ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

องค์กรเร่งพัฒนาบุคลากร AI จากงานสัมมนาสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

องค์กรเร่งพัฒนาบุคลากร AI จากงานสัมมนาสู่การเปลี่ยนแปลงจริง
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

พัฒนาบุคลากร AI คืออะไร และทำไมองค์กรต้องเริ่มจากคน

พัฒนาบุคลากร AI คือการเตรียมคนทำงานให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้ ออกแบบ และร่วมงานกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่การคิดเชิงวิเคราะห์ การตั้งคำถาม การตัดสินใจจากข้อมูล ไปจนถึงความรับผิดชอบต่อผลกระทบของเทคโนโลยีต่อธุรกิจและสังคม การพัฒนาเช่นนี้ไม่ใช่แค่การสอนใช้เครื่องมือ แต่คือการสร้างความพร้อมทั้งทางทักษะและทัศนคติให้คนสามารถเปลี่ยน AI จากของเล่นเป็นเครื่องมือสร้างผลลัพธ์

ทิศทางใหม่ของการลงทุน AI เริ่มชัดเจนว่า ถ้าองค์กรมีแต่ระบบและโมเดลล้ำสมัยแต่ไม่มีคนที่เข้าใจ ก็ยากจะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ นี่คือเหตุผลที่เวทีสัมมนา AI ไทยหลายงานหันมาโฟกัสการยกระดับคนมากกว่าการโชว์เทคโนโลยี AIS Academy เลือกเปิดงาน AIS ACADEMY For THAIs ด้วยคำถามว่า ประเทศจะขยับจากการเข้าถึง AI ไปสู่การมีขีดความสามารถได้อย่างไร พร้อมระบุชัดว่าความพร้อมของคนคือจุดเริ่มต้นของความพร้อมของประเทศ มุมมองเช่นนี้สะท้อนว่าการลงทุนสำคัญที่สุดในยุค AI คือการลงทุนในคน ไม่ใช่แค่ในระบบ

องค์กรเร่งพัฒนาบุคลากร AI จากงานสัมมนาสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

AIS Academy กับ 3 กลยุทธ์เปลี่ยนผ่าน AI: จากคนสู่ทั้งองค์กร

เวที AIS ACADEMY For THAIs ภายใต้แนวคิด Mastering AI Beyond Borders ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าคอนเฟอเรนซ์ด้านเทคโนโลยี แต่คือเวทีขับเคลื่อนความพร้อม AI องค์กร และระบบนิเวศ คนทำงานสายธุรกิจจะสังเกตได้ว่า งานนี้ไม่ได้เริ่มจากการอวดโมเดลใหม่ แต่เริ่มจากการถามว่า AI จะสร้างผลลัพธ์อะไรให้ธุรกิจและสังคมได้จริง

AIS Academy ถอดรหัส 3 การเปลี่ยนผ่านชัดเจน หนึ่ง จากการใช้ AI รายบุคคลสู่การเปลี่ยนวิธีทำงานทั้งองค์กร โดยเริ่มจากโจทย์และผลลัพธ์ เตรียมข้อมูล กระบวนการ และบุคลากรให้พร้อม สอง จากการเรียนรู้เครื่องมือไปสู่การสร้างทักษะยืนระยะ เช่น การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจจากข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ สาม จากต่างคนต่างทำสู่การสร้างระบบนิเวศ AI ระดับประเทศที่เชื่อมภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และประชาชนเข้าด้วยกัน คำกล่าวที่ควรจดคือ “เมื่อคนพร้อม องค์กรพร้อม และทุกภาคส่วนเดินไปด้วยกัน ประเทศจะไม่เป็นเพียงผู้ตามการเปลี่ยนแปลง”

ความเป็นรูปธรรมของเวทีนี้เห็นได้จากการเปิดพื้นที่เรียนรู้ด้วย Speaker กว่า 30 คน พร้อม Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 หัวข้อ ให้คนทำงานและผู้บริหารได้ลงมือทดลองเทคโนโลยี AI Interactive Experience และนำแนวคิดไปประยุกต์กับงานจริง การจัดงานแบบเข้าร่วมได้ฟรีตลอดสองวัน ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ทำให้พัฒนาบุคลากร AI ไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่เท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและคนทำงานทั่วไปเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเท่าเทียม

องค์กรเร่งพัฒนาบุคลากร AI จากงานสัมมนาสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

Agentic AI เทคโนโลยี กับบทบาทใหม่ของนักพัฒนาในเวที LINE

ถ้าเวทีของผู้ให้บริการโทรคมนาคมชี้ภาพใหญ่ของความพร้อม AI องค์กร เวทีของแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังปักธงด้านทักษะเทคนิคอย่างชัดเจน งาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE ภายใต้ธีม Build the Next Frontier ชวนให้นักพัฒนาออกจากการเป็นแค่คนเขียนโค้ด ไปสู่บทบาทผู้ออกแบบระบบและควบคุม AI Agent ที่คิด วางแผน และลงมือทำได้ด้วยตนเอง

หัวใจของงานนี้คือการอธิบายโลกใหม่ของ Agentic AI เทคโนโลยี ผ่านสองเส้นทางหลัก เส้นทางแรก DEEP TECH เจาะลึกด้าน Engineering ตั้งแต่ AI Architecture โครงสร้าง Cloud Infrastructure ไปจนถึงการออกแบบระบบที่ให้ AI Agent ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงแนวคิดอย่าง Work Graph MCP Sandbox และ Security ที่นักพัฒนายุคใหม่ต้องเข้าใจ เส้นทางที่สอง REAL-WORLD USE CASES เน้นกรณีใช้งานจริงของ AI ในผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีกับของจริง

จุดที่น่าสังเกตคือ งานนี้ไม่เพียงเล่าแนวคิดแต่เปิด Hackathon และเวิร์กช็อปแบบลงมือทำ ให้นักพัฒนา คนทำงานสายเทคโนโลยี และนิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่เทคโนโลยีเบื้องหลังไปจนถึงการใช้แก้โจทย์ในโลกจริง และเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของงาน แนวทางนี้สะท้อนชัดว่า ถ้าองค์กรอยากใช้ Agentic AI ให้เกิดประโยชน์ การยกระดับนักพัฒนาให้เป็นผู้ออกแบบและควบคุม AI คือเงื่อนไขสำคัญ

องค์กรเร่งพัฒนาบุคลากร AI จากงานสัมมนาสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

JUMP Thailand Hackathon: ห้องทดลอง AI เพื่อการศึกษาและบทเรียนสำหรับองค์กร

อีกฟันเฟืองหนึ่งของความพร้อม AI คือพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ทดลองทำของจริง การแข่งขัน JUMP Thailand Hackathon ภายใต้โจทย์ AI for the Future of Education เป็นตัวอย่างชัดเจนของการเปลี่ยนการเรียนรู้ AI จากห้องเรียนสู่ของใช้ได้จริง เวทีรอบสุดท้ายคัดเลือก 10 ทีมจากผู้สมัคร 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษา ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ความยิ่งใหญ่ของงาน แต่บอกว่าเยาวชนจำนวนมากกำลังอยากใช้ AI แก้ปัญหาจริง

ผลงานที่ชนะเลิศอย่าง Wathasin AI Speech Coach จากทีม MAMO มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แสดงให้เห็นการใช้ AI ช่วยพัฒนาทักษะการพูดของผู้เรียน รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง BrailleBox จากทีมรับเหมาก่อเรื่องใช้เทคโนโลยีเพื่อผู้พิการทางสายตา รองชนะเลิศอันดับสอง DEAFIN Education เน้นการเรียนรู้สำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน ส่วนรางวัล Popular Vote คือแพลตฟอร์ม LearnLy จากทีม TLDR มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทุกผลงานสะท้อนว่า AI ไม่ได้อยู่แค่ในแชตบอตหรือรูปภาพ แต่เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับองค์กร บทเรียนสำคัญจากเวทีแบบ Hackathon คือ การพัฒนาบุคลากร AI ต้องเปิดพื้นที่ให้ลองผิดลองถูกกับโจทย์จริง ไม่ใช่เพียงอบรมเชิงทฤษฎี การที่เวทีเดียวดึงคนจาก 67 สถาบันเข้ามาแข่งขันได้ แสดงให้เห็นพลังของการเชื่อมภาคการศึกษาเข้ากับภาคเอกชน ในการสร้างคนที่มีทั้งความรู้เชิงเทคนิคและความเข้าใจปัญหาในโลกจริง นี่คือแบบจำลองเล็ก ๆ ของระบบนิเวศ AI ที่องค์กรควรนำไปปรับใช้ภายใน ไม่ว่าจะผ่าน Internal Hackathon หรือโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัย

องค์กรเร่งพัฒนาบุคลากร AI จากงานสัมมนาสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

จากสัมมนา AI ไทยสู่การเปลี่ยนแปลงในองค์กร: ใครควรทำอะไรต่อ

เมื่อดูภาพรวมจะเห็นว่า งานสัมมนา AI ไทยทั้งจากผู้ให้บริการเครือข่ายและแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังก้าวข้ามบทบาทเวทีประชาสัมพันธ์ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการพัฒนาบุคลากร AI และความพร้อม AI องค์กร เวทีหนึ่งเน้นการเชื่อมภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา และประชาชน อีกเวทีเน้นการอัปสกิลนักพัฒนาให้พร้อมกับโลก Agentic AI เทคโนโลยี ขณะที่ Hackathon แสดงให้เห็นการใช้ AI แก้ปัญหาจริงในภาคการศึกษา

สิ่งที่ควรเกิดขึ้นต่อจากนี้คือ หนึ่ง ผู้บริหารต้องเลิกมองสัมมนา AI เป็นแค่กิจกรรมเสริม แต่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นออกแบบแผนพัฒนาคนทั้งองค์กร ตั้งแต่ AI Ready Skills ไปจนถึง AI Ready Business สอง สถาบันการศึกษาควรใช้เวทีแบบ JUMP Thailand เป็นห้องทดลองให้เด็กและอาจารย์เรียนรู้ร่วมกับอุตสาหกรรม สาม นักพัฒนาควรใช้โอกาสจากงานอย่าง LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE เพื่อเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้ใช้เครื่องมือเป็นผู้ออกแบบระบบ AI Agent

สุดท้าย ถ้าเรายังถามว่า AI จะมาแย่งงานหรือไม่ แสดงว่ายังคิดอยู่บนสมมติฐานเดิม ในโลกที่เทคโนโลยีก้าวจาก Generative AI ไปสู่ AGI และ Agentic AI โจทย์ที่ถูกต้องกว่าคือ องค์กรและสถาบันการศึกษาจะร่วมกันสร้างคนที่ใช้ AI ได้อย่างมีความหมายแค่ไหน เมื่อคำตอบชัด การลงทุน AI ทุกบาทจะมีโอกาสแปลงเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจและสังคมได้จริง มากกว่ากลายเป็นเพียงของเล่นราคาแพงในองค์กร

องค์กรเร่งพัฒนาบุคลากร AI จากงานสัมมนาสู่การเปลี่ยนแปลงจริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!