ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ปุ่มเสียง iPhone ไม่ได้มีไว้แค่ดังเบา แต่อัปสปีดทั้งเครื่อง

ปุ่มเสียง iPhone ไม่ได้มีไว้แค่ดังเบา แต่อัปสปีดทั้งเครื่อง
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

ปุ่มเสียง iPhone คืออะไร และทำไมคุณใช้มันไม่คุ้ม

ปุ่มเสียง iPhone คือปุ่มกายภาพด้านข้างเครื่องที่ใช้ปรับระดับเสียงของสื่อ การแจ้งเตือน และการโทร พร้อมเรียกแถบควบคุมเสียงบนหน้าจอเพื่อปรับละเอียดด้วยการแตะและลาก ช่วยให้ผู้ใช้จัดการระดับเสียงได้รวดเร็วแม่นยำโดยไม่ต้องเข้าเมนูตั้งค่า ทุกวันนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังมองว่ามันเป็นแค่ปุ่มเพิ่มลดเสียงธรรมดา จึงพลาดฟีเจอร์ซ่อนไว้และลัดวิธี iPhone อีกหลายแบบที่ลดจำนวนครั้งที่ต้องกดและทำให้การควบคุมเครื่องลื่นขึ้น

ประเด็นสำคัญคือ คนส่วนมากใช้ปุ่มเสียงแบบผิดทางมานาน กดรัวๆ เวลาจะเพิ่มหรือลดเสียงเยอะ ทั้งที่ระบบมีแถบควบคุมบนหน้าจอให้เลื่อนทีเดียวถึงระดับที่ต้องการอยู่แล้ว ถ้าคุณยังใช้วิธีเดิม คุณกำลังเสียเวลาไปกับการกดย้ำโดยไม่จำเป็น และทำให้การใช้งานมือเดียวยุ่งยากกว่าที่ควร ทั้งที่แค่แตะหน้าจอครั้งเดียวก็จบ

ปุ่มเสียง iPhone ไม่ได้มีไว้แค่ดังเบา แต่อัปสปีดทั้งเครื่อง

แตะครั้งเดียว เปลี่ยนปุ่มเสียงเป็นแถบควบคุมละเอียดบนหน้าจอ

หัวใจของฟีเจอร์ซ่อนไว้ของปุ่มเสียง iPhone อยู่ที่แถบแสดงระดับเสียงด้านข้างหน้าจอ ทุกครั้งที่คุณกดปุ่มเพิ่มหรือปุ่มลดเสียงหนึ่งครั้ง ระบบจะแสดงแถบระดับเสียงขึ้นมา โดยแถบนี้ไม่ได้มีไว้ให้ดูเฉยๆ แต่แตะเพื่อควบคุมได้เต็มรูปแบบ การแตะตรงแถบทำให้มันขยายใหญ่ขึ้น แล้วคุณสามารถลากขึ้นหรือลงเพื่อกำหนดระดับเสียงแบบละเอียดในครั้งเดียว ไม่ต้องกดปุ่มรัวๆ ทีละขั้นให้เมื่อยนิ้ว

วิธีใช้จริงให้จำง่ายๆ คือ กดปุ่มเสียงหนึ่งครั้ง แตะทันทีบนแถบที่โผล่ขึ้น แล้วลากขึ้นเพื่อเพิ่มเสียง ลากลงเพื่อลดเสียงจนกว่าจะพอใจ ข้อดีคือควบคุมเสียงได้แม่นยำ จูนระดับได้พอดีสำหรับหูคุณ ลดโอกาสเสียงดังเกินหรือต่ำเกิน นี่คือฟีเจอร์ที่ผู้ใช้จำนวนมากไม่รู้ว่ามีอยู่ เพราะเคยชินกับการกดปุ่มอย่างเดียวมาหลายปี ทั้งที่แถบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การปรับเสียงสะดวกกว่าปุ่มกายภาพ

เมื่อไหร่ควรใช้แถบเสียง จากปุ่ม และเมื่อไหร่ควรเลี่ยง

แน่นอนว่าปุ่มเสียง iPhone ยังคงเหมาะมากเวลาคุณต้องปรับเสียงแบบเร็วๆ โดยไม่ต้องมองหน้าจอ เช่น ตอนใส่เครื่องในกระเป๋า แต่เมื่อคุณต้องการปรับระดับเสียงให้พอดีหู หรือเปลี่ยนจากเสียงเบามากไปดังปานกลาง การใช้แถบควบคุมบนหน้าจอจะคุ้มกว่า เพราะลากทีเดียวถึงระดับที่ต้องการ แทนการกดปุ่มทีละขั้นหลายครั้ง ฟีเจอร์ซ่อนไว้ตรงนี้จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่คุณมองหน้าจออยู่แล้ว เช่น ดูวิดีโอ เล่นเกม หรือฟังเพลง

แต่ก็มีกรณีที่ไม่ควรพึ่งแถบเสียงจากปุ่มมากนัก ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องจับเครื่องแน่น หรือใช้มือเดียวในท่าที่ไม่ถนัด การกดปุ่มเสียงทีเดียวสองสามครั้งอาจปลอดภัยกว่าเพราะไม่เสี่ยงมือหลุดจากเครื่อง ส่วนใครที่ไม่ชอบใช้ปุ่มกายภาพเลย ก็ยังมีแถบเสียงในศูนย์ควบคุมให้เลือกใช้แทน โดยไม่ต้องแตะปุ่มด้านข้างแม้แต่ครั้งเดียว แยกสถานการณ์ให้ชัด แล้วเลือกวิธีคุมเสียงที่เหมาะกับการถือเครื่องของคุณ

ศูนย์ควบคุม ทางลัดเสียงสำหรับคนที่อยากพักปุ่มกายภาพ

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าปุ่มเสียง iPhone ถูกกดบ่อยเกินไป กลัวสึก หรือไม่ชอบสัมผัสปุ่มแข็งๆ ศูนย์ควบคุมคือคำตอบที่ควรหันไปใช้บ้าง บนเครื่องรุ่นใหม่ เพียงปัดลงจากมุมบนขวาของหน้าจอ คุณจะเห็นแถบความสว่างและแถบเสียงคู่กันอยู่ แถบเสียงตรงนี้ใช้หลักการเดียวกับแถบที่โผล่เวลาคุณกดปุ่มเสียง แต่ข้อดีคือเข้าถึงได้โดยไม่ต้องแตะปุ่มด้านข้างเลย

การลากแถบเสียงในศูนย์ควบคุมให้ความรู้สึกต่อเนื่องและแม่นยำไม่ต่างจากการขยายแถบเสียงด้านข้างหน้าจอ จุดต่างคือคุณควบคุมทุกอย่างจากพื้นที่เดียว ทั้งเสียงและความสว่าง เหมาะสำหรับคนที่ชอบจัดการค่าเครื่องก่อนเริ่มดูหนังหรือเล่นเกม และสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ปุ่มกายภาพเป็นหลัก ฟีเจอร์นี้สะดวก แต่ถูกมองข้ามเพราะหลายคนยังติดนิสัยกดปุ่มเสียงโดยอัตโนมัติทุกครั้ง

เลิกเข้าใจผิด ปุ่มเสียงไม่ได้เป็นแค่ปุ่ม กำลังเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ iPhone

ความเข้าใจผิดที่ฝังหัวผู้ใช้ iPhone มานานคือ การคิดว่าปุ่มเสียงมีหน้าที่เดียวคือเพิ่มหรือลดเสียงด้วยการกดให้สุดทาง ทั้งที่ตั้งแต่ระบบรุ่นใหม่ๆ ปุ่มนี้ถูกผูกกับส่วนติดต่อผู้ใช้บนหน้าจอเพื่อให้ควบคุมเสียงแบบละเอียดได้ด้วยนิ้ว ไม่ใช่แค่แรงกด เมื่อคุณยอมรับว่าปุ่มเสียงเป็นจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เฟซบนหน้าจอ ไม่ใช่แค่ปุ่มกายภาพ คุณจะเริ่มใช้ฟีเจอร์ซ่อนไว้ได้เต็มศักยภาพ

ข้อเท็จจริงที่ควรจำคือ หลังจากคุณกดปุ่มเสียงครั้งหนึ่ง แถบเสียงที่โผล่ขึ้นมาสามารถแตะและเลื่อนได้ทันที และถ้าคุณไม่อยากแตะปุ่มเลย ก็ยังมีแถบเสียงในศูนย์ควบคุมให้ใช้อยู่แล้วสำหรับเครื่องรุ่นใหม่ เมื่อรวมสองแนวทางนี้เข้าด้วยกัน คุณจะมีทั้งปุ่มเสียงและแถบเสียงเป็นคู่หูที่ทำให้การใช้งาน iPhone ในแต่ละวันลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงเวลาหยุดใช้ปุ่มเสียงแบบเดิมๆ และอัปเลเวลนิสัยปรับเสียงให้ทันกับความสามารถของเครื่อง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!