Lepas คืออะไร และทำไมการรุกครั้งนี้จึงน่าจับตา
รถยนต์ไฟฟ้า Lepas คือแบรนด์ย่อยในเครือ Chery Auto ที่วางตำแหน่งชัดเจนว่าเป็นแบรนด์รถพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ เน้นทำตลาดเอสยูวีไฟฟ้าและระบบปลั๊กอินไฮบริดเพื่อเจาะผู้ใช้ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและฟังก์ชันช่วยขับขี่ระดับสูง ภายใต้กลยุทธ์นำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปในช่วงเริ่มต้น ก่อนเดินหน้าสู่การประกอบในประเทศเพื่อสร้างความแข็งแรงระยะยาว การเข้ามาของ Lepas จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลือกบนถนน แต่เป็นการส่งสัญญาณว่ากลุ่ม Chery กำลังจัดระเบียบพอร์ตแบรนด์ของตัวเองให้ตอบทุกโจทย์พลังงานทางเลือก ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบไปจนถึงปลั๊กอินไฮบริด
ประเด็นสำคัญของการรุกครั้งนี้คือ Lepas ไม่พอใจกับการเป็นแบรนด์รองในกลุ่ม แต่ตั้งใจขึ้นมาเป็นเสาหลักด้านรถยนต์ไฟฟ้า EV ของกลุ่ม Chery อย่างชัดเจน แบรนด์แม่เลือกเปิดตลาดด้วย OMODA และ JAECOO ก่อน แล้วจึงตามด้วย CHERY และ Lepas เพื่อจัดลำดับรับมือความต้องการลูกค้าแต่ละเซกเมนต์ ทางฝั่ง Lepas เองเริ่มจากการทำตลาด LEPAS L6 เอสยูวีไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยราคาพิเศษ 799,900 บาท จากราคาปกติ 899,900 บาท เพื่อปูฐานรับรู้แบรนด์และทดสอบการตอบรับของลูกค้าในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับกลาง การตอบรับที่ดีในรุ่นแรกจึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของแผนรุกครั้งใหญ่ปลายปีนี้

L6 SIVP EV ไทย ยกระดับจาก EV ทั่วไปด้วยสมองกลจอดรถ
การเปิดตัว L6 SIVP EV ไทย คือก้าวสำคัญที่ทำให้ Lepas แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นในกลุ่มเดียวกัน เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มรุ่นย่อย แต่เป็นการยกระดับฟังก์ชันขับขี่ให้เข้ากับชีวิตจริงของคนเมืองอย่างตรงจุด LEPAS L6 เดิมใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 275 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 65 kWh วิ่งได้ไกลสุด 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC รองรับ DC Fast Charge 120 kW ชาร์จจาก 30 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 30 นาที และชาร์จ AC 6.6 kW จาก 0 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ราว 9.85 ชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ L6 ยืนอยู่ในจุดสมดุลระหว่างระยะทาง สมรรถนะ และเวลาเติมพลังงาน
สิ่งที่ทำให้ L6 SIVP น่าจับตาคือชุดระบบ Super Intelligent Valet Parking ที่รวมระบบช่วยจอดอัตโนมัติ APA และการช่วยจอดผ่านรีโมต RPA เข้าด้วยกัน พร้อมเทคโนโลยี Intelligent Pilot ที่ออกแบบมาให้รองรับการขับขี่ตั้งแต่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นไปจนถึงการเดินทางไกลและสถานการณ์การจอดรถซับซ้อน แถมยังมาพร้อม ADAS เต็มรูปแบบทั้งระบบช่วยคุมรถให้อยู่กลางเลน แจ้งเตือนออกนอกเลน ช่วยเบรกฉุกเฉิน และระบบช่วยขับในสภาพรถติด เช่น Traffic Jam Assist[TJA] สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นี่คือการแปลงเทคโนโลยีที่หลายคนมองว่าไกลตัว ให้กลายเป็นตัวช่วยลดความเครียดจากการขับรถในห้างและคอนโดพื้นที่จำกัด เมื่อรวมกับการตั้งเป้าเปิดตัว L6 SIVP ในช่วงปลายปีโดยหวังจะทันเข้างาน Motor Expo 2026 ก็ชัดเจนว่า Lepas ตั้งใจใช้เวทีนี้เป็นจุดสร้างภาพแบรนด์ด้านเทคโนโลยีมากกว่าด้านราคา

L8 PHEV ปลั๊กอินไฮบริด ตัวเชื่อมโลกน้ำมันกับไฟฟ้า
ถ้า L6 SIVP คือหน้าบ้านฝั่งรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ L8 PHEV ปลั๊กอินไฮบริดก็เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโลกการเติมน้ำมันกับการชาร์จไฟในคันเดียว LEPAS L8 ใช้พื้นฐานเดียวกับรุ่น TIGGO 8 เจเนอเรชันที่สองของกลุ่มแม่ แต่ปรับหน้าตาและรายละเอียดให้เข้ากับภาพลักษณ์ Lepas ตั้งแต่กระจังหน้าแบบ X shape ไปจนถึงไฟท้าย LED แนวยาวและฝาท้ายไฟฟ้าที่เน้นความหรูทันสมัย มิติตัวรถยาว 4,688 มิลลิเมตร กว้าง 1,871 มิลลิเมตร สูง 1,686 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร ถังน้ำมันจุ 60 ลิตร ขนาดตัวรถระดับนี้ชี้ชัดว่ากลยุทธ์ของ Lepas ไม่ได้มองแค่ตลาดครอบครัวขนาดเล็ก แต่ต้องการเข้าไปแย่งส่วนแบ่งในกลุ่มเอสยูวีกลางถึงใหญ่ ที่เคยเป็นพื้นที่ของเครื่องยนต์สันดาปล้วน
จุดขายที่น่าสนใจของ L8 PHEV คือการจัดวางเทคโนโลยีให้ตอบทั้งคนที่พร้อมชาร์จไฟและคนที่ยังผูกพันกับปั๊มน้ำมัน ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP 18.4 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก รุ่นมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังร่วมสูงสุด 347 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร ส่วนรุ่นมอเตอร์คู่ให้กำลังรวมสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิดเท่ากันที่ 735 นิวตันเมตร สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ 107 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP หรือ 126 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และเมื่อใช้ทุกระบบร่วมกันจะวิ่งได้ไกลราว 1,300 กิโลเมตร เลือกชาร์จได้ทั้งแบบ AC และ DC พร้อมฟังก์ชัน Vehicle to Load จ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าขนาด 3.3 kW ซึ่งในบริบทการใช้งานจริง นี่คือรถที่ตอบโจทย์ทั้งทริปยาวและไลฟ์สไตล์สายแคมป์ที่ต้องการใช้พลังงานจากรถเป็นแหล่งไฟหลัก

ตัวแทนจำหน่าย Chery และกลยุทธ์ผลิตในประเทศ จุดพลิกเกมของ Lepas
กลยุทธ์ Lepas จะไม่สมบูรณ์หากมีแต่ผลิตภัณฑ์แต่ไม่มีเครือข่ายรองรับ ในงานแสดงรถครั้งล่าสุด ผู้บริหารด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายของ Lepas ระบุชัดว่า แบรนด์ตั้งเป้าขยายตัวแทนจำหน่ายให้ครบ 50 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 39 ราย หรือประมาณ 78 เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมาย เขาย้ำว่า “การขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของการเติบโตของ LEPAS เราต้องการให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงทั้งโชว์รูม ศูนย์บริการ บุคลากร อะไหล่ และอุปกรณ์เฉพาะทางได้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว” ในเชิงผู้ใช้ การมีศูนย์บริการใกล้บ้านคือปัจจัยที่ชัดเจนในการตัดสินใจเลือกรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์หน้าใหม่
อีกด้านหนึ่ง Lepas วางเส้นทางชัดเจนว่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป CBU ไปสู่การตั้งฐานการผลิตแบบ CKD ในประเทศตามแผนของผู้บริหารที่ประกาศว่ากลยุทธ์การเติบโตต้องเดินบนเส้นทางนี้เพื่อความแข็งแรงธุรกิจระยะยาว พร้อมกันนั้นยังพัฒนาโปรแกรมบริการหลังการขาย LEPAS Care เพื่อสร้างระบบดูแลลูกค้าแบบครบลูปตั้งแต่การรับรถจนถึงการใช้งานต่อเนื่อง เมื่อมองภาพรวม ทั้งการไล่เปิดตัว L6 SIVP และ L8 PHEV ช่วงปลายปี เป้าการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และการปูทางไปสู่การผลิตในประเทศ ล้วนเป็นชิ้นส่วนของเกมเดียวกัน คือการผลักให้ Lepas จากแบรนด์หน้าใหม่กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งเทคโนโลยีจอดรถอัจฉริยะและระบบปลั๊กอินไฮบริดระยะทางไกลเป็นหัวหอก

ข้อสรุป ผู้ใช้ได้อะไรจากการรุกครั้งใหญ่ของ Lepas
เมื่อจับทุกชิ้นเข้าด้วยกันจะเห็นว่า Lepas เลือกเดินเกมหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการปล่อยรถยนต์ไฟฟ้า Lepas ในกลุ่มเอสยูวีอย่าง L6 และการต่อยอดเป็น L6 SIVP EV ไทยที่เน้นฟังก์ชัน SIVP และ ADAS เต็มระบบ รวมถึงการส่ง L8 PHEV ปลั๊กอินไฮบริดเข้าสู่ตลาดเพื่อดึงผู้ใช้ที่อยากทดลองไฟฟ้าแต่ยังไม่พร้อมตัดขาดจากการเติมน้ำมัน การตั้งเป้าเปิดตัวทั้งสองรุ่นในช่วงปลายปีโดยหวังเข้าสู่เวที Motor Expo 2026 ทำให้เห็นว่าจังหวะนี้คือช่วงเวลาที่ Lepas ตั้งใจประกาศตัวตนในสายตาผู้ใช้และคู่แข่งอย่างเต็มที่
ในมุมผู้ใช้ การมาของ Lepas เพิ่มทางเลือกสำคัญสามด้าน หนึ่ง ระยะทางวิ่งและสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและเดินทางไกล สอง ฟังก์ชันช่วยขับขี่ที่ยกความปลอดภัยและความสะดวกให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การจอดรถในพื้นที่แคบไปจนถึงการขับในสภาพรถติด และสาม เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย Chery ที่ตั้งเป้าโตถึง 50 แห่งพร้อมโปรแกรม LEPAS Care ช่วยลดความกังวลเรื่องการดูแลรถระยะยาว หาก Lepas ทำได้ตามแผน ทั้งผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดก็จะได้ประโยชน์จากการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นในตลาด เพราะยิ่งคู่แข่งเยอะ เทคโนโลยีและบริการที่ผู้ใช้ได้รับยิ่งต้องดีขึ้นตาม




