จากเมซงคลาสสิกสู่พลังใหม่บนรันเวย์ Spring Summer 2027
Matthieu Blazy Chanel หมายถึงยุคสร้างสรรค์ใหม่ของเมซงที่เขาเข้ามากำหนด Chanel creative direction ให้ตีความรหัสคลาสสิกของแบรนด์ในมุมมองร่วมสมัย ผสมความผ่อนคลายแบบ Sportswear haute couture เข้ากับโครงชุดราตรีและสูทสตรีคลาสสิก เพื่อทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ที่เคยดูเรียบร้อยและเป็นทางการ กลายเป็นความเท่แบบผ่อนคลายและมีมิติทางเพศสภาพที่หลากหลาย เหมาะกับผู้หญิงหลายเวอร์ชันในยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความโก้และความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน หัวใจของรันเวย์ Spring Summer 2027 collection ที่ Grand Palais คือการเอาสูทประจำบ้านไป “เหยียด” เข้าหากีฬา ขณะเดียวกันชุดราตรีถูกทำให้ล่องลอยราวกับเคลื่อนผ่านกลุ่มเมฆ โดยมี Nicole Kidman และ Dua Lipa นั่งฟรอนต์โรว์ร่วมสังเกตการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมครั้งนี้ การเลือกแรงบันดาลใจจาก Gabrielle Chanel ในวัยสาวและเล่าเรื่องวิวัฒนาการการแต่งตัวของเธอ ทำให้โชว์นี้ไม่ใช่การย้อนอดีต แต่เป็นการเอามรดกมารีมิกซ์ให้เย็นขึ้น เซ็กซี่ขึ้น และคูลขึ้นอย่างตั้งใจ

ปรัชญาการออกแบบของ Blazy ผสมกีฬาเข้ากับ haute couture อย่างไร
จุดแข็งของ Matthieu Blazy อยู่ที่การมองแฟชั่นเป็นสิ่งแปรเปลี่ยนได้ ระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยยังยึดโยงกับผู้หญิงคนเดิม เขาเริ่มจากโครงสร้างคอร์เซ็ทและเทเลอริ่งแบบเอ็ดเวิร์ดที่ Gabrielle เคยทั้งยอมรับและลุกขึ้นต่อต้าน แล้วค่อยพาไปสู่ไอเดียสูทที่เธอปรับใหม่ให้เบา ใส่เหมือนเสื้อกีฬา มากกว่าชุดทางการ บนรันเวย์ Spring Summer 2027 collection ความคิดเรื่อง Sportswear haute couture แสดงผ่านการสลายเส้นแบ่งชายหญิง ด้วยเวสต์ดิบขอบ กางเกง และกระโปรงทรงดินสอที่หยิบโครงเสื้อผู้ชายมารื้อและต่อใหม่ให้เข้ากับสรีระผู้หญิง ชุดราตรีถูกตัดเย็บให้เบาจนใส่ได้ง่ายราวเสื้อยืด ลดความเคร่งเพื่อให้เข้ากับชีวิตจริง การสไตลิ่งแบบ “ไม่เป๊ะ” เช่นเสื้อเชิ้ตปล่อยชายเข็มขัดเส้นเล็กผูกปมไม่สมบูรณ์ ทำให้บ้านที่เคยถูกมองว่าประณีตเนี้ยบ กลายเป็นความโก้แบบปล่อย ๆ ซึ่งคือภาษาแฟชั่นของคนรุ่นใหม่

ยุคใหม่ของความเท่ Tweed รุ่นเยาว์และออร่าในวัฒนธรรมป๊อป
สิ่งที่น่าจับตาไม่แพ้แนวคิดคือ “อุณหภูมิความเท่” ที่ Blazy เติมให้มรดก Chanel บนรันเวย์ Tweed ยังคงอยู่ใน Spring Summer 2027 collection แต่ถูกทำให้เซ็กซี่และอ่อนวัยกว่าเดิม ตั้งแต่แท็งก์ท็อปซีทรูไปจนเบลเซอร์ที่ตั้งใจใส่เปลือยด้านใน ภาพรวมคือการปลดล็อก tweed จากยูนิฟอร์มสุภาพของสุภาพสตรี ให้กลายเป็นชิ้นสนุกที่สไตล์ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน บรรยากาศใน Grand Palais ยิ่งย้ำว่าบ้านหรูนี้กำลังกลับมาเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมป๊อป เสียงเพลงอย่าง “Gimme More” ทำให้คนฟรอนต์โรว์อย่าง Dua Lipa และ Nicole Kidman ขยับตัวเต้นเบา ๆ ขณะชมโชว์ การมีชื่อดังระดับนี้ในที่นั่งด้านหน้าส่งสัญญาณชัดว่า Chanel creative direction ยุค Blazy ไม่ได้พูดกับนักสะสมเสื้อผ้าอย่างเดียว แต่กำลังจับใจคนวงกว้างที่ติดตามแฟชั่นผ่านสื่อและโซเชียล ซึ่งเป็นสมรภูมิสำคัญของยุคนี้

หนึ่งปีที่ยอดขายพุ่ง โครงสร้างทีมเปลี่ยน และแฟน ๆ เข้าแถวยาว
ในมุมธุรกิจ ปีแรกของ Matthieu Blazy ไม่ได้เป็นเพียงการรีเฟรชภาพลักษณ์ แต่คือการขับเคลื่อนตัวเลขให้เหนือกว่าตลาด Bruno Pavlovsky เปิดเผยว่ารายได้แบบ comparable revenue เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมย้ำว่าเมซงกำลัง outperform ตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และบูติกแทบทั้งหมดขาย Ready-to-wear ได้มากขึ้น นี่คือวาทะที่สะท้อนชัดว่าการปรับทิศทางสร้างสรรค์กำลังแปลงเป็นอุปสงค์จริง เบื้องหลังความสำเร็จคือการยกเครื่อง Design Studio ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ยุค Karl Lagerfeld เพิ่มทีมอีกประมาณ 30 คน แบ่งเป็นสามสาย Haute Couture Ready-to-wear และ Métiers d’Art & Cruise เพื่อลดภาระจากเดิมที่ทีมเดียวต้องรับผิดชอบคอลเลกชั่นมากถึง 10 ชุดต่อปี ด้านลูกค้า ปรากฏการณ์ “Blazymania” ทำให้เกิดภาพเข้าแถวหน้าบูติกหลายชั่วโมงและคลิป Unboxing เต็มฟีด ขณะที่แต่ละดีไซน์ผลิตเพียงราว 80 ถึง 1,200 ชิ้นทั่วโลก ทำให้ทีมต้องบริหารภาวะสินค้ามีจำกัด ไม่ใช่แค่สร้างความต้องการ

บทสรุป ปีแรกที่ตั้งมาตรฐานสูงและโจทย์ยากในวันต่อไป
เมื่อมองภาพรวม Spring Summer 2027 collection สะท้อนชัดว่า Matthieu Blazy ได้ “หาจังหวะของตัวเอง” ในบ้าน Chanel แล้ว เขาไม่พยายามทำลายมรดก แต่เลือกจะดัดมันให้เข้ากับยุค ที่ผู้หญิงต้องการทั้งความคล่องตัวแบบ sportswear และความสง่างามของ haute couture ในตู้เดียวกัน การทำให้สูทและ tweed ดูเท่ ผ่อนคลาย แต่ยังเรียบโก้ คือคำตอบต่อคำถามยากว่าแบรนด์อายุกว่าศตวรรษจะยังเกี่ยวข้องกับวันนี้อย่างไร ด้านเมซงเองก็รับรู้ว่าความสำเร็จปีแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น Pavlovsky มองว่าปีที่สองจะยิ่งกดดันเพราะมาตรฐานถูกตั้งไว้สูง แต่ก็เตรียมเดินหน้าด้วยปฏิทินโชว์แน่น ทั้ง Spring 2027 ที่ Grand Palais และ replica cruise show ในซิดนีย์วันที่ 5 พฤศจิกายน ตามด้วย Métiers d’Art ที่โรมในต้นเดือนธันวาคม สำหรับแฟชั่นนิสต้า การเดินตามทิศทางใหม่ของ Matthieu Blazy Chanel จึงไม่ใช่แค่การซื้อเสื้อผ้า แต่คือการร่วมอยู่ในบทที่สดที่สุดของตำนานแบรนด์นี้







