
Amazfit Smart Watch รุ่นไหนดี? พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
วิธีเลือก Amazfit Smart Watch
2025-12-18T06:03ZAmazfit Smart Watch รุ่นไหนดี? พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
ในยุคที่ Smart Watch ไม่ได้เป็นแค่ “นาฬิกาบอกเวลา” แต่กลายเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ประจำวัน การเลือกซื้อนาฬิกาอัจฉริยะที่เหมาะกับการใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญ หนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยคือ Amazfit ซึ่งโดดเด่นทั้งด้านฟีเจอร์ ราคา และความหลากหลายของรุ่น
บทความนี้จาก Zestbuy จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า**Amazfit Smart Watch รุ่นไหนดี
เหมาะกับใคร และควรเลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ทั้งการออกกำลังกาย สุขภาพ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Amazfit คืออะไร และทำไมนาฬิกา Smart Watch แบรนด์นี้ถึงคุ้มค่า
Amazfit คืออะไร
Amazfit เป็นแบรนด์ Smart Watch และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะในเครือของ Zepp Health (เดิมคือ Huami) ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีกับ Xiaomi มายาวนาน ทำให้ Amazfit มีจุดแข็งด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ การวัดสุขภาพ และการตั้งราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับแบรนด์ระดับพรีเมียมอื่น ๆ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Amazfit ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการ Smart Watch ฟีเจอร์ครบ แต่ราคาไม่แรง
จุดเด่นของ Amazfit: ฟีเจอร์ครบ ราคาเข้าถึงง่าย
เหตุผลที่หลายคนเลือก นาฬิกา Amazfit มีดังนี้
-
ฟีเจอร์สุขภาพครบถ้วน
-
วัดอัตราการเต้นหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง
-
วัดค่า SpO₂ (ออกซิเจนในเลือด)
-
ติดตามการนอนหลับ (Sleep Tracking)
-
วิเคราะห์ความเครียด และคุณภาพการพักผ่อน
-
-
โหมดออกกำลังกายหลากหลาย
-
รองรับกีฬาหลายสิบถึงหลายร้อยประเภท ขึ้นอยู่กับรุ่น
-
มี GPS ในตัวสำหรับวิ่ง ปั่นจักรยาน เดินป่า
-
-
แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นาน
-
หลายรุ่นใช้งานได้ 7–14 วัน หรือมากกว่านั้น
-
เหมาะกับคนที่ไม่อยากชาร์จแบตทุกวัน
-
-
ราคาเหมาะสม คุ้มค่า
-
เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ราคาของ Amazfit ถือว่าเข้าถึงง่าย
-
เหมาะทั้งผู้เริ่มต้นใช้ Smart Watch และผู้ใช้จริงจัง
-
ทั้งหมดนี้ทำให้ Amazfit กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนที่มองหา Smart Watch ราคาคุ้มค่า ใช้งานได้จริง
ความหลากหลายของรุ่น: สายลุย – สายสุขภาพ – สายใช้งานทั่วไป
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Amazfit คือ มีรุ่นให้เลือกหลากหลายมาก ครอบคลุมไลฟ์สไตล์แทบทุกแบบ เช่น
-
สายลุย / ผจญภัย
-
เช่น Amazfit T-Rex Series
-
เน้นความแข็งแรง ทนทาน กันกระแทก กันน้ำระดับสูง
-
-
สายสุขภาพ / ไลฟ์สไตล์
-
เช่น Amazfit Active Series
-
ดีไซน์สวย ฟีเจอร์สุขภาพครบ ใช้ได้ทั้งทำงานและออกกำลังกาย
-
-
สายใช้งานทั่วไป / งบประหยัด
-
เช่น Amazfit Bip Series
-
น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่
-
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่ง นักเดินป่า คนทำงานออฟฟิศ หรือผู้สูงอายุ Amazfit ก็มีรุ่นที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม
ภาพรวมการใช้งาน: ออกกำลังกาย สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ประจำวัน
Amazfit Smart Watch ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น
-
แจ้งเตือนสายเรียกเข้า ข้อความ และแอปต่าง ๆ
-
ควบคุมเพลงจากข้อมือ
-
ดูสภาพอากาศ ปฏิทิน และกิจกรรมรายวัน
-
ใช้เป็นตัวช่วยสร้างวินัยในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ
ด้วยแอป Zepp App ที่ใช้งานง่าย ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพย้อนหลัง วิเคราะห์สถิติ และตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายได้อย่างละเอียด
Amazfit รุ่นยอดนิยมแต่ละแบบ เหมาะกับใคร
เมื่อพูดถึงคำถามยอดฮิตอย่าง
“Amazfit รุ่นไหนดี?”
คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคน โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันมีดังนี้
Amazfit T-Rex 3: สายลุย กลางแจ้ง แข็งแรง ทนทาน
Amazfit T-Rex 3 เป็น Smart Watch ที่ออกแบบมาเพื่อสายลุยโดยเฉพาะ เหมาะกับผู้ที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินป่า วิ่งเทรล ปีนเขา หรือกีฬาที่ต้องการความอึดของอุปกรณ์
จุดเด่นของ T-Rex 3
-
ตัวเรือนแข็งแรง ผ่านมาตรฐานความทนทานระดับทหาร
-
กันน้ำลึก เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ
-
GPS แม่นยำ รองรับเส้นทางกลางแจ้ง
-
แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นานหลายวัน
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Smart Watch สายลุย ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการกระแทกหรือสภาพแวดล้อม
Amazfit Bip 5 / Bip 6: น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ราคาดี
หากคุณกำลังมองหา **Smart Watch ราคาคุ้มค่า ใช้งานง่าย
Amazfit Bip 5 และ Bip 6 ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยม
จุดเด่นของ Bip Series
-
น้ำหนักเบามาก ใส่สบายตลอดวัน
-
หน้าจอขนาดใหญ่ ดูข้อมูลชัดเจน
-
ฟีเจอร์พื้นฐานครบ เช่น วัดหัวใจ นอนหลับ ก้าวเดิน
-
ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น
เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงานทั่วไป หรือผู้ที่ต้องการ Smart Watch ไว้ใช้งานประจำวันโดยไม่ต้องการฟีเจอร์ซับซ้อน
Amazfit Active 2: ดีไซน์สวย ฟีเจอร์สุขภาพครบ ใช้ได้ทั้งทำงานและกีฬา
Amazfit Active 2 เป็นรุ่นที่เน้นความสมดุลระหว่างดีไซน์และฟีเจอร์ เหมาะกับคนที่ต้องการนาฬิกาที่ดูสุภาพ ใส่ทำงานได้ แต่ยังรองรับการออกกำลังกายจริงจัง
จุดเด่นของ Active 2
-
ดีไซน์บาง เบา ดูพรีเมียม
-
ฟีเจอร์สุขภาพครบถ้วน
-
รองรับโหมดกีฬาและ GPS
-
ใช้งานร่วมกับ Zepp App ได้อย่างละเอียด
เหมาะกับคนทำงาน สายสุขภาพ หรือผู้ที่ต้องการ Smart Watch เครื่องเดียวจบ สำหรับทุกกิจกรรม
นาฬิกา Amazfit สำหรับคนทั่วไป: คุ้มค่า ใช้งานได้รอบด้าน
หากคุณไม่ได้มีความต้องการเฉพาะทางมากนัก Amazfit หลายรุ่นถูกออกแบบมาให้ ใช้งานได้รอบด้าน ทั้งสุขภาพ การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์
-
ใช้ติดตามกิจกรรมประจำวัน
-
ช่วยสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย
-
ดูข้อมูลสุขภาพได้แบบเรียลไทม์
นี่คือเหตุผลที่ Amazfit เป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้หลากหลายกลุ่มอย่างแท้จริง
ฟีเจอร์ที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อนาฬิกา Smart Watch Amazfit
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ Amazfit Smart Watch รุ่นไหนดี สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจฟีเจอร์หลักที่มีผลต่อการใช้งานจริง เพราะแม้แต่ละรุ่นจะมีราคาต่างกัน แต่จุดเด่นของ Amazfit คือให้ฟีเจอร์มา “เกินราคา” เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นในตลาด
โหมดออกกำลังกาย, GPS และการติดตามสุขภาพ
หนึ่งในเหตุผลหลักที่ผู้ใช้เลือก นาฬิกา Amazfit คือความสามารถด้านการออกกำลังกายและสุขภาพ
ฟีเจอร์ด้านกีฬา
-
รองรับโหมดออกกำลังกายตั้งแต่หลักสิบ ไปจนถึงหลักร้อยโหมด (ขึ้นกับรุ่น)
-
ครอบคลุมทั้ง
-
วิ่ง
-
เดิน
-
ปั่นจักรยาน
-
ว่ายน้ำ
-
เทรนนิ่ง
-
โยคะ
-
กีฬา Outdoor เช่น Hiking / Trail Running
-
GPS ในตัว
-
รุ่นกลางขึ้นไป เช่น Active และ T-Rex จะมี GPS ในตัว
-
ช่วยบันทึกเส้นทาง ความเร็ว ระยะทาง และ Pace ได้แม่นยำ
-
เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายนอกอาคารโดยไม่ต้องพกมือถือ
การติดตามสุขภาพ
-
วัดอัตราการเต้นหัวใจ 24 ชม.
-
วัดค่า SpO₂ (ระดับออกซิเจนในเลือด)
-
ตรวจจับความเครียด
-
ติดตามรอบเดือน (สำหรับผู้หญิง)
ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Amazfit เป็น Smart Watch ที่ตอบโจทย์ทั้งสายออกกำลังกายและสายสุขภาพอย่างแท้จริง
แบตเตอรี่นานแค่ไหน ใช้งานจริงเป็นอย่างไร
อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ Amazfit ได้รับความนิยมคือ แบตเตอรี่อึด
-
รุ่นเริ่มต้นอย่าง Bip ใช้งานได้ประมาณ 7–10 วัน
-
รุ่นกลาง–สูง เช่น Active, T-Rex ใช้งานได้ 10–20 วัน (ขึ้นกับการใช้งาน GPS)
-
ลดปัญหาการชาร์จบ่อย เหมาะกับคนที่ไม่อยากพกสายชาร์จตลอดเวลา
เมื่อเทียบกับ Smart Watch บางแบรนด์ที่ต้องชาร์จทุกวัน Amazfit จึงเหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากกว่า
ความแม่นยำของการวัดค่า เช่น อัตราการเต้นหัวใจ และการนอนหลับ
Amazfit ใช้เซนเซอร์ที่พัฒนาโดย Zepp Health ซึ่งเน้นเรื่องความแม่นยำและการเก็บข้อมูลต่อเนื่อง
-
วัดอัตราการเต้นหัวใจได้แม่นในระดับใช้งานจริง
-
วิเคราะห์การนอนหลับแบบละเอียด
-
หลับตื้น
-
หลับลึก
-
REM
-
งีบระหว่างวัน
-
ข้อมูลทั้งหมดจะแสดงผ่าน Zepp App ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพรวมสุขภาพของตัวเองได้ชัดเจน และนำไปปรับพฤติกรรมได้จริง
ความทนทาน น้ำหนัก และความสบายขณะสวมใส่
Smart Watch ที่ดีควรใส่สบายตลอดวัน และ Amazfit ให้ความสำคัญกับจุดนี้มาก
-
น้ำหนักเบา โดยเฉพาะรุ่น Bip และ Active
-
วัสดุทนทาน รุ่น T-Rex ออกแบบมาให้ใช้งานหนัก
-
กันน้ำ รองรับการใส่ว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือออกกำลังกายเหงื่อเยอะ
ทำให้ Amazfit เหมาะกับการใส่ทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน
เคล็ดลับเลือก Amazfit ให้เหมาะกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์
หากยังลังเลว่า Amazfit รุ่นไหนดี ลองเลือกตามงบประมาณและลักษณะการใช้งานดังนี้
งบน้อย: เน้นรุ่น Amazfit Bip 5 / Bip 6
เหมาะสำหรับ:
-
ผู้เริ่มต้นใช้ Smart Watch
-
นักเรียน นักศึกษา
-
คนที่ต้องการนาฬิกาใส่ทุกวัน
จุดเด่น:
-
ราคาเข้าถึงง่าย
-
ฟีเจอร์พื้นฐานครบ
-
ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
งบกลาง – สายสุขภาพ: Amazfit Active 2
เหมาะสำหรับ:
-
คนทำงาน
-
สายสุขภาพ
-
คนที่อยากได้ Smart Watch เครื่องเดียวจบ
จุดเด่น:
-
ดีไซน์สวย ใส่ทำงานได้
-
ฟีเจอร์สุขภาพครบ
-
มี GPS และโหมดกีฬาเพียงพอ
สายผจญภัย – ลุยหนัก: Amazfit T-Rex 3
เหมาะสำหรับ:
-
นักวิ่งเทรล
-
นักเดินป่า
-
สาย Outdoor
จุดเด่น:
-
แข็งแรง ทนทาน
-
GPS แม่น
-
แบตเตอรี่อึด
-
รองรับสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน
ต้องการข้อมูลออกกำลังกายละเอียด: ใช้คู่กับ Amazfit Helio Strap
สำหรับคนที่จริงจังเรื่องข้อมูลสุขภาพ สามารถใช้งาน Amazfit Helio Strap ร่วมกับ Smart Watch เพื่อ:
-
เก็บข้อมูลเชิงลึก
-
วิเคราะห์การฟื้นตัวของร่างกาย
-
เหมาะกับนักกีฬาและสาย Performance
สรุป: Amazfit Smart Watch รุ่นไหนดี เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า
หากสรุปแบบเข้าใจง่าย:
-
สายลุย / Outdoor → Amazfit T-Rex
-
ใช้งานประจำวัน / งบประหยัด → Amazfit Bip
-
สายสุขภาพ / ทำงาน + กีฬา → Amazfit Active
เหตุผลที่ Amazfit Smart Watch ได้รับความนิยมคือ
-
ฟีเจอร์ครบ
-
ใช้งานง่าย
-
แอปเสถียร
-
ราคาไม่แรง
จึงเหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ใช้จริงจังที่ต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว
ตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบรรณาธิการ


![[Hot Item] Amazfit T-Rex 3 48mm GPS นำทาง ดาวเทียม 6 ดวง กันน้ำ 10ATM ใช้ได้อุณหภูมิ -30 องศา](https://img.zestbuy.co.th/7150585901524443217/8a1d3e0282e85ab2247f10f27449ec35.png?x-image-process=image/resize,m_pad,w_200,h_200,color_333333,limit_0/format,webp/imageslim/marker,u_plus)
บทความเด่น
🔥⌚️ "อัพเกรดสุขภาพด้วย Smart Watch ดีไซน์ล้ำ!"
ZestElectronicsWorld
สมาร์ทวอทช์สำหรับกีฬา: เป็นมากกว่าตัวจัดการสุขภาพ
SuthruthaiP.(Wine)
แนะนำการซื้อนาฬิกา Smart Watch สุดฮิตบนช้อปปี้ : ผู้ช่วยอัจฉริยะบนข้อมือ
Atiwat.W(Moo)
สมาร์ทวอทช์ กับ นาฬิกาข้อมือธรรมดา เลือกแบบไหนดี?
Ta(Phanuphong.Taptimthong)
Apple Watch SE 3 น่าใช้อยู่ไหมในปี 2025 ?
Ta(Phanuphong.Taptimthong)
คำถามที่พบบ่อย
QAmazfit Smart Watch รุ่นไหนดี สำหรับคนใช้งานทั่วไป?
หากใช้งานในชีวิตประจำวัน แนะนำ Amazfit Bip 5 หรือ Bip 6 เพราะน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ฟีเจอร์ครบ และราคาคุ้มค่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น
QAmazfit เหมาะกับการออกกำลังกายจริงจังหรือไม่?
เหมาะมาก โดยเฉพาะรุ่น Amazfit Active 2 และ Amazfit T-Rex 3 ที่มี GPS ในตัว โหมดกีฬาเยอะ และติดตามสุขภาพได้ละเอียด
Qนาฬิกา Amazfit แบตเตอรี่อึดแค่ไหน?
ส่วนใหญ่ใช้งานได้ประมาณ 7–20 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้ GPS ถือว่าอึดกว่าสมาร์ตวอทช์หลายแบรนด์ในระดับราคาเดียวกัน



