเวอร์ทั้งหลาย ที่พักใน Residences และโรงแรม ไปจนถึงพื้นที่ที่คนมาพบเพื่อน วิ่งในเมือง เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือพาครอบครัวมาใช้วันหยุด กล่าวได้ว่า One Bangkok กำลังสร้าง Urban Lifestyle Ecosystem ที่แบรนด์และอีเวนต์ต่างทำงานร่วมกันเพื่อให้คนรู้สึกว่า การมาเดินห้างคือการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่การจับจ่าย
ทิศทางต่อไปของโครงการยังเดินหน้าดึงแบรนด์และประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น Nightlife Entertainment คอนเซ็ปต์ใหม่โดยกลุ่ม Tic Tac Toe บนพื้นที่เกือบ 1,000 ตารางเมตร ที่จะเปิดเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งประกอบด้วย Yoru Checkmate และ Hotline ควบคู่กับการเพิ่มฐานสมาชิก One Bangkok Membership ที่ปัจจุบันมากกว่า 300,000 คน เพื่อเปลี่ยนการเติบโตเชิงตัวเลขให้เป็นความผูกพันระยะยาว หากมองในภาพใหญ่ การเร่งเสริมไลน์อัพแบรนด์และอีเวนต์วันนี้ คือการล็อกตำแหน่งผู้นำห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับคนเมืองที่มองหาประสบการณ์คิวเรตเกินกว่าการช้อปปิ้งแบบเดิม







