AI ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่คือการเปลี่ยนคน งาน และระบบพร้อมกัน
การเตรียมองค์กรสำหรับ AI คือกระบวนการออกแบบให้คน งาน และระบบเรียนรู้ร่วมกันกับปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่การตั้งคำถาม การจัดการข้อมูล การเปลี่ยนวิธีทำงาน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะมนุษย์เพื่ออยู่ร่วมกับเทคโนโลยีระยะยาว โดยเน้นการลงมือทำและวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่ทดลองใช้เครื่องมือใหม่เพื่อความตื่นเต้นชั่วคราว
เมื่อโลกกำลังก้าวข้ามยุค Generative AI ไปสู่ AGI ที่ฉลาดเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ในหลายมิติ ความเร็วในการเปลี่ยนทักษะกลายเป็นโจทย์เร่งด่วนที่สุด การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจะเปล่าประโยชน์ หากไม่มีคนที่มีศักยภาพสั่งการและแปลง AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในเชิงธุรกิจและสังคม นี่คือจุดที่กรอบคิดสามการเปลี่ยนผ่านของ AIS Academy เสนอคำตอบที่ชัดเจนกว่างานสัมมนาเชิงทฤษฎี เพราะพุ่งตรงไปที่การลงมือทำ

การเปลี่ยนผ่านที่หนึ่ง จากคนใช้เครื่องมือ สู่คนที่มี Power Skills ยุค AI
AIS Academy วางตัวเป็นศูนย์ฝึกอบรมและเครื่องยนต์ยุทธศาสตร์ ที่ทำหน้าที่เชื่อมคนที่มีโจทย์จริงเข้ากับองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เหมาะสม ผ่านบทบาท The Connector The Catalyst และ The Ecosystem Builder เพื่อเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับทักษะ AI สำหรับพนักงานให้กลายเป็นผลลัพธ์การทำงานจริง ไม่ใช่คอร์สเรียนที่จบแล้วหาย
จากงานวิจัย The Agility Project ที่ศึกษาร่วมกับองค์กร 350 แห่งทั่วโลก พบว่าพอ AI ฉลาดขึ้น มูลค่าของทักษะที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์กลับยิ่งสูงขึ้น และไม่ใช่แค่ Soft Skills เสริม แต่เป็นขีดความสามารถเชิงกลยุทธ์สำหรับความไม่แน่นอน 7 Power Skills ยุค AI เช่น Resilience Creative Problem Solving Adaptability และ Critical Thinking จึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันภัยจากการถูกแทนที่ และเป็นตัวขับเคลื่อนเส้นทางอาชีพใหม่ของคนทำงาน Power Skills กลายเป็น “ทักษะเอาตัวรอด” ที่ทุกคนต้องมี คู่กับทักษะเทคนิคด้าน AI

การเปลี่ยนผ่านที่สอง จากการทดลองใช้ AI รายบุคคล สู่ AI Ready Business
งานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs 2026 ภายใต้แนวคิด MASTERING AI BEYOND BORDERS เปิดเวทีให้ภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก มาร่วมตอบคำถามว่าองค์กรจะใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์จริงได้อย่างไร ทิศทางชัดเจนคือ การเลิกมอง AI เป็นโปรเจกต์เล็กของคนไม่กี่คน แล้วเปลี่ยนเป็นการยกเครื่องทั้งองค์กร โดยเริ่มจากโจทย์และผลลัพธ์ที่ต้องการ เตรียมข้อมูล บุคลากร และกระบวนการทำงานให้รองรับการใช้ AI
เพื่อให้การพัฒนาบุคลากร AI ไม่หลุดจากหน้างาน AIS Academy เสนอกรอบ Plan Source Develop Prove เริ่มจาก Plan วิเคราะห์ว่างานและบทบาทใดจะถูก AI เปลี่ยน Source ประเมินศักยภาพคนที่มีอยู่ Develop เสริมทักษะเทคนิค มนุษย์ และภาษา ผ่านการลงมือทำจริง และ Prove ใช้การประเมินและการรับรอง เพื่อให้ทักษะที่พนักงานได้เรียนรู้ถูกมองเห็นและนำไปต่อยอดได้ นี่คือการเตรียมองค์กรสำหรับ AI ที่เน้นความชัดเจน วัดผลได้ และเชื่อมโยงกับธุรกิจ ไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องมือแพงๆ มาวางไว้ในสำนักงาน
การเปลี่ยนผ่านที่สาม จากต่างคนต่างทำ สู่ระบบนิเวศ AI ระดับชาติ
ในระดับระบบนิเวศ AIS Academy for THAIs 2026 รวบรวมวิทยากรกว่า 30 คน และ Workshop กับ Masterclass มากกว่า 20 ช่วง เพื่อแสดงแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาทักษะ AI สำหรับพนักงาน นักพัฒนา ผู้นำ และครูผู้สอน ผู้เข้าร่วมไม่เพียงฟังบรรยาย แต่ยังได้ทดลองเทคโนโลยีผ่าน AI Interactive Experience แล้วนำแนวคิด เครื่องมือ และ Use Case ไปประยุกต์กับงาน ธุรกิจ และชีวิตจริงได้ นี่คือระบบการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ “ทักษะใช้การได้” ไม่ใช่เพียงเนื้อหาที่ฟังแล้วลืม
ในระดับชาติ วิสัยทัศน์เรื่อง AI Sovereignty มองว่า AI คืออธิปไตยความมั่นคงทางเทคโนโลยี หากไม่มีเทคโนโลยีของตนเองก็เท่ากับยืมจมูกคนอื่นหายใจ รัฐจึงตั้งกลยุทธ์ยกระดับ AI Literacy ให้คน 20 ล้านคนเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม พร้อมวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล 5 ระดับ ตั้งแต่ Smart Farmer ไปจนถึงให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง AI Transformation ที่วัดผลจากรายได้และผลิตภาพจริง ไม่ใช่เพียงผลงานตีพิมพ์

จากเวทีสัมมนา สู่แผนการเรียนรู้ AI ที่ทุกคนเดินได้
จุดแข็งของแพลตฟอร์ม AIS Academy ไม่ได้อยู่ที่เวทีใหญ่หรือจำนวนคนร่วมงาน แต่คือการออกแบบเส้นทางเรียนรู้แบบมีโครงสร้างสำหรับทุกบทบาท งาน AIS ACADEMY for THAIs 2026 เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมฟรีตลอดสองวัน ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน เวลา 09.30–18.00 น ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ โดยเริ่มต้นด้วยรอบ Final Innovation Pitching ของ JUMP Thailand Hackathon 2026 ที่คัดจากผู้สมัคร 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบัน แสดงให้เห็นว่าการสร้างคน AI ไม่ได้จำกัดเฉพาะพนักงานบริษัทใหญ่ แต่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการด้วย
เส้นทางเรียนรู้ที่ดีต้องจบลงด้วยความสามารถที่พิสูจน์ได้ ทั้งในรูปผลงาน โครงการ และ Credentials ที่เคลื่อนย้ายได้ AIS Academy จึงผูกทักษะ AI กับกิจกรรมจริง เช่น Hackathon Incubator และการเข้าถึงทุน ผ่านเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเปลี่ยน KPI ของชาติจากการนับผลงานวิชาการ เป็นการสร้างรายได้และผลิตภาพที่จับต้องได้ บทสรุปคือ ใครที่เริ่มพัฒนา Power Skills ยุค AI และจับ AI มาทดลองกับงานจริงก่อน จะเป็นคนกลุ่มที่ “ขี่คลื่น” การเปลี่ยนผ่านสามระดับนี้ แทนที่จะถูกคลื่นซัดออกจากตลาดงาน






