เวทีนานาชาติที่ยกระดับบทบาทไทย
Pet Fair Southeast Asia 2026 คืองานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงนานาชาติ ที่เชื่อมผู้ผลิต ผู้ส่งออก เจ้าของแบรนด์ ผู้จัดจำหน่าย และผู้ซื้อจากหลายประเทศไว้บนเวทีเดียว งานครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 ณ ฮอลล์ 98–100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ร่วมกับ Globus Events Limited จุดเด่นไม่ใช่เพียงขนาดของงาน แต่คือการวางประเทศไทยให้เป็นจุดนัดพบทางการค้าของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงนานาชาติ และเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคกับผู้ซื้อทั่วโลก ปีนี้มีผู้แสดงสินค้าประมาณ 450 บริษัทจาก 35 ประเทศ โดยราว 70% มาจากต่างประเทศ และตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมกลุ่มธุรกิจกว่า 12,500 คนจากมากกว่า 80 ประเทศ ตัวเลขเหล่านี้ทำให้งานมีน้ำหนักในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจ ไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงสินค้า

อาหาร โภชนาการ และนวัตกรรมที่กำลังมา
การแสดงสินค้าอาหารสัตว์ในงานครอบคลุมตั้งแต่อาหาร ขนม และผลิตภัณฑ์โภชนาการ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพและสุขอนามัย อุปกรณ์ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ความหลากหลายนี้ทำให้ผู้ซื้อเห็นภาพห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ พร้อมเปรียบเทียบแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์และมองหาพันธมิตรได้ในที่เดียว สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการให้พื้นที่กับเทรนด์ตลาดและสูตรอาหารสัตว์เลี้ยงที่กำลังเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ด้านโภชนาการ เทคโนโลยีการผลิต หรือแนวคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ งานยังจัดเวที Petfood Extrusion & Nutrition Conference เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกระบวนการผลิตและนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึง Pet Innovators Pitch สำหรับนำเสนอผลิตภัณฑ์และแนวคิดธุรกิจใหม่ การเชื่อมสินค้าเข้ากับความรู้เช่นนี้สำคัญ เพราะช่วยให้การจัดแสดงไม่ได้หยุดอยู่ที่การแนะนำของใหม่ แต่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าใจทิศทางของตลาดสัตว์เลี้ยงโลกด้วย

โอกาสส่งออกที่ผู้ผลิตไทยควรใช้ให้เต็มที่
สำหรับผู้ผลิตไทย งานนี้มีคุณค่าตรงการพาศักยภาพด้านการผลิต มาตรฐาน และนวัตกรรมไปพบผู้ซื้อจากต่างประเทศโดยตรง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2568 เติบโต 8.15% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขการเติบโตสะท้อนว่าผู้ประกอบการมีฐานการผลิตที่แข่งขันได้ แต่การรับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ปลายทางที่ดีที่สุด งานนี้จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ทดลองต่อยอดจากการผลิตให้แบรนด์อื่นไปสู่การสร้างแบรนด์และสินค้ามูลค่าสูง พร้อมพบผู้จัดจำหน่ายและคู่ค้ารายใหม่ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจช่วยให้การพบปะมีเป้าหมายชัดกว่าการเดินชมบูธทั่วไป ขณะที่การสนับสนุนให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศและใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีก็เป็นอีกแรงส่งที่ช่วยให้ผู้ผลิตไทยวางแผนขยายตลาดได้ งานจึงจะสร้างผลลัพธ์ได้จริงเมื่อผู้ประกอบการใช้เวทีนี้เริ่มบทสนทนาทางธุรกิจที่ต่อเนื่องหลังงานจบ

ข้อสรุป: จากงานแสดงสู่ประตูตลาดโลก
Pet Fair Southeast Asia 2026 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีโอกาสเป็นมากกว่าสถานที่จัดงาน แต่สามารถทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมผู้ผลิต แบรนด์ ผู้ส่งออก และผู้ซื้อในตลาดสัตว์เลี้ยงโลกได้จริง การรวบรวมผู้แสดงสินค้าจาก 35 ประเทศ พร้อมสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ทั้งผู้ซื้อที่กำลังค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่และผู้ผลิตที่มองหาตลาดส่งออกมีเหตุผลชัดเจนในการเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม คุณค่าของเวทีการค้าไม่ได้วัดจากจำนวนบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเปลี่ยนการพบปะให้เป็นคำสั่งซื้อ ความร่วมมือ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้เลี้ยงสัตว์ในแต่ละตลาด สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือจังหวะสำคัญในการยกระดับจากผู้ผลิตไปสู่เจ้าของแบรนด์ที่แข่งขันได้ในระดับสากล ส่วนผู้ซื้อก็ได้เห็นนวัตกรรมอาหาร โภชนาการ และการดูแลสัตว์เลี้ยงในพื้นที่เดียว สรุปแล้ว งานนี้เป็นแพลตฟอร์มที่ควรใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าและวางก้าวถัดไป ไม่ใช่เพียงนำสินค้าไปตั้งแสดง







