ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เวลเนสพรีเมียม เกมรุกใหม่ของเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

เวลเนสพรีเมียม เกมรุกใหม่ของเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เวลเนสทัวริซึมคืออะไร และทำไมกลายเป็นลักชัวรีใหม่

การท่องเที่ยวเชิงเวลเนสคือการเดินทางที่ผสมผสานการพักผ่อน การดูแลสุขภาพกายใจ และประสบการณ์เชิงป้องกันสุขภาพเข้าด้วยกัน นักเดินทางไม่ได้มองหาเพียงสถานที่สวยงามหรืออาหารอร่อย แต่ต้องการโปรแกรมที่ช่วยนอนหลับดีขึ้น ฟื้นฟูร่างกาย เสริมสมดุลอารมณ์ และสร้างไลฟ์สไตล์ยั่งยืน การท่องเที่ยวรูปแบบนี้จึงยึดแนวคิดการดูแลตนเองตั้งแต่โภชนาการ กิจกรรมทางกาย ไปจนถึงสุขภาวะทางจิตวิญญาณ เชื่อมโยงธรรมชาติ ชุมชน และเทคโนโลยีสุขภาพเข้าไว้ในทริปเดียว การมองว่า Wellness is the New Luxury ไม่ได้เป็นแค่คำโก้เก๋ แต่สะท้อนพฤติกรรมจริงของคนรุ่นใหม่ที่เอาคะแนนการนอน สถานะสมาร์ทวอทช์ และกิจกรรมฟื้นฟูร่างกายมาแทนการอวดกระเป๋าใบใหม่ แนวโน้มนี้ทำให้ wellness economy growth พุ่งต่อเนื่อง และเมืองท่องเที่ยวที่เคยพึ่งแต่นักท่องเที่ยวปริมาณมากต้องหันมาออกแบบ high-value travel destinations ที่เน้นคุณภาพและความหมายมากกว่าตัวเลขผู้เข้าพัก

เวลเนสพรีเมียม เกมรุกใหม่ของเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

กลยุทธ์ Value over Volume และกรอบสี่ยุทธศาสตร์เวลเนส

เมื่อรัฐบาลกำหนด Tourism & Wellness Hub เป็นเป้าหมายเศรษฐกิจ การเดินเกมท่องเที่ยวจึงเปลี่ยนจากแข่งตัวเลขนักเดินทาง มาสร้างรายได้มูลค่าสูงภายใต้หลักการ Value over Volume แก่นคิดนี้พาไปสู่กรอบยุทธศาสตร์สี่ย柱ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ได้แก่ หนึ่ง ระบบนิเวศ wellness tourism Thailand ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สอง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพหรือ Wellness Real Estate ที่ออกแบบด้วยแนวคิด Biophilic Design สร้างพื้นที่สีเขียวและโซนออกกำลังกายเพื่อสุขภาวะครบมิติ สาม การยกระดับบริการสปา บ่อน้ำพุร้อน และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้กลายเป็น luxury health retreats จริง ไม่ใช่แค่สปาแบบเดิม และสี่ การเสริมจุดแข็งด้านสุขภาวะจิตวิญญาณ เช่น สมาธิ การอาบป่า และการบำบัดด้วยธรรมชาติ ซึ่งถูกผลักดันให้เข้าไปอยู่ในระบบสุขภาพเชิงป้องกันของประชาชนด้วย แนวทางนี้ชี้ชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่เป็นจุดหมายพักผ่อน แต่คือการเป็น Sanctuary of the World สำหรับคนรักสุขภาพ

รีสอร์ตหรูสีเขียว โมเดลเวลเนสที่จับทั้งตลาดบนและสิ่งแวดล้อม

การพูดถึง sustainable resort experiences จะเป็นแค่คำสวยหรูไม่ได้อีกต่อไป รีสอร์ตพรีเมียมต้องพิสูจน์ผ่านการออกแบบพื้นที่และบริการจริง ตัวอย่างเด่นคือโครงการ JW Garden ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่พัฒนาเป็นสวนอินทรีย์แบบ Full Farm ใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐอเมริกาในเครือแบรนด์ ภายในมีแปลงเกษตรอินทรีย์ ฟาร์มไก่ เป็ด แพะ และผลผลิตถูกส่งตรงเข้าครัวตามแนวคิด Farm to Table เพื่อมอบประสบการณ์อาหารที่สดและมีความหมายให้ผู้เข้าพัก รีสอร์ตเดียวกันยังขยายพื้นที่ปลูกต้นจากในป่าชายเลนเพื่อลดการกัดเซาะของน้ำทะเลและฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง พร้อมเส้นทางเดินและจักรยานให้แขกสัมผัสธรรมชาติ ดูนกกว่า 54 ชนิด และเรียนรู้เกษตรอินทรีย์จากผู้เชี่ยวชาญ ยังมีศูนย์อนุบาลปลาฉลามกบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy ที่ชวนแขกมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทะเลท้องถิ่น นี่คือภาพของ luxury health retreats ยุคใหม่ที่เชื่อมความหรูหราเข้ากับการอนุรักษ์อย่างจับต้องได้

เวลเนสพรีเมียม เกมรุกใหม่ของเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

Surf Therapy พังงา และการรีแบรนด์สู่ Surf & Wellness Hub

ขณะที่รีสอร์ตหรูขยับด้านเวลเนสเชิงลักชัวรี เมืองชายฝั่งก็ไม่อยู่นิ่ง การท่องเที่ยวแห่งหนึ่งเดินหน้ารุกตลาดท่องเที่ยวคุณภาพด้วยการจัดกิจกรรม Amazing Thailand Surf & Wellness Journey ดึงอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์จากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และญี่ปุ่นรวม 11 ราย ลงพื้นที่พังงาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ Surf & Wellness และปักหมุดพังงาเป็นจุดหมายปลายทาง Surf & Wellness แห่งใหม่ของเอเชีย คณะอินฟลูเอนเซอร์ได้เข้าร่วมกิจกรรม Surf Therapy เยี่ยมชมโรงงานผลิตเซิร์ฟบอร์ด The Board Factory สัมผัส Devasom Aqua Bath ร่วม Wellness & Cooking Class และทำ Forest Bathing ที่น้ำตกโตนช่องฟ้า การสร้างคอนเทนต์เหล่านี้คือการเล่าเรื่องว่า Healing is the New Luxury ในเวอร์ชันทะเลอันดามัน และเป็นวิธีดึงนักเดินทางฐานกำลังซื้อสูงที่มองหาทริปผสมผสานการเล่นเซิร์ฟ การเยียวยา และธรรมชาติในที่เดียว

เวลเนสพรีเมียม เกมรุกใหม่ของเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

จากโลนเจวิตีซัมมิตถึงเป้าหมายฮับเวลเนสระดับโลก

การแข่งในสนาม wellness economy growth ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชายทะเล เมืองใหญ่ภาคเหนือเองก็ขยับแรง การจัดงาน Chiang Mai Longevity Summit 2026 ภายใต้ธีม World Class Wellness Destination ถูกวางให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับเมืองสู่ฮับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง พร้อมตั้งเป้าภายใน 5 ปี เพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 3 ล้านคนเป็น 7.5 ล้านคน และดันรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไปถึง 150,000 ล้านบาท โดยเล็งให้เศรษฐกิจ Longevity Wellness มีสัดส่วน 35 เปอร์เซ็นต์ของ GPP คิดเป็น 52,500 ล้านบาท ในขณะเดียวกันกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาทในโครงการ WellEra เพื่อสร้าง Wellness Complex และผลักดันให้ประเทศติด Top 5 Wellness Hub ของโลกภายในปี 2030 เมื่อรวมกับการเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 และแคมเปญ Healing is the New Luxury ภาพใหญ่จึงชัดว่าเกมต่อไปคือการสร้าง high-value travel destinations ที่ยึดเวลเนสเป็นแกน ไม่ใช่ท่องเที่ยวปริมาณมหาศาลแบบเดิม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!