
“เครื่องกรองน้ำ ”เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ตัวช่วยกรองความมั่นใจ ให้ทุกหยดสะอาดปลอดภัยสำหรับคุณ
2025-10-28T06:33Zเคยไหม... เปิดก๊อกน้ำออกมาแล้วได้กลิ่นคลอรีนแรงจนนึกว่ากำลังยืนอยู่ข้างสระว่ายน้ำ?
หรือบางคนใช้น้ำประปาในต่างจังหวัด พอรองไว้พักเดียวก็มีตะกอนสีน้ำตาลลอยอยู่ในแก้วน้ำอย่างเห็นได้ชัด...
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับบ้านคุณคนเดียว แต่เป็นเรื่องที่ “คนไทยส่วนใหญ่” กำลังเผชิญอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว น้ำที่เราใช้ดื่ม อาบ ซักล้าง ดูเหมือนสะอาด แต่ความจริงแล้วเต็มไปด้วยสิ่งปนเปื้อนระดับเล็กจิ๋ว ทั้งโลหะหนัก คลอรีน ตะกอน ฝุ่นสนิม และเชื้อโรคที่ตามองไม่เห็น
เมื่อเราดื่มน้ำที่ไม่สะอาดต่อเนื่องในระยะยาว ร่างกายอาจสะสมสารเคมีหรือเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ ทั้งระบบย่อยอาหาร ผิวพรรณ และภูมิคุ้มกันโดยรวม
ดังนั้น “เครื่องกรองน้ำ” จึงไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่กลายเป็นของจำเป็นสำหรับบ้านยุคใหม่ ที่ต้องการความสะอาด ปลอดภัย และมั่นใจในทุกหยดที่ดื่มเข้าไป
ปัญหาที่หลายบ้านเจอ: น้ำไม่สะอาดจริงอย่างที่คิด
แม้น้ำประปาในประเทศไทยจะผ่านกระบวนการบำบัดของการประปาฯ แล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริง “น้ำที่ไหลมาถึงก๊อกบ้านเรา” ยังต้องผ่านเส้นทางอีกยาวนาน ทั้งท่อเก่าที่มีสนิมสะสม ตะกอนตกค้างจากถังพัก หรือสารคลอรีนที่ใส่เกินเพื่อฆ่าเชื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้คุณภาพน้ำไม่สมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็น
ปัญหาน้ำในบ้านคนไทยที่พบบ่อย ได้แก่:
-
กลิ่นคลอรีนแรง จนรสชาติน้ำเปลี่ยน
-
มีตะกอนหรือฝุ่นลอยในน้ำ โดยเฉพาะบ้านที่ใช้น้ำบาดาล
-
สนิมเหล็ก จากท่อเก่า ทำให้น้ำขุ่นหรือติดกลิ่นโลหะ
-
รสชาติน้ำไม่อร่อย หรือ “ฝาด” เมื่อดื่มโดยตรง
-
เกิดตะกรัน ที่กาต้มน้ำหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
-
ผิวแห้ง คัน หรือแพ้ หลังอาบน้ำด้วยน้ำที่มีคลอรีนสูง
แม้ปัญหาเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมทุกวัน ผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตกลับใหญ่กว่าที่คิดมาก
วิธีการแก้ไขปัญหา: เครื่องกรองน้ำคือคำตอบ
การมี “เครื่องกรองน้ำ” ในบ้านคือวิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดในการรับมือกับปัญหาน้ำไม่สะอาด
เครื่องกรองน้ำสามารถกรองสิ่งปนเปื้อนออกจากน้ำประปาหรือบาดาลได้หลายประเภท เช่น
-
ตะกอน ฝุ่น และทราย
-
คลอรีนส่วนเกิน
-
โลหะหนัก เช่น ตะกั่ว เหล็ก แมงกานีส
-
กลิ่นและรสที่ไม่พึงประสงค์
-
แบคทีเรียและไวรัสบางชนิด (ในรุ่นที่มีระบบกรองละเอียดสูง)
ระบบกรองสมัยใหม่อย่าง RO (Reverse Osmosis) หรือ UF (Ultrafiltration) สามารถกรองได้ถึงระดับโมเลกุล ทำให้น้ำที่ผ่านเครื่องสะอาดใสเหมือนน้ำขวด พร้อมดื่มได้ทันที
เรียกได้ว่าเครื่องกรองน้ำคือ “ตัวกรองความมั่นใจ” ที่ช่วยให้คุณดื่มน้ำอย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องพึ่งน้ำดื่มแพ็คใหญ่จากร้านสะดวกซื้อทุกวันอีกต่อไป
เหตุผลที่ควรใช้เครื่องกรองน้ำ
-
สุขภาพดี เริ่มต้นจากน้ำสะอาด
น้ำคือสิ่งที่ร่างกายต้องใช้ทุกวัน ทั้งดื่ม อาบ และทำอาหาร การกรองน้ำให้สะอาดคือการลดภาระให้กับระบบขับของเสียของร่างกาย -
ลดสารเคมีตกค้าง
น้ำประปาในเมืองมักมีคลอรีนผสมเพื่อฆ่าเชื้อ แต่สารนี้เมื่อรับมากเกินไปก็อาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคือง เครื่องกรองน้ำจึงช่วยกรองออกก่อนถึงตัวเรา -
ประหยัดในระยะยาว
การซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดทุกเดือนอาจมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาทต่อปี แต่เครื่องกรองน้ำดี ๆ หนึ่งเครื่อง ใช้ได้หลายปี แค่เปลี่ยนไส้กรองตามรอบก็เพียงพอ -
เหมาะกับทุกคนในครอบครัว
เด็ก: ระบบภูมิคุ้มกันยังอ่อน ต้องการน้ำสะอาดปลอดภัย
ผู้ใหญ่: ต้องการดูแลสุขภาพและลดภาระสารเคมี
ผู้สูงอายุ: ควรเลี่ยงโลหะหนักที่อาจสะสมในร่างกาย
-
สะดวก และมั่นใจได้ทุกวัน
ไม่ต้องรอซื้อน้ำ ไม่ต้องแบกแพ็คใหญ่เข้าบ้าน ทุกหยดจากเครื่องกรองน้ำคือความสบายใจที่คุณสร้างได้เอง
วิธีเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำให้เหมาะกับบ้านคุณ
การเลือกเครื่องกรองน้ำไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากเข้าใจ “พื้นฐานของระบบกรอง” และ “ความต้องการของบ้านคุณ”
ต่อไปนี้คือแนวทางการเลือกเครื่องกรองน้ำที่ควรรู้:
1. รู้ก่อนว่า “น้ำในบ้านคุณเป็นแบบไหน”
-
น้ำประปา: มักมีกลิ่นคลอรีนและตะกอนเล็กน้อย เลือกเครื่องกรองแบบคาร์บอนหรือ UF ก็เพียงพอ
-
น้ำบาดาล: อาจมีตะกรัน โลหะหนัก และกลิ่นกำมะถัน ควรใช้ระบบ RO หรือเครื่องกรองหลายชั้น
-
น้ำจากถังเก็บ: อาจมีตะกอนสะสม เลือกเครื่องกรองที่มีไส้กรองตะกอนหยาบเป็นขั้นแรก
2. พิจารณาระบบกรอง
-
PP Filter (ตะกอนหยาบ) – กรองฝุ่น ทราย สนิม
-
Activated Carbon – ดูดซับกลิ่น คลอรีน และสารอินทรีย์
-
UF (Ultrafiltration) – กรองเชื้อโรคบางชนิด โดยไม่ต้องใช้ไฟ
-
RO (Reverse Osmosis) – กรองละเอียดสุดถึงระดับโมเลกุล เหมาะกับน้ำบาดาลหรือพื้นที่มีความเสี่ยงสูง
-
Mineral Filter – เติมแร่ธาตุให้รสน้ำนุ่มนวลเหมือนน้ำแร่ธรรมชาติ
3. ขนาดและพื้นที่ติดตั้ง
เลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ในครัวหรือห้องน้ำ หากบ้านมีพื้นที่จำกัด เครื่องกรองน้ำแบบตั้งโต๊ะหรือแขวนผนังจะสะดวกกว่า
4. การดูแลและเปลี่ยนไส้กรอง
ควรเลือกแบรนด์ที่มี อะไหล่หรือไส้กรองเปลี่ยนง่าย และมีศูนย์บริการในไทย
5. ดีไซน์และวัสดุ
ปัจจุบันเครื่องกรองน้ำดีไซน์สวยเหมาะกับครัวโมเดิร์น เช่น Philips, 3M, Simplus ที่ออกแบบให้ดูเรียบหรูและประหยัดพื้นที่
คำแนะนำเพิ่มเติม
-
อย่าลืม ล้างและเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด (โดยเฉลี่ยทุก 6–12 เดือน)
-
หากใช้เครื่องกรองแบบ RO ควรหมั่นตรวจสอบแรงดันน้ำและระบบไฟ
-
ควรตั้งเครื่องในที่ร่ม ไม่โดนแดดหรือความร้อนโดยตรง
-
เมื่อกลับจากการเดินทางยาว ควรปล่อยน้ำไหลทิ้ง 1–2 นาที ก่อนใช้งานครั้งแรก
5 เครื่องกรองน้ำที่เราแนะนำ
1. Philips Water ADD6910 เครื่องกรองน้ำดื่มตั้งโต๊ะ
เครื่องกรองน้ำดีไซน์พรีเมียมจาก Philips ที่โดดเด่นด้วยระบบกรอง RO 4 ขั้นตอน สามารถกรองได้ละเอียดถึงระดับ 0.0001 ไมครอน
น้ำที่ได้สะอาดดื่มได้ทันที มีฟังก์ชันน้ำร้อน–น้ำเย็น–น้ำอุณหภูมิห้องในเครื่องเดียว
เหมาะกับบ้านหรือออฟฟิศที่ต้องการทั้งความสะดวกและความปลอดภัย
จุดเด่น:
-
ระบบกรอง RO ขั้นสูง
-
มีฟังก์ชันอุ่น/เย็น
-
ดีไซน์หรู ประหยัดพื้นที่
2. Philips Water Purifier AUT1211 เครื่องกรองน้ำดื่มติดตั้งใต้ซิงก์
รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องกรองน้ำขนาดกะทัดรัด ไม่เปลืองพื้นที่
ระบบกรอง 3 ขั้นตอน ช่วยขจัดคลอรีน กลิ่น และสารตกค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก
จุดเด่น:
-
ระบบกรอง 3 ชั้น
-
ไม่มีถังพักน้ำ ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
-
ดีไซน์เรียบง่าย เหมาะกับครัวทุกแบบ
3. Rain เครื่องกรองน้ำดื่ม 5 ขั้นตอน รุ่น MX-05
เครื่องกรองน้ำที่คนไทยคุ้นเคยและไว้วางใจ ใช้ระบบกรอง 5 ชั้น ครอบคลุมการกำจัดตะกอน คลอรีน กลิ่น และแบคทีเรีย
เหมาะกับบ้านทั่วไปที่ต้องการน้ำดื่มสะอาดในราคาคุ้มค่า
จุดเด่น:
-
กรองครบ 5 ขั้นตอน
-
มีไส้กรองเปลี่ยนง่าย
-
เหมาะกับน้ำประปาทั่วไป
4. Simplus Water Ultrafiltration JSQH001
เครื่องกรองน้ำดีไซน์มินิมอลจากแบรนด์ Simplus
ใช้ระบบกรอง UF (Ultrafiltration) ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า กรองได้ละเอียดระดับ 0.01 ไมครอน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการน้ำสะอาดโดยไม่ต้องเสียค่าไฟหรือดูแลยุ่งยาก
จุดเด่น:
-
กรองละเอียดโดยไม่ใช้ไฟ
-
ดีไซน์เรียบสวย
-
เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก–กลาง
5. 3M เครื่องกรองน้ำดื่มตั้งโต๊ะ รุ่น Countertop, AP Easy Complete (DIY)
แบรนด์ระดับโลกที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีการกรอง
รุ่นนี้เหมาะกับคนเมืองที่ต้องการติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะผนัง
กรองได้ทั้งคลอรีน ตะกอน และกลิ่นรสที่ไม่พึงประสงค์
จุดเด่น:
-
ติดตั้งเองได้ (DIY)
-
ระบบกรองประสิทธิภาพสูง
-
ใช้งานง่าย ดูแลง่าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เครื่องกรองน้ำต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยไหม?
A: โดยทั่วไป ควรเปลี่ยนทุก 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้น้ำและคุณภาพน้ำในพื้นที่
Q: ใช้เครื่องกรองน้ำแล้วดื่มได้เลยไหม?
A: หากเป็นรุ่นที่ผ่านระบบกรองละเอียด เช่น RO หรือ UF สามารถดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องต้ม
Q: เครื่องกรองน้ำต้องใช้ไฟฟ้าทุกรุ่นไหม?
A: ไม่จำเป็น รุ่น UF หรือคาร์บอนทั่วไปไม่ต้องใช้ไฟ ส่วนรุ่น RO และแบบมีฟังก์ชันน้ำเย็น–น้ำร้อนจะใช้ไฟฟ้า
Q: น้ำกรองแล้วต้องต้มอีกไหม?
A: ถ้าเป็นเครื่องกรองมาตรฐานจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ไม่จำเป็นต้องต้ม
Q: ใช้กับน้ำบาดาลได้ไหม?
A: ใช้ได้ แต่อยู่ที่ระบบกรอง ควรเลือกแบบ RO หรือแบบกรองหลายขั้นตอน
สรุปท้ายบทความ
น้ำคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวัน และ “เครื่องกรองน้ำ” คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งในบ้านคุณ
มันไม่เพียงทำให้น้ำดื่มสะอาดขึ้น แต่ยังช่วยลดสารเคมี กลิ่น และโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในคอนโด บ้านเดี่ยว หรือออฟฟิศ การมีเครื่องกรองน้ำดี ๆ สักเครื่องคือการสร้าง “ความมั่นใจทุกหยด” ที่ไหลผ่านก๊อกน้ำของคุณ
💬 สุดท้าย อย่าลืมว่า “น้ำสะอาดไม่ใช่เรื่องฟลุค แต่เป็นเรื่องของการเลือก”
เลือกเครื่องกรองน้ำที่เหมาะกับบ้านคุณ แล้วสุขภาพดีจะตามมาอย่างยั่งยืน
ตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบรรณาธิการ



บทความเด่น
กรองน้ำตั้งโต๊ะ : ดื่มน้ำสะอาดได้ทุกที่ทุกเวลา
ZestHomeStyle
เหตุผลที่คุณควรมีเครื่องกรองน้ำติดบ้าน
Nick
เลิกจ่ายค่าน้ำทุกเดือน แล้วมารักษาสุขภาพด้วยน้ำกรองคุณภาพดี!
ZestOfficeSupplies
เครื่องกรองน้ำ 💧 ไอเทมที่บ้านต้องมี! รักษ์โลก แถมสุขภาพดีครบจบในตัว
Chanyanut.T(Baifern)
💧 เครื่องกรองน้ำหัวติดก็อก ผู้ช่วยเล็ก ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีทุกวัน
Chanyanut.T(Baifern)
💧 เหยือกกรองน้ำ Philips Water AWP2980WH: น้ำสะอาดเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า
SuthruthaiP.(Wine)
💧 น้ำสะอาด…หัวใจของสุขภาพดี และเครื่องกรองน้ำที่ตอบโจทย์ทุกบ้าน
SuthruthaiP.(Wine)
เครื่องกรองน้ำอัตโนมัติแบบกดดื่มได้ – ดื่มได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น สะดวกเหมือนมีคาเฟ่ส่วนตัวที่บ้าน
Atiwat.W(Moo)
คำถามที่พบบ่อย
Qเครื่องกรองน้ำต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยไหม?
โดยทั่วไป ควรเปลี่ยนทุก 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้น้ำและคุณภาพน้ำในพื้นที่
Qเครื่องกรองน้ำต้องใช้ไฟฟ้าทุกรุ่นไหม?
ไม่จำเป็น รุ่น UF หรือคาร์บอนทั่วไปไม่ต้องใช้ไฟ ส่วนรุ่น RO และแบบมีฟังก์ชันน้ำเย็น–น้ำร้อนจะใช้ไฟฟ้า
Qใช้เครื่องกรองน้ำแล้วดื่มได้เลยไหม?
หากเป็นรุ่นที่ผ่านระบบกรองละเอียด เช่น RO หรือ UF สามารถดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องต้ม
Qใช้กับน้ำบาดาลได้ไหม?
ใช้ได้ แต่อยู่ที่ระบบกรอง ควรเลือกแบบ RO หรือแบบกรองหลายขั้นตอน


