ทำไม RIAJ จึงกลายเป็นเวทีพิสูจน์อำนาจยอดขายของ K-pop
การรับรองยอดขายจากสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงญี่ปุ่นหรือ RIAJ คือระบบการให้ประกาศนียบัตรแก่ผลงานเพลงตามจำนวนแผ่นที่ส่งออกในตลาดญี่ปุ่น การรับรองระดับโกลด์แพลทินัมและดับเบิลแพลทินัมสะท้อนความสามารถในการขายอัลบัมและซิงเกิลในรูปแบบฟิสิคัลอย่างเป็นรูปธรรม แตกต่างจากกระแสบนชาร์ตหรือยอดสตรีมมิงที่เปลี่ยนเร็ว การได้ตรารับรองจาก RIAJ จึงเป็นหลักฐานว่าศิลปินสามารถเจาะฐานแฟนเพลงท้องถิ่นและสร้างรายได้ระยะยาวจากการซื้อแผ่นจริง รวมถึงเป็นตัวชี้วัดความยั่งยืนของปรากฏการณ์ K-pop ในตลาดญี่ปุ่นมากกว่าความฮิตแบบฉาบฉวย สิ่งที่เห็นชัดในชุดการประกาศล่าสุดคือชื่อกลุ่ม K-pop ขึ้นเต็มแทบทุกระดับการรับรอง ทั้งดับเบิลแพลทินัมแพลทินัมและโกลด์ ภาพนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนทิศทางว่าตลาดเพลงญี่ปุ่นกำลังถูกครอบครองด้วยเสียงและภาพลักษณ์จากเกาหลีอย่างมีนัยสำคัญ เมื่ออัลบัมหนึ่งต้องใช้ยอดส่งออกถึง 250,000 แผ่นจึงจะได้แพลทินัม และถึง 500,000 แผ่นเพื่อดับเบิลแพลทินัม ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่าการกวาดรางวัลของกลุ่ม K-pop คือการครองพื้นที่เชิงพาณิชย์ ไม่ใช่เพียงการครองเทรนด์ชั่วคราว

NCT WISH สร้างหมุดหมายใหม่ด้วยดับเบิลแพลทินัมในญี่ปุ่น
กรณีของ NCT WISH คือภาพจำลองที่ดีที่สุดของคำว่า K-pop Japan certifications ในยุคนี้ ซิงเกิลอัลบัมญี่ปุ่นล่าสุด YO-I-DON! / BOY MEETS GIRL ได้รับการรับรองดับเบิลแพลทินัมจาก RIAJ ด้วยยอดส่งออกเกิน 500,000 แผ่นในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นระดับที่ต้องอาศัยทั้งแฟนต่างชาติและแฟนท้องถิ่นร่วมกันผลักดัน สำหรับ NCT WISH Japan การได้ตราดับเบิลแพลทินัมไม่ใช่เพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แต่เป็นสัญญาณว่ากลุ่มนี้เริ่มกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นเชื่อมั่นและพร้อมจ่ายเพื่อถือครองแผ่นจริงในมือ สิ่งที่น่าสนใจคือ ซิงเกิลชุดนี้เป็นผลงานที่ออกแบบมาเน้นตลาดญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ทั้งภาษาและสไตล์ การตอบรับระดับครึ่งล้านแผ่นจึงสะท้อนว่ากลยุทธ์ลงหลักในญี่ปุ่นกำลังได้ผล การที่ RIAJ platinum awards ของ NCT WISH ทะลุไปถึงดับเบิลแพลทินัมทำให้กลุ่มนี้ก้าวข้ามสถานะเพียงแค่ศิลปินต่างชาติที่มาเยือน กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมเพลงญี่ปุ่นที่ต้องถูกนำมาคิดในทุกการวางแผนของค่ายและผู้จัด
คลื่น K-pop หลายกลุ่มที่ช่วยกันดันยอดขายอัลบัมในญี่ปุ่น
พลังของ K-pop album sales Japan ไม่ได้มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จากการเคลื่อนพลพร้อมกันของหลายศิลปิน ในการประกาศล่าสุด TXT กับซิงเกิลอัลบัมญี่ปุ่น Setsuna Hanabi ENHYPEN กับมินิอัลบัมเกาหลี THE SIN : BLISS RIIZE กับซิงเกิลญี่ปุ่น Sunburst TWS กับซิงเกิลญี่ปุ่น SODA SODA และ NiziU กับ EP GOOD GIRL BUT NOT FOR YOU ต่างได้รับการรับรองแพลทินัมจากการส่งออกเกิน 250,000 แผ่นในญี่ปุ่นแต่ละชุด นี่คือภาพสะท้อนว่า RIAJ platinum awards กำลังถูกครอบครองโดยชื่อ K-pop อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ZEROBASEONE กับ EP ญี่ปุ่น KAIKILOVE LE SSERAFIM กับอัลบัมเกาหลี PUREFLOW pt.1 และ ALPHA DRIVE ONE กับมินิอัลบัมเกาหลี UNBREAKABLE : 少年BEAST ต่างได้ระดับโกลด์จากยอดส่งออกเกิน 100,000 แผ่นในญี่ปุ่น เมื่อหลายกลุ่มทำยอดแตะหลักแสนและสองแสนขึ้นไปพร้อมกัน ความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่ปลายทางของศิลปิน แต่สะท้อนโครงสร้างแฟนดอมที่ขยายตัวแบบแนวนอน แฟนญี่ปุ่นจำนวนมากกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมจากการฟังแบบสตรีมมิงไปสู่การสะสมแผ่นของหลายวงในเวลาเดียวกัน
จากชาร์ตโลกสู่ตลาดญี่ปุ่น การยืนยันความแข็งแรงของแบรนด์ K-pop
เพื่อให้เห็นภาพว่าการรับรองในญี่ปุ่นเชื่อมโยงกับความสำเร็จระดับโลกอย่างไร ต้องมองไปที่ชาร์ต World Albums ของ Billboard ที่เผยแพร่สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 กันยายน ในชาร์ตดังกล่าว ENHYPEN ด้วยมินิอัลบัม THE SIN : BLISS ครองอันดับ 2 บนชาร์ต World Albums เป็นสัปดาห์ที่สี่ พร้อมอยู่บน Billboard 200 สี่สัปดาห์ติด ขณะเดียวกัน LE SSERAFIM กับ PUREFLOW ก็อยู่ในชาร์ต World Albums นานถึง 17 สัปดาห์ เมื่อเชื่อมโยงกับการที่ทั้งสองอัลบัมได้รับการรับรองจาก RIAJ ในญี่ปุ่น สิ่งที่เห็นชัดคือแบรนด์ของวงไม่ได้แข็งแรงเฉพาะในระดับโลก แต่สามารถเปลี่ยนความนิยมไปเป็นยอดขายฟิสิคัลได้จริงในตลาดสำคัญ คำพูดหนึ่งที่สะท้อนภาพนี้ชัดเจนคือ “อัลบัมของ ENHYPEN และ LE SSERAFIM ไม่ได้แค่ติดชาร์ตโลก แต่ยังได้รับการรับรองยอดส่งออกจาก RIAJ ในญี่ปุ่นพร้อมกัน” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า K-pop Japan certifications กำลังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความสำเร็จเชิงภาพลักษณ์และความสำเร็จเชิงการเงิน เมื่อชาร์ตระดับโลกบอกว่าอัลบัมดัง และ RIAJ บอกว่าอัลบัมขายได้จริง ศิลปินและค่ายก็มีข้อมูลชัดเจนในการใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานรายได้หลักระยะยาว ไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางสำหรับทัวร์คอนเสิร์ต






