Apple Watch SE 3 น่าใช้อยู่ไหมในปี 2025 ?

ต่อจากบทความที่แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่จุใจกับการรีวิว วันนี้ผมเลยมาจัดเต็มให้กันอีกสักรอบกับเจ้าตัว
"Apple Watch SE 3"
ลองนึกภาพตอนคุณกำลังมองหานาฬิกาอัจฉริยะสักเรือน บางคนอยากได้ไว้ดูเวลาและสุขภาพ บางคนอยากได้ไว้เตือนแจ้งเตือนจากมือถือโดยไม่ต้องหยิบออกจากกระเป๋า แต่พอเปิดดูราคาของรุ่นใหม่ ๆ อย่าง Apple Watch Series 10 หรือ Series 11 ก็ต้องถอนหายใจเบา ๆ เพราะราคาชวนคิดหนักอยู่เหมือนกัน แล้วสายตาก็อาจจะไปสะดุดเข้ากับ “Apple Watch SE 3” ที่วางอยู่ข้าง ๆ หน้าตาเรียบหรู สเปกดี ราคาเบากว่า แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แบบนี้ มันยังน่าใช้อยู่ไหม?
ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เคยใช้ทั้งรุ่นท็อปและรุ่น SE มาก่อน ต้องบอกเลยว่าความรู้สึกในการใช้งานจริงมันต่างกันในบางจุด แต่ก็มีหลายเรื่องที่ SE 3 ทำได้ดีเกินคาด จนบางครั้งก็แอบคิดว่า “ถ้าไม่ใช่คนที่ต้องการฟังก์ชันสุขภาพระดับสูงสุดจริง ๆ SE 3 ก็แทบจะเพียงพอสำหรับชีวิตประจำวันแล้ว”
ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาดูกันให้ชัดว่า Apple Watch SE 3 ในปี 2025 ยังคุ้มค่าพอที่จะซื้อหรือเปล่า ทั้งในแง่ของราคา ประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ และความเหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละแบบ
Apple Watch SE 3 คืออะไร?
Apple Watch SE 3 เป็นรุ่น “กลาง” ของตระกูลสมาร์ทวอทช์จาก Apple ที่ถูกวางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างรุ่นท็อปอย่าง Series 10–11 และรุ่นเก่าที่เลิกผลิตไปแล้ว จุดเด่นของซีรีส์ SE คือ “ความคุ้มค่า” เพราะแม้จะไม่ได้มีทุกฟีเจอร์เหมือนรุ่นท็อป แต่ก็รวมความสามารถที่คนทั่วไปใช้บ่อยที่สุดเอาไว้ครบ เช่น การวัดอัตราการเต้นหัวใจ, การติดตามการออกกำลังกาย, ระบบแจ้งเตือนสุขภาพพื้นฐาน, การโทร–ตอบข้อความ และการใช้งานแอปต่าง ๆ ได้เหมือนกับ Apple Watch รุ่นอื่น ๆ
ทำไม Apple Watch SE 3 ถึงยังน่าใช้
1. ราคาเข้าถึงง่ายกว่ามาก
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ SE 3 ยังเป็นรุ่นยอดนิยมก็คือ “ราคา” เพราะในขณะที่รุ่น Series 11 ราคาทะลุหมื่นกลางไปถึงสองหมื่น แต่ SE 3 ยังอยู่ในช่วงราคาประมาณ 9,000–12,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและรุ่น GPS หรือ Cellular
สำหรับใครที่ต้องการสมาร์ทวอทช์จาก Apple สักเรือนโดยไม่อยากจ่ายเกินจำเป็น SE 3 ถือว่า “สมเหตุสมผล” อย่างมาก เพราะได้ดีไซน์ที่เหมือนรุ่นท็อป ใช้งานได้กับ iPhone ทุกเครื่อง และมีระบบหลักเหมือนกันทั้งหมด
2. ประสิทธิภาพยังลื่น ไม่ตกยุค
แม้จะผ่านมา 2 ปี แต่ชิป S8 ที่อยู่ใน SE 3 ยังให้ประสิทธิภาพที่ดีมากพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอป ฟังเพลงผ่าน Apple Music หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง AirPods ทุกอย่างยังทำงานได้ลื่นไหล
ผมลองเทียบความเร็วเปิดแอปกับ Series 9 พบว่าต่างกันเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ซึ่งสำหรับผู้ใช้ทั่วไปแทบจะไม่รู้สึกถึงความต่างเลย
3. ดีไซน์เรียบหรูและเบาใส่สบาย
Apple Watch SE 3 ใช้ดีไซน์แบบเดียวกับ Series 8 ทำให้หน้าตายังคงดูทันสมัย ไม่ตกยุคแม้จะผ่านมาถึงปี 2025 ตัวเรือนอะลูมิเนียมมีให้เลือกหลายสี น้ำหนักเบา สวมใส่สบายตลอดวัน โดยเฉพาะเวลานอนหรือตอนออกกำลังกาย
นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนสายได้เหมือนรุ่นอื่น ๆ ซึ่งเป็นจุดที่คนใช้ Apple Watch ชอบมาก เพราะสามารถเปลี่ยนลุคได้ตลอดเวลา ทั้งลุคทำงาน ลุคสปอร์ต หรือแม้แต่สายหนังแบบพรีเมียม
4. ฟีเจอร์สุขภาพพื้นฐานครบ
แม้จะไม่มีเซ็นเซอร์ ECG (คลื่นไฟฟ้าหัวใจ) หรือการวัดออกซิเจนในเลือดแบบรุ่นท็อป แต่ในชีวิตจริง ฟีเจอร์เหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องใช้บ่อย
สิ่งที่ SE 3 ให้มาและเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่คือ
-
การวัดอัตราการเต้นหัวใจตลอดวัน
-
การแจ้งเตือนหัวใจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป
-
การติดตามการนอน
-
การตรวจจับการล้ม (Fall Detection)
-
การติดตามการออกกำลังกายหลายประเภท
สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการรู้ว่าเดินไปกี่ก้าว เผาผลาญแคลอรีเท่าไร หรือต้องการให้มีคนช่วยเตือนให้ลุกเดินบ้างเมื่อทำงานนาน ๆ SE 3 ก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่มีขาด
5. รองรับระบบปฏิบัติการใหม่
ในปี 2025 Apple Watch SE 3 ยังรองรับ watchOS 11 ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Smart Stack ที่จัดวิดเจ็ตได้สะดวกขึ้น, การปรับแต่งหน้าปัดที่อิงพฤติกรรมผู้ใช้, และระบบติดตามสุขภาพที่ละเอียดขึ้นกว่าเดิม
นี่คือข้อดีของ Apple ที่ยังให้การอัปเดตซอฟต์แวร์กับรุ่นเก่าหลายปี ทำให้ SE 3 ไม่รู้สึก “ตกขบวน” แม้จะเปิดตัวมาสองปีแล้วก็ตาม
Apple Watch SE 3 เหมาะกับใคร?
Apple Watch SE 3 ไม่ใช่รุ่นสำหรับทุกคน แต่เป็นรุ่นที่ “คุ้มที่สุด” สำหรับกลุ่มผู้ใช้บางกลุ่ม ได้แก่
-
มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้สมาร์ทวอทช์
ถ้าคุณไม่เคยใช้ Apple Watch มาก่อน และอยากเริ่มต้นในราคาที่สมเหตุสมผล SE 3 คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะใช้งานง่าย เข้าใจเร็ว และไม่ซับซ้อน
-
คนที่ใช้เพื่อสุขภาพทั่วไป
สำหรับคนที่อยากติดตามการนอน การเดิน การเผาผลาญพลังงาน หรือการเตือนให้ขยับตัว SE 3 ก็เพียงพอแล้ว
-
นักเรียน–นักศึกษา หรือคนทำงานที่เน้นการแจ้งเตือน
SE 3 สามารถรับสาย ตอบข้อความ และควบคุมเพลงได้โดยตรงจากข้อมือ ช่วยให้ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์บ่อย ๆ เหมาะกับคนที่อยากโฟกัสกับงานหรือเรียน
-
คนที่ต้องการ Apple Watch ในราคาประหยัด
ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจ่ายแพงเพื่อฟีเจอร์ระดับโปร SE 3 คือทางเลือกที่ให้ “สมดุล” ระหว่างราคาและประสบการณ์การใช้งาน
เคล็ดลับการใช้งานให้คุ้มค่าในปี 2025
-
อัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ
Apple มักเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ผ่านการอัปเดต ดังนั้นอย่าลืมอัปเดต watchOS ทุกครั้งเพื่อให้ได้ประสบการณ์เต็มที่
-
ตั้งค่าหน้าปัดให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน
หากใช้เพื่อทำงาน ลองเลือกหน้าปัดที่แสดงปฏิทินและข้อความ แต่ถ้าใช้เพื่อออกกำลังกาย เลือกหน้าปัดที่มีข้อมูลแคลอรีและอัตราการเต้นหัวใจ
-
เปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่เมื่อจำเป็น
แม้ SE 3 จะมีแบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 18 ชั่วโมง แต่ถ้าเปิดโหมด Low Power จะสามารถยืดได้ถึงเกือบ 2 วัน ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่เดินทางบ่อย
-
ใช้ร่วมกับแอปสุขภาพบน iPhone
แอป Health บน iPhone สามารถรวบรวมข้อมูลจาก Apple Watch ได้ละเอียดมาก เช่น การนอน การเผาผลาญพลังงาน หรือการเคลื่อนไหวรายวัน เหมาะสำหรับคนที่อยากดูแนวโน้มสุขภาพตัวเอง
-
เปลี่ยนสายให้เหมาะกับกิจกรรม
อย่ามองข้ามเรื่องนี้ เพราะสายซิลิโคนจะเหมาะกับออกกำลังกาย ส่วนสายไนลอนหรือหนังจะเหมาะกับใส่ไปทำงาน เพิ่มความสบายและความทนทานในการใช้งานระยะยาว
จุดที่อาจไม่เหมาะกับบางคน
แม้ SE 3 จะคุ้มค่ามาก แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ควรพิจารณา เช่น
-
ไม่มีเซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด (SpO2) และ ECG
-
หน้าจอไม่เป็น Always-On Display แบบรุ่นท็อป
-
วัสดุตัวเรือนเป็นอะลูมิเนียมเท่านั้น ไม่มีรุ่นสแตนเลส
-
แบตเตอรี่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “กลาง ๆ”
ดังนั้น ถ้าคุณเป็นสายสุขภาพจริงจัง หรือต้องการนาฬิกาที่ดูหรูพรีเมียมเป็นแฟชั่นไอเทม อาจต้องมองไปที่รุ่น Series 10 หรือ 11 ที่มีฟีเจอร์และวัสดุดีกว่า
สรุป Apple Watch SE 3
คำตอบคือ “น่าใช้มาก” ถ้าคุณต้องการสมาร์ทวอทช์ที่ครบ ใช้งานง่าย และคุ้มค่ากับราคา โดยเฉพาะในยุคที่ราคาของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ Apple Watch SE 3 ยังคงเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด
ผมเชื่อว่าความ “พอดี” ของ SE 3 คือจุดแข็งที่สุด มันไม่ได้หวือหวาเหมือนรุ่นโปร แต่ก็ไม่ตกรุ่น ไม่ช้า ไม่แพงจนเกินไป และยังคงเชื่อมต่อกับระบบนิเวศของ Apple ได้ครบถ้วน
ในปี 2025 นี้ หากคุณต้องการสมาร์ทวอทช์ที่ไว้ใจได้ ดูดี และไม่ทำให้กระเป๋าเบาเกินไป Apple Watch SE 3 “คุ้มและลงตัว” อย่างแท้จริง
แนะนำสำหรับคุณ
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
Bluetooth Earphone|ปลดปล่อยตัวเองจากข้อจำกัด: พร้อมฟังเสียงที่ไร้ขอบเขตในทุกการเดินทาง
เปิดโลกบ้านอัจฉริยะกับ Xiaomi
การเลือกซื้อเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า: เพื่อการโกนหนวดที่สะดวก ง่าย และดีกว่าที่เคย
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต


